17 ตุลาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เรื่องผี ปีศาจกินคนมีอยู่ทั่วโลก อย่างบ้านเราก็ผีปอบ ที่กินจนหมดไส้หมดพุง ของฝรั่งก็ชอบดูดเลือด พวกผีดูดเลือดแดร็กคิวลา และผีที่สิงร่างคนกินสารพัดจะมี ทราบหรือไม่ว่าที่ญี่ปุ่นมีผีดังที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นผีปอบ ผีดูดเลือด ผีกินคน น่าพรั่นพรึงใจมาก แอบดีใจที่เราโชคดีที่เกิดในยุคแสงสีเยอะ

ปัจจุบันข่าวพวกผีพวกนี้ไม่ค่อยมีให้ได้ยินกันแล้ว อาจเพราะสังคม บ้านเมืองเจริญมากขึ้น และเรื่องราวที่พบมักปรากฏตามป่าเขาลำเนาไพร ห่างไกลความเจริญเสียเหลือเกิน เรามาดูตัวแรก คือ

พระปอบ

พวกนี้พบได้ตามวัดและซากปรักหักพังเก่าแก่ อาหารที่มันกินก็คือศพคน ที่สมัยก่อนนิยมฝังมากกว่าเผาคือ จิกินกิเป็นผีปอบ แต่ไม่ดุเท่าบ้านเรา เพราะคนที่มันกิน คือศพของคนที่ตายแล้ว ใครเห็นจิกินกิก็ดูปรกติ แต่มันน่ากลัวมากที่มันมีฟันแหลมคม มันใช้ฟันในการกัดลอกเนื้อ

พระปอบ (จิกินกิ)

ปอบพวกนี้จึงไม่สุงสิงใกล้ชิดกับคน เลือกที่จะอยู่ในที่รกร้างห่างไกลเข้าไว้ กล่าวว่าปอบพวกนี้ต้องทนทุกข์ทรมานกับความหิว ใช่ว่าอยากจะกินศพที่ไหนกัน แต่เลือกไม่ได้ก็ต้องกิน ถ้าไม่กินก็หิวและเจ็บปวด พวกมันจะปรากฏตัวในยามค่ำคืน เพื่อไม่ให้คนสงสัย และจะออกหาเหยื่อหรือศพตามวัด ที่ทำพิธีกรรม มันก็จะเนียนเข้าไปดู เมื่อเขานำศพไปฝังมันก็ตามไปขุดเอามากิน

จิกินกิ  เป็นผีปอบในคราบเดิมคือพระ แต่ทำผิดและเหมือนต้องคำสาป ทำให้มันไม่อาจกินสิ่งใดเพื่อดับความหิวได้ นอกจากศพคนตาย และตัวมันก็ไม่อาจตายได้อีก  ต้องรับกรรม เหตุที่ตอนมีชีวิตนั้น ทำความเสียหายทุจริตไว้ทั้งที่อยู่ในศีล เมื่อตายจึงต้องมารับกรรม ให้กลายเป็นปีศาจตัวประหลาด

มีตำนานเล่าว่า  นานมาแล้วมีนักบวชชื่อโมโซเซกิกำลังเดินทางไปแสวงบุญ เกิดหลงทางในภูเขา  เริ่มบ่ายคล้ายใกล้จะค่ำแล้ว  โชคดีที่ท่านได้พบอาศรมเก่าที่ทรุดโทรม และพระชราชี้บอกทางไปยังหมู่บ้านที่อยู่ไม่ไกลนักให้  เขาก็เดินไปตามทางจนมาถึงหมู่บ้านนั้นในเวลาพลบค่ำ ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านต้อนรับ และเชิญท่านให้อยู่ในบ้านในฐานะแขก  เขาได้บอกกับท่านว่า

“พ่อของผมคือหัวหน้าหมู่บ้าน เพิ่งเสียไปก่อนหน้านี้ในวันนี้  ดังนั้นหมู่บ้านของเราจะมีประเพณี เมื่อพวกเราคนหนึ่งตาย  เราทุกคนต้องใช้เวลาทั้งคืนออกห่างจากหมู่บ้าน หากเราไม่ทำเช่นนี้เราจะถูกสาป แต่ท่านเหนื่อยล้าจากการเดินทางแล้ว อีกทั้งยังเป็นนักบวช ไม่ใช่สมาชิกของหมู่บ้านนี้  ท่านจึงไม่จำเป็นต้องออกไปเหมือนพวกผม ขอเชิญพักผ่อนตามสบาย”

จากนั้นทุกคนในหมู่บ้านก็ออกจากบ้านกันหมด ท่านก็อยู่คนเดียว และได้ยินเสียงพระสวดมนต์ภาวนาอยู่ไม่ไกล  แต่ในความรู้สึกมันเหมือนอยู่ใกล้  แต่ท่านก็ขยับตัวไม่ได้ มีเงาดำมืดพุ่งผ่านบ้าน และขึ้นไปบนร่างของศพคนตาย กัดกินและจากไป  รุ่งเช้าทุกคนกลับเข้าหมู่บ้าน นักบวชเล่าสิ่งที่ได้เห็น

ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านบอกเขาว่า มันเป็นตำนานท้องถิ่น ท่านก็แปลกใจและถามว่าทำไมพระที่อาศัยอยู่ในอาศรมไม่ได้ทำพิธีสวดมนต์สำหรับหมู่บ้าน ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านแสดงสีหน้าสงสัย

“ไม่มีอาศรมใกล้เคียง ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่มีพระในภูมิภาคนี้มาหลายชั่วอายุคน…”

ก่อนนักบวชจะจากไป เพื่อคลายข้อสงสัยเขาจึงย้อนกลับไปดูอาศรมร้าง  และได้พบกับพระชราต้อนรับท่าน และขอโทษท่านที่แสดงภาพน่ากลัวให้เห็น พระปอบยอมรับว่าเป็นตัวเอง และเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเคยบวชเป็นพระ ทำพิธีศพมากมายสำหรับคนตาย ในหมู่บ้านนั้น แต่ท่านได้ทำผิดคือเก็บเงินค่าบริการในการสวดศพ ด้วยเหตุนี้เมื่อตายไปแล้ว วิญญาณต้องมาเกิดเป็นจิกินกิ ถูกบังคับให้กินศพคนตาย

พระปอบขอร้องให้ท่านช่วยปลดปล่อยดวงวิญญาณแห่งทุกข์นี้ กล่าวจบทั้งพระชราและอาศรมก็หายไป กลายเป็นว่าท่านนั่งอยู่บนพื้นดินล้อมรอบด้วยหญ้าสูง และหน้าหลุมศพโบราณที่ปกคลุมด้วยหญ้า  พระนักเดินทางจึงทำพิธีปลดปล่อยดวงวิญญาณให้ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะสำเร็จหรือไม่

ผีสาวดูดเลือด

ผีสาวดูดเลือดตัวนี้ พบอยู่บนภูเขาของถนนระหว่างมิเอะและวาคายามะ มักจะปรากฏกายในรูปของหญิงสาวสวยอายุประมาณ 18-19 ปี นางจะหลอกชายหนุ่มที่เดินทางคนเดียว ในยามค่ำคืน ถือตะเกียงหนึ่งอันไว้ส่องทางเดิน ผีสาวจะยั่วยวนให้ชายหนุ่มเกี้ยว  แล้วจะหลอกให้ชายดับไฟในตะเกียงก่อน

ผีสาวดูดเลือด

เมื่อไฟดับปุ๊บ ชายคนนั้นก็จะถูกกัด ถูกดูดเลือดและเนื้อ ทิ้งไว้แค่ผิวหนังหุ้มกระดูกอย่างน่าสยดสยอง เรียกว่ากินทั้งทีต้องกินให้อิ่มและให้เกลี้ยง นี่ล่ะหนาไม่ควรเจ้าชู้และไว้ใจสตรีในยามราตรี  ถ้าไม่มีนักเดินทาง นางผีก็อาจเข้าไปยังห้องพักห้องนอนของชายหนุ่ม โดยใช้เสน่ห์หลอกล่อให้เหยื่อหลงกล และกัดดูดกิน

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้ชายแดนระหว่างมิเอะ และจังหวัดวะกะยะมะ พยายามหลีกเลี่ยงการเดินทางในเวลากลางคืนโดยไม่มีแหล่งกำเนิดแสงสำรอง ผู้ที่ต้องเดินทางผ่านภูเขายามค่ำคืน ต้องปกป้องตนเองด้วยการเตรียมตะเกียงสำรองและถ่านที่ลุกโชนไว้ เพราะนางผีพวกนี้มันสามารถขโมยตะเกียงและโยนถ่านทิ้งได้

นั่นก็แสดงว่าผีสาวนักดูดกินไม่อาจเผชิญหน้ากับแสงได้ ต้องทำในที่มืดมิดเท่านั้น  มีตำนานเก่าเล่าไว้ว่า ครั้งหนึ่งมีนักล่าสัตว์ ชื่อเก็นโซ กำลังตามล่าสัตว์ในตอนกลางคืนบนภูเขาฟูจิ จู่ๆ ก็มีสาวน้อยโผล่ออกมาหัวเราะใส่เขา และทำทีขอไฟจากเขาด้วย แต่ชายหนุ่มสงสัยว่าเธอไม่ใช่คน จึงสวดมนต์ภาวนาไปที่กระสุนปืนและขู่เธอว่าจะยิง นางก็รีบหนีไปในความมืด  และเขาก็ออกเดินทางต่อไป

ไม่นานนัก เขาได้พบกับสัตว์ประหลาดที่น่ากลัว มันสูงกว่า 6 เมตรพุ่งออกมาจากความมืดใส่เขา เขาจึงยิงกระสุนศักดิ์สิทธิ์ไปที่สัตว์ประหลาด  มันตกลงมา สิ่งที่เห็นกลายเป็นโครงกระดูกสีขาวฟอกขาวในถุง โดยไม่มีเนื้อสัตว์เลย หรือมันก็คือร่างแปลงของผีสาวดูดเลือด?

ผีสิง

ที่ญี่ปุ่นมีผีสิงคนด้วยสัตว์ ได้แก่ ซึสึเนะ จิ้งจอกตัวเล็ก เมื่อมันสิงคนคนนั้นจะมีบุคลิกเปลี่ยนไป มีใบหน้าเรียว ฟันแหลมคม กล่าวว่ามันเข้าสิงเพื่อครอบงำร่างเอาไว้ โดยเฉพาะในยุคที่ยังไม่พัฒนา คนที่ถูกสิงถูกกล่าวหาว่าป่วยทางจิต ต้องใช้ยารักษา

ใครที่ถูกมันสิง ก็หมายถึงคนตายเพราะมันได้ฆ่าคนนั้นและยึดครองร่างแทนแล้ว  เมื่อนั้นนิสัยก็จะเปลี่ยนไปทางรุนแรง ฉุนเฉียว บางครั้งบางคนวิ่งแก้ผ้า เปลือยกายไปตามถนน และมีฟองในปากร้องเอ๋งๆ เหมือนกับสุนัข  คนที่ตกเป็นเหยื่อ มักจะสามารถพูดและอ่านภาษาที่พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อนได้ มันสามารถควบคุมร่าง แล้วให้คนนั้นทำสิ่งชั่วร้าย  มีนิทานพื้นบ้านเล่าว่า ผู้หญิงมีความอ่อนไหวต่อการถูกครอบครองร่างมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะคนอ่อนแอและจิตอ่อน  แต่สามารถรู้ได้เพราะเมื่อใดที่มันยึดร่าง มันสามารถทำให้ครอบครัวนั้นเกิดความร่ำรวยขึ้นมาได้เช่นกัน

จิ้งจอกผีสิง

การใช้วิญญาณสุนัขจิ้งจอกสามารถบังคับและสั่งได้โดยผู้มีวิชา ไม่ใช่แค่มันสิงร่างคนเองเท่านั้น ส่วนใหญ่ทำเพื่อความร่ำรวยของตระกูล  นอกเหนือจากการนำความมั่งคั่งมาสู่เจ้าของแล้ว  ยังสามารถทำลายศัตรูของครอบครัวได้อีกด้วย  ผู้ที่ใช้ต้องแลกด้วยวิญญาณ เพื่อคำสาปแช่งสำเร็จ

ดังนั้นคนในตระกูลจะต้องเก็บวิญญาณของสุนัขจิ้งจอกไว้หลายชั่วอายุคน ส่งความลับต่อๆ กันมาหลายรุ่น ต้องดูแลและให้มันสิงร่างของคนในตระกูล เปลี่ยนถ่ายไปเรื่อยๆ จนกว่าร่างจะสิ้นสภาพ และต้องทำให้มันพึงพอใจหาไม่จะนำความล่มจมมาสู่ เรียกว่าทำให้รวยได้ก็ทำให้จนได้

ชาวบ้านจะไม่ให้คนในตระกูลแต่งงานกับตระกูลที่ร่ำรวยอย่างน่าสงสัย เพราะเกรงจะรับคำสาปแช่ง ดังนั้น จึงต้องให้คนทรงเป็นผู้ทำนาย  วิญญาณจิ้งจอกที่สิงสู่ร่างนั้นจะกินเก่ง เรียนรู้ชีวิตมนุษย์ สามารถพบก้อนเนื้อบนร่างนั้น เขาว่ามันคือก้อนที่เก็บวิญญาณของจิ้งจอก ถ้าแทงหรือตัดมันจะหลุด และย้ายไปอยู่ส่วนอื่นแทน

การจะรู้ว่าใครที่ถูกจิ้งจอกสิง เขาว่า คนคนนั้นจะชอบกินเต้าหู้ทอด และถั่วอะซุกิเป็นอย่างมาก คือกินเยอะเกินคนจะกินได้หมด  ดังนั้นทางที่ดี คือการนิมนต์พระมาขับไล่  แต่ส่วนใหญ่จะพาไปที่ศาลเจ้าอินาริ ศาลของเทพสุนัขจิ้งจอก เมื่อมาแล้ววิญญาณจิ้งจอกที่สิงจะต้องออกจากร่างนั้นทันทีด้วยความหวาดกลัว

ครอบครัวที่ถูกกล่าวหา ในอดีตมักถูกสังคมขับไล่ให้อยู่คนเดียว หลายคนกว่าจะพาร่างมาทำพิธีขับไล่ก็ช้าเสียแล้ว เมื่อมันออกจากร่างก็ตายทันที ทางบ้านเราก็มีคนที่ถูกผีสิง พอผีออกจากร่างก็ตายเหมือนกัน

เรื่องโดย. กรุเก่า

ภาพโดย. www.pantip.com, www.yokai.com, www.mycast.io, twitter.com/chin25454


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •