7 กรกฎาคม 2022
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

                ปริศนาที่เราจะไปค้นหาความจริงนี้ มันเป็นเรื่องบังเอิญที่เหลือเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อว่ามันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบนโลกของเราด้วย เริ่มกันที่เรื่องนี้ก่อนเลย

                1. สามเหลี่ยมมังกร (Dragon ’s Triangle)

                อีกหนึ่งพื้นที่ลึกลับที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวการหายไปของเรือและเครื่องบินอย่างเป็นปริศนา นั่นก็คือ “สามเหลี่ยมมังกร” (Dragon ‘s Triangle) หรือทะเลปีศาจ (The Devil ‘s Sea) เรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า “สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าแปซิฟิก” (Pacific Bermuda Triangle) โดยเป็นชื่อเรียกของอีกหนึ่งพื้นที่สมมุติที่มีเนื้อที่เป็นรูปสามเหลี่ยม ตั้งอยู่รอบเกาะมิยาเกะที่ห่างออกไปประมาณ 100 กิโลเมตรจากตอนใต้ของกรุงโตเกียวกลางมหาสมุทรแปซิฟิก ไปจรดถึงตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลฟิลิปปินส์

                เราคงคิดกันไม่ถึงว่าในแถบเอเชียบ้านเราจะมีสามเหลี่ยมรณะแบบที่ฝั่งตะวันตกเขาโดนกันมาแล้ว จะเหมือนหรือต่างกันอย่างไรมาดูกันต่อดีกว่า

สามเหลี่ยมมังกร

                ณ สามเหลี่ยมมังกรหรือ Dragon ‘s Triangle มีเนื้อที่ของรูปสามเหลี่ยมตั้งอยู่รอบเกาะมิยาเกะ เกาะนี้ดังมากในด้านดาร์ก ใครไปเป็นต้องเจอพลังด้านลบและเหตุประหลาดๆ เสมอ บริเวณพื้นที่ดังกล่าวมีประวัติความเป็นมาไม่ต่างไปจากสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า เนื่องจากเรือหรือเครื่องบินที่ผ่านมาในบริเวณนี้จะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

                เรื่องราวของสามเหลี่ยมมังกรปรากฏครั้งแรกในหนังสือพิมพ์ของญี่ปุ่นในเดือนมกราคม 1955 หรือ เมื่อ 66 ปีก่อน ครั้งนั้น เรือจำนวน 9 ลำได้หายสาบสูญไปโดยไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งก่อนหน้านั้น เรือประมงขนาดเล็กจำนวน 7 ลำก็สูญหายไประหว่างเดือนเมษายน ปีค.ศ. 1949 จนถึงเดือนตุลาคม ปีค.ศ. 1953 ระหว่างเกาะมิยาเกะและเกาะอิซูโอชิมะ จะว่าไป สามเหลี่ยมมังกรตามตำนานบอกว่าเคยเป็นวัง หรือที่อยู่ของมังกรมาก่อนจึงเรียกตามนั้น

สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

ส่วนสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า นับเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในความลึกลับ รู้จักกันในชื่อ “สามเหลี่ยมปีศาจ” (Devil’s Triangle) เหมือนกัน เป็นพื้นที่สมมุติทางตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ โดยเป็นพื้นที่เชื่อมโยงอยู่ระหว่างจุด 3 จุด ได้แก่ เกาะเปอร์โตริโก ปลายสุดของรัฐฟลอริดาประเทศสหรัฐอเมริกา และเกาะเบอร์มิวด้า ดินแดนในปกครองของสหราชอาณาจักร ซึ่งตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก พื้นที่ดังกล่าวได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการหายไปของเครื่องบินและเรืออย่างลึกลับ

                มีเรื่องราวมากมายของการหายไปของเครื่องบินและเรือในพื้นที่แห่งนี้ ซึ่งได้มีการบันทึกไว้ตั้งแต่อดีต หนึ่งในนั้นคือบทความสั้นของ จอร์จ แอกซ์ แซนด์ ซึ่งได้เขียนถึงเครื่องบินและเรือจำนวนมากที่หายสาบสูญไป รวมถึงการหายสาบสูญและหาสาเหตุไม่ได้ของฝูงบิน 19 เครื่อง เครื่องบินทิ้งระเบิดทีบีเอ็ม อแวงเกอร์ของกองทัพเรือสหรัฐ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2488 ในระหว่างการฝึกบินในพื้นที่ดังกล่าว

                การหายสาบสูญที่แปลกประหลาดที่สุดของประวัติศาสตร์การบินที่มีความเกี่ยวข้องกับสามเหลี่ยมเมอร์มิวด้าแห่งนี้ นัยว่าสามเหลี่ยมทั้งสองแห่งแม้จะอยู่คนละด้าน แต่กลับมีมิติโยงถึงกันได้

                ข้อสันนิษฐานของสองสามเหลี่ยม สองคาบสมุทร

                นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเจ้าสามเหลี่ยมมังกรที่อยู่ละแวกน่านน้ำญี่ปุ่นต้องเกี่ยวข้องกับสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าอย่างแน่นอน เนื่องจากเมื่อพิจารณาจากแผนที่โลกแล้วต้องพบกับความอัศจรรย์ เมื่อพบว่าพื้นที่ทั้งสองแห่งนั้น เมื่อมองดูจะเห็นว่ามันอยู่ในด้านที่ตรงกันข้าม แม้จะอยู่คนละซีกโลกแบบเป๊ะๆ

                เราจะเห็นว่าเมื่อลากเส้นต่อกัน กลายเป็นว่าสามเหลี่ยมทั้งสองแห่งเชื่อมโยงถึงกัน?? นอกจากนี้ยังมีร่องน้ำลึกที่สุดในโลกอยู่เช่นเดียวกันทั้งสองที่ คือร่องลึกเปอร์โตริโกที่สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ส่วนที่สามเหลี่ยมมังกรคือร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา

                สำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่เชื่อในทฤษฎีของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้ากล่าวว่า แท้จริงแล้วเป็นหลุมดำ (Black Hole) ที่อยู่บนโลก ซึ่งร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาเป็นจุดที่ต่ำที่สุดของเปลือกโลกเท่าที่ทราบกันในปัจจุบัน ความลึกมากสุดของร่องที่วัดได้ ณ จุดนี้ ลึกมากถึง 10,911 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่วนร่องลึกเปอร์โตริโกของฝั่งเบอร์มิวด้ามีจุดที่ลึกที่สุดคือ 8,605 เมตร

                สามเหลี่ยมมังกรก็คือหลุมขาว (White Hole) ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่ง??

                เมื่อหลุมดำดูดกลืนสสารทุกอย่างลงไปแล้ว ผ่านทางช่องที่อยู่ตรงกลางที่เรียกว่า “รูหนอน” (Worm Hole) สสารก็จะถูกพ่นให้ออกมาทางหลุมขาว คืออีกฟากหนึ่งนั่นเอง แต่ข้อนี้ไม่อาจพิสูจน์ได้ เพราะเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ถ้าอย่างนั้นทำไมสามเหลี่ยมมังกรถึงดูดเครื่องบินและเรือที่ผ่านเข้ามาหายไป

                หากเป็นหลุมขาวจริงดังว่า ทำไมไม่คายเครื่องบินหรือเรือที่ถูกหลุมดำฝั่งโน้นดูดหายไปให้ออกมาล่ะ นอกจากนี้ยังได้ถูกนำไปเชื่อมโยงเข้ากับข่าวการหายไปอย่างไร้ร่องรอยของเที่ยวบิน เอ็ม เอช 370 ในช่วงแรก ก่อนที่ทางการมาเลเซียจะได้ออกมาแถลงว่าได้ถูกจี้ไปนั้น ก็คือ “สามเหลี่ยมนรก” สามเหลี่ยมมรณะแห่งใหม่ในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีพื้นที่บริเวณตั้งแต่ทางตอนเหนือของสุมาตรา ไปถึงทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาเลเซีย และบริเวณด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะบอร์เนียว

                มันจะเป็นไปได้มากน้อยเพียงไร คงต้องคอยดูกันต่อไป แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้โลกมีสามเหลี่ยมปีศาจถึงสองแห่งแล้วคือของโลกตะวันตกกับโลกตะวันออก มันน่าจะมากเกินพอแล้วกระมัง

            2. ป่าฮอยา (Hoia Forest)

                เราดูสามเหลี่ยมในท้องน้ำกันไปแล้ว คราวนี้มาดูสามเหลี่ยมปริศนาบนบกกันบ้าง สถานที่ที่ว่านี้คือป่าฮอยา ดูภายนอกก็เหมือนป่าปกติทั่วไป ไม่น่ามีสิ่งผิดปกติ ป่าแห่งนี้อยู่ใกล้กับเมืองคลูช-นาโปกา ในภูมิภาคทรานซิลเวเนีย ประเทศโรมาเนีย เมืองที่ได้ชื่อว่ามีแวมไพร์และมนุษย์หมาป่าตามตำนาน

                ป่าฮอยามีเนื้อที่ประมาณ 3 ตารางกิโลเมตร ไม่มากไม่มาย แต่กลับเป็นป่าที่เต็มไปด้วยความลึกลับ มีเรื่องเหนือธรรมชาติชนิดยากจะหาคำอธิบายได้ มันจึงถูกขนานนามว่าเป็น “สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าแห่งทรานซิลเวเนียหรือ “สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าแห่งโรมาเนีย”

                ณ ใจกลางของป่าแห่งนี้จะมีพื้นที่เป็นวงกลม สามารถมองเห็นได้ชัดจากบนท้องฟ้า แล้วมันแปลกตรงที่บริเวณที่เป็นวงกลมไม่มีต้นไม้ขึ้นอยู่เลย? เมื่อถ่ายภาพด้วยกล้องจับความร้อนจากบนอากาศจะเห็นความร้อนที่ชัดเจนจากที่นี่ ผิดกับพื้นที่ป่าโดยรอบ ในพื้นที่วงกลมนี้เป็นสถานที่ที่มีรายงานเรื่องลึกลับมากที่สุดอีกด้วย อาทิ พบเห็นแสงไฟประหลาดที่มักปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ว่ามาจากไหน?

                ที่แปลกที่สุดก็คือ เมื่อมีคนกล้าท้าพิสูจน์ ต้องการเข้าไปใจกลางของสามเหลี่ยมแห่งโรมาเนียก็เข้าไม่ได้ แม้จะพยายามอย่างไรก็เป็นอันต้องเจ็บเนื้อเจ็บตัว คนที่ประสบเหตุการณ์เล่าว่า พวกเขาได้เดินทางเข้าไปในตำแหน่งดังกล่าว แต่ยังไม่ทันเข้าไปถึงก็เหมือนมีผลังลึกลับที่รุนแรงผลักพวกเขากระเด็นไปไกลราว 2-4 เมตร

                เจออย่างนี้ก็ตกใจ ใครจะกล้าเข้าไป ชาวบ้านชาวช่องที่อยู่บริเวณนั้นก็เกิดความหวาดกลัว และไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าใกล้เด็ดขาด แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งเล่าว่า ในสมัยที่เธอยังเด็ก มีผู้ชายกลุ่มหนึ่งได้เข้าไปในป่าปริศนาแห่งนั้น และต่อมาพบว่าพวกเขาถูกแขวนคอตาย ชาวบ้านเชื่อว่ามันคืออำนาจของปีศาจหรือผีที่สิงอยู่ ได้บังคับให้ผู้ชายกลุ่มนั้นทำเช่นนั้น มันช่างน่ากลัวมากทีเดียว

                ในช่วงทศวรรษที่ 60 ศาสตราจารย์อเล็กซานดรู ซิฟต์ นักวิชาการด้านชีววิทยาได้ลงพื้นที่สำรวจและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับป่าแห่งนี้ โดยได้ศึกษาถึงปรากฏการณ์แสงและพลังแม่เหล็กที่เกิดขึ้นที่นี่ แล้วก็ได้หลักฐานเป็นภาพถ่ายจำนวนมาก งานนี้เขาเชื่อว่าอาจเชื่อมโยงกับยูเอฟโอ หรือสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากนอกโลก และได้รับความสนใจและศึกษามากขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 70

                แต่หลังจากซิฟต์เสียชีวิตในปี 1993 หลักฐานทั้งหมดก็หายไปด้วย และป่าแห่งนี้ก็ยังคงเป็นสถานที่ลึกลับตราบจนทุกวันนี้ แม้วันนี้โลกจะมีเทคโนโลยีล้ำหน้ามากเพียงใด คนที่นั่นเขาก็ยังคงผูกติดกับความเชื่อเก่าๆ และน้อยนักที่จะมีคนกล้าเข้าไปลำพัง เพราะป่าแห่งนี้มันไม่ธรรมดา

            เมื่อไปแล้วไม่ได้กลับ คงไม่มีใครอยากไปกันแน่ๆ

/

เรื่องโดย. กรุเก่า

ภาพโดย. tombraider.fandom.com, topworldnewsreports.blogspot.com, oceanservice.noaa.gov, steemit.com, thelittlehouseofhorrors.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •