2 ธันวาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เรื่องเล่าดังกล่าวต่อไปนี้ดูจะพิศวงสักหน่อย แต่ขอยืนยันว่า…เป็นเรื่องจริงค่ะ เจ้าของเรื่องชื่อคุณแพร อายุ 60 ปี ได้เล่าย้อนเหตุการณ์ช่วง 1-2 ปี ที่คุณแพรเธอปฏิบัติธรรมจริงจัง คือทำเป็นกิจวัตร ด้วยการถือศีล 5 ครบสมบูรณ์ ทำบุญทำทานแก่ผู้ที่สมควรให้ รวมถึงการทำสมาธิอุทิศบุญแด่เจ้ากรรมนายเวรทุกเช้า-ค่ำ

คุณแพรเล่าว่า มา ณ บัดนี้ สุขภาพกายจากที่เคยปวดแขน ขาเริ่มดีขึ้น อีกจิตใจก็สงบเยือกเย็นขึ้น ไม่ขี้วีนโมโหตามกมลสันดาน เธอกล่าวเล่าดังนี้

วกกลับมาถึงความเชื่อที่คุณแพรเชื่อว่า สาเหตุของการเจ็บปวดกระดูกทั้งร่างของเธอสืบเนื่องมาจากตลอดทั้งชีวิตคุณแพรเธอเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ช่วยทำแท้งแก่ผู้ที่ไม่พร้อมมีบุตรหรือสตรีที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ มีการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ ส่วนอายุครรภ์ของทารกนั้น แม้จะมีข้อกำหนดจากสถานพยาบาลว่าอายุเด็กในครรภ์ที่จะทำห้ามเกิน 3 เดือนแล้ว แต่ก็มีข้อยกเว้นอีกว่า…หากเป็นทารกติดเชื้อที่ร้ายแรง แม้อายุครรภ์จะมากถึง 6-7 เดือน ก็อนุโลมให้กระทำได้ถ้ามารดายินยอม

“ช่วงวัยทำงาน อายุ 30-55 ปีนั้น ฉันมีเงินสะสมในธนาคารมากมาย คงเป็นความที่เราไม่มีครอบครัวด้วย ทําเท่าไรก็ใช้จ่ายคนเดียว ตอนนั้นหากดิฉันจำไม่ผิด ปี พ.ศ.56-57 มีเงินฝากประจําในแบงก์ 8 ล้าน แต่พอปี พ.ศ.58 เมื่อประสบอุบัติเหตุรถชน เงินฝากทั้งหลายก็ค่อยทยอยถอนจากธนาคารเพื่อรักษาตัว ดิฉันนอนที่โรงพยาบาล 10 เดือนเทียวนะคะกว่าจะลุกขึ้นมาค่อยหัดเดิน ทำอะไรเองได้ แต่ต่อมาก็ต้องจ้างคนมาขับรถให้…ดิฉันเลือกจ้างแบบทูอินวันเลย หาจ้างแม่บ้านทำงานบ้านได้และขับรถยนต์ได้ เอามาอยู่ด้วยกัน เป็นเพื่อนกัน และแม่บ้านคนนี้คือน้องศรี เธอได้เป็นคนพาฉันเข้าวัด ฟังเทศน์ฟังธรรม รู้บาป บุญ คุณ โทษ รู้ในกฎแห่งกรรมว่ามีจริง จากสมัยก่อนเมื่อเรียนจบ อะไรที่ทําแล้วได้เงิน เราทําหมด คิดอย่างเดียว คนเราเกิดมาตายแล้วสูญ อะไรที่ซื้อความสุขได้ให้ทำไป ไม่คิดว่าอดีตชาติ หรือชาติหน้ามีจริงไงคะ”

ขณะนั่งสนทนาถึงตอนนี้ คุณแพรเธอมีสีหน้าเคร่งเครียดดูจริงจัง

“หากเวรกรรมได้มาบรรจบตอนดิฉันนอนรักษาตัว บุญเก่าที่มีเริ่มส่งผลเบาบาง ช่วงนี้เจ้ากรรมนายเวรจะแทรกเข้ามารบกวนทุกคืนค่ะ หลังตะวันตกดินได้กรูกันมาที่เตียงแล้ว”

“เขามาในสถานะอย่างไร ที่คุณแพรเข้าใจว่านี่คือเจ้ากรรมนายเวร!”

“ตอนนั้นดิฉันยังไม่รับรู้รสพระธรรม คิดว่าตัวเองถูกผีหลอก และผีที่มาหลอกนี้ รูปร่างจะเป็นเด็กทารก ร่างกายแคระแกร็น แต่สีหน้าเป็นคนแก่ค่ะ…พอตะวันตกดินเค้ากรูกันเข้าทำร้ายฉัน ทั้งดึงผม ทุบตีตามเนื้อตัว ผีบางตัวได้กระทืบลงที่หน้าท้อง ปากเขาก็ถาม “มึงทำกูทำไม มึงฆ่ากูทำไม แทนที่กูจะเกิดเป็นคน ได้สร้างบุญกุศลกับเขาบ้าง…กูจะทำเหมือนดั่งที่มึงทำกู เพื่อได้รู้ถึงความทุกข์ทรมาน ความเจ็บปวดในโลกของวิญญาณ กับความเจ็บปวดของคนอย่างมึง จะได้รับรู้ มันไม่ต่างกันเท่าใด” พวกเขาด่าซ้ำๆ ทุกคืน จนดิฉันจำได้ นี่คือความจริงที่เห็น รับรู้ได้ด้วยตาเปล่าของดิฉัน

หากครั้นได้เล่าให้หมอเจ้าของไข้ทราบ ตกลงว่าดิฉันต้องเข้ารับการเช็กประสาทเข้ารักษาตัวด้านจิตเวชเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งคุณหมอรุ่นใหม่ น้อยคนที่จะเชื่อเรื่องนี้ เรื่องผีมาเอาคืนบ้าง? ไม่มีหรอกที่ผีตนไหนจะตามมาแก้แค้น!”

คุณแพรหัวเราะหึๆ ในลำคอ

ตลอดระยะเวลาที่นอนโรงพยาบาล ไม่มีคืนไหนเลยที่ดิฉันนอนหลับอย่างเป็นสุขจนข้ามคืน สบวันขึ้นปีใหม่ ที่โรงพยาบาลได้จัดทำบุญเลี้ยงพระ ดิฉันขออาสาเป็นเจ้าภาพในส่วนหนึ่ง แม้จะยังไม่ค่อยมีความศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนาสักเท่าไร แต่ทางที่ให้เลือกมันตีบตัน จึงลองทําบุญน้อมจิตใจอธิษฐาน หากบุญกุศลสามารถช่วยเหลือความทุกข์ทรมานของฉันให้เบาบางลง ผีเลิกมาทำร้าย ต่อไปฉันจะเชื่อในบุญว่ามีจริง และจะทำอย่างต่อเนื่อง ไม่มีข้อสงสัย หรือข้อกังขาใด

ซึ่งคืนวันเดียวกันนั้น พวกผีเด็กเขาก็ตามมาที่เตียงอย่างเป็นปกติอีก แต่ไม่ได้รุมทึ้งทุบตีเหมือนก่อน เขาถามดิฉันเหมือนกันว่า “บุญที่ทำวันนี้…ทำไมถึงไม่อุทิศส่วนกุศล รออยู่พวกเขามารอ”

ก็เออ…หวนนึกขึ้นได้ เมื่อก่อนเราเคยเห็นแม่ เห็นยายท่าน เมื่อตักบาตรพระหรือไปทำบุญที่วัด ท่านต้องกรวดน้ำตามไป จริงดังที่มีเด็กมาเตือนนะคะ หากขณะที่ฉันหลุดคำพูดไป “โถเธอ ฉันเองยังเดินไม่ได้ ทำบุญในวันนี้ก็ได้ฝากเงินกับพยาบาลที่ตึกไป จะให้ทำอย่างไรเล่า”

และได้มีเสียงหนึ่งส่งผ่านมาบอก…พยายามรวบรวมตั้งสติ คิดถึงพวกเราก็ได้นึกถึงสถานที่ที่เคยพรากชีวิตเรา มีเท่าไร น้อมใจให้เป็นสุขแล้วส่งมา

ดิฉันหลับตา ทําจิตใจให้สงบนิ่ง คิดถึงปัจจัยรายได้ที่สร้างเป็นกุศลเลี้ยงพระ เลี้ยงคนป่วย คนไข้อนาถาในโรงพยาบาล ข้าพเจ้านางสาวแพรวา…ขออุทิศบุญให้เด็กในครรภ์ที่ข้าพเจ้ามีส่วนช่วยทำแท้งจนสำเร็จ ขอให้พวกเขาโปรดมารับในกุศลผลบุญการนี้ด้วยเทอญ

ตอนนั้นรู้สึกได้ว่าเบาใจ โล่งใจในส่วนหนึ่ง คือไม่เห็นพวกเขา…หายวับไปเลย หากมารู้สึกเจ็บปวดเอาตรงบริเวณแผลบริเวณกระดูกแขน และขาหักแทนค่ะ มาทราบจากพยาบาลภายหลังว่า ช่วง 2-3 เดือนแรกที่เข้ารักษาตัว ดิฉันนอนเพ้อ พูดคนเดียวทุกคืน และนอนดิ้นอย่างแรง…เหมือนหนีอะไรสักอย่าง ซึ่งมันตรงกันข้ามกับอีกโลกที่ดิฉันกำลังเผชิญอยู่จริงๆ คือหนีการทุบตีจากผีเด็กๆ! สู่ภาวะเจ็บป่วยของปัจจุบัน”

คุณแพรเล่าถึงตอนนี้จึงขออนุญาตแทรกถาม

“การทำแท้งในแต่ละวัน คุณแพรเป็นผู้ช่วยวันละกี่ราย และหลังจากการทำแท้งอันเป็นการทํางานในชีวิตประจำวัน คุณมีความรู้สึกอย่างไร และเคยทำบุญอุทิศส่วนกุศลใดบ้างหรือไม่

คุณแพรสบตาฉันนิดหนึ่ง

“นี่หากเป็นสมัยก่อนๆ ดิฉันคงตวาดไล่ ไม่คุยกับคุณแล้ว” ตามด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ

“แต่วันนี้ต้องขอตอบ เพราะเราเป็นกัลยาณมิตร เป็นมิตรที่ดีต่อกัน ซึ่งในรายการห้องที่ดิฉันรับผิดชอบ รับทำอย่างต่ำคนไข้ 1-3 รายค่ะ”

ด้านความรู้สึก ไม่เคยคิดว่ามันผิดด้วยเรื่องใดๆ โดยเหตุผลที่ว่า ก็ยังดีเสียกว่าที่จะให้เขาเกิดขึ้นมาท่ามกลางความเกลียดชังของแม่ และครอบครัวของแม่ ในกรณีที่ผู้กระทำถูกข่มขืน ส่วนในรายของเด็กที่รับเชื้อ H.I.V. ดิฉันขอย้อนถามคุณบ้าง หากคุณมายืนบนสถานะที่ดิฉันปฏิบัติงาน คุณจะให้เขาเกิดมาหรือคะ และผู้เป็นแม่เมื่อคลอดลูกได้ไม่กี่ปี ไม่ช้าไม่นานเธอต้องเสียชีวิต แล้วเด็กที่เป็นโรคนี้ต่อไปใครจะดูแล เรื่องอย่างนี้ไม่เกิดขึ้นกับครอบครัวใครจะไม่มีวันรู้ได้เลย ว่าต้องตัดสินใจเลือก…เท่านั้น”

คุณแพรลอบถอนหายใจเบาๆ

“ที่กระทำลงไป ดิฉันคิดว่าเป็นการช่วยเหลือสังคมเสียด้วยซ้ำค่ะ ส่วนเรื่องบุญทานที่คิดว่าควรกระทำ คงเป็นเรื่องที่ไกลตัว เพราะการทำงานทุกวันของฉันนี่ล่ะ คือการทำบุญเพื่อช่วยชีวิตคนที่ลืมตายืนอยู่ได้พ้นจากความทุกข์ อย่างน้อยเธอก็จะได้ไม่ต้องพบกับคําครหานินทา เช่น นี่ไงลูกเอดส์ นี่ไงลูกที่โดนข่มขืน ลองคิดย้อนถึงคนเป็นแม่ ญาติพี่น้อง ญาติพี่น้องบ้างสิคะ

แต่ตามหลักศาสนา…เรื่องราวทุกอย่างมันตรงกันข้าม ยิ่งเวลาที่เราล้ม หรือดวงตก ทุกเหตุการณ์มันตีกลับมาที่เราคนเดียว! ใครจะคิดคะคุณ คนที่ขับรถช้า ใจเย็น ให้อภัยผู้ร่วมเส้นทางอย่างดิฉัน อยู่ๆ จะมีรถบรรทุกหกล้อข้ามเกาะพุ่งชน รถนี่ปล่อยฟรีมาเลย เพราะคนขับหลับใน ส่วนเรื่องที่ชวนให้พิศวง คุณฟังนะ ฉันประสบอุบัติเหตุที่ชุมพร ขาล่องจะเข้ากรุงเทพฯ ส่วนรถหกล้อจะเอาไข่ไก่จากสุพรรณฯ ไปส่งที่ จ. สุราษฎร์ธานี คนขับรถหกล้อนามสกุลเดียวกับแม่ดิฉัน มีศักดิ์เป็นหลานชายแม่ เป็นญาติข้างแม่ ใกล้ชิดเลย

ซึ่งน้องสําเริงนี้เขาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ พูดง่ายๆ ญาติพี่น้องวงศ์เดียวกันขับรถชนกันระหว่างทาง หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน อดีตชาติฉันคงเคยทำกรรมร่วมกับสำเริง ส่วนอุปนิสัยของสำเริงสมัยที่ยังเป็นหนุ่มก็ไม่เบาเลย เอาทุกอย่าง ครั้นพอแต่งงาน ได้ลูกน่ารัก ตั้งใจทํามาหากิน ก็กลับมาตายเสียก่อน ญาติพี่น้องทุกคนต่างพูดไปเป็นเสียงเดียวว่า กรรมตามทันไอ้เริงมันแล้ว และมารับรู้ภายหลัง น้องชายคนนี้ความที่พ่อแม่เค้ามีฐานะเป็นเจ้าของฟาร์มเลี้ยงไก่ เรื่องเจ้าชู้จึงธรรมดามาก สมัยหนุ่มๆ ได้ใคร เมื่อรู้ว่าท้องก็ทิ้ง หากมีปัญญาเลี้ยงก็เลี้ยงเอง ไม่มีปัญญาเลี้ยงก็ให้เงินไปทำแท้ง!”

นี่แม่ของสําเริงมาเล่าให้ฟังที่ข้างเตียงตอนที่ดิฉันนอนรักษาตัว ส่วนของดิฉัน…เมื่อรู้ว่าเป็นฉัน น้าแกถึงกับโอดครวญ เป็นเวรกรรมอะไร ที่คนดีๆ มีอาชีพช่วยเหลือคน ต้องมาประสบเคราะห์กรรม คือโดยมภาพรวม คนที่ทำงานกลุ่มนี้ คนภายนอกเค้าจะมองว่าเป็นคนดี แต่เค้าไม่รู้เรามีหน้าที่อะไรไง และตัวฉัน หากไม่เจอผีหลอก ผีมาบอก มาแกล้ง มาให้รับรู้…ที่ลงมือช่วยกระทำฆ่าเขามันเป็นบาปนะ ก็คงแยกแยะเรื่องเวรกรรมไม่เป็น ซึ่งดิฉันเชื่อว่าทุกอย่างมีเริ่มต้น และมีจุดจบด้วยตัวมันเอง เมื่อถึงเวลา เว้นเสียว่าเราจะยอมรับผิด ยอมรับความจริงหรือไม่ หรือยังดื้อดึงอยู่”

“คุณแพรเลือกข้อไหน”

“เลือกอยู่กับความเป็นจริงไงคะ เมื่อโดนผีหลอกทุกคืนก็ทําให้มีความเชื่อเข้ามาแทนที่ความอวดดี เพราะช่วงสมัยที่อยู่สถานพยาบาล ที่ตึกสอง สถานที่ทำแท้งที่สร้างมาหลายสิบปี มีแต่คนเค้าเจอกัน แต่สำหรับฉัน สาบานได้ไม่เคยเจออะไร…หากแม้มีเสียงก่อกแก่กระหว่างห้องว่าง ไม่มีคนไข้ ดิฉันจะเข้าไปร้องบอกเลย ให้หยุดการกระทำ อยู่นิ่งๆ กรุณาอย่ามารบกวน มีปากก็ดุด่าไป เพราะไม่กลัวและไม่เชื่อ ถึงมีเขาอยู่จริง เขาก็ทำอะไรเราไม่ได้ คิดอยู่แค่นี้

“ว่าแต่คุณเดินทางไปจังหวัดชุมพรครั้งนั้น เดินทางไปเที่ยวหรือทำธุระคะ”

“ถามมาทําให้นึกขึ้นได้อีก…” คุณแพรถอนหายใจเฮือกใหญ่ “คนเราลองอะไรจะเกิดมันห้ามไม่ได้จริงๆ ที่ดิฉันเดินทางไป อ.หลังสวน คราวนั้น คือรุ่นน้องห้องจ่ายยาเธอชวนไปปฏิบัติธรรมค่ะ ซึ่งตอนแรกดิฉันก็ลางาน คิดคล้อยตามน้องเธอเพื่อพักผ่อนจิตใจ หากพอถึงสถานที่สำนักปฏิบัติธรรมเข้าจริงๆ น้องมันพูดขึ้นว่า

“ขนาดหนูแค่จ่ายยาหนูยังหลอน ยังคิดว่าเป็นบาปเลยนะพี่ หากโรงพยาบาลใหม่ที่สมัครงานไว้เรียกตัว…หนูจะหนีจากที่นี่เลยทันที”

ความคิดในตอนนั้น…เหมือนโดนน้องคนนี้หลอกด่า เพราะเราอยู่ที่นี่มาเกือบจะ 30 ปี อยู่ ๆ ดิฉันก็พูดสวนกลับไป

“อย่างนั้นเชิญน้องอยู่รับบุญไปคนเดียวเถิด พี่ต้องการเก็บเงิน ขอกลับไปหลอนต่อก็แล้วกัน”

จําได้ว่าดิฉันขับรถออกจากสถานปฏิบัติธรรมได้ราวชั่วโมงเศษ ก็ประสบอุบัติเหตุค่ะ ดั่งที่บอก ทุกอย่างเหมือนถูกกำหนดมาแล้ว และเมื่อถึงเวลาเราก็หนีไม่รอด เหตุเพราะมนุษย์เรายังต้องมีชีวิตเวียนว่ายตายเกิดอยู่ หาทางออกไม่ได้นั่นเอง

เมื่อออกจากโรงพยาบาลกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ซึ่งขณะนั้นพอทำบุญเป็น รู้สึกผิดชอบชั่วดีได้ราว 60-70 เปอร์เซ็นต์ เพราะผีเด็กชี้แนะนะคะ…ต่อมาจึงตั้งจิตอธิษฐานขอให้ได้คนดีๆ มาดูแล มาช่วยงานบ้าน พอดีคุณพยาบาลที่ตึกเธอมีญาติที่ตรงกับความต้องการว่าจ้างจากดิฉัน คือน้องศรี…ครั้นพอกลับบ้านพร้อมน้องศรี คืนแรกที่เข้านอนบ้านตัวเอง ดิฉันนั้นหลับฝันเป็นเรื่องเป็นราวอีกว่า ผีเด็กหน้าแก่มาบอกอีกค่ะ…

“คนนี้หมายถึงน้องศรีเป็นคนดี มีจิตใจเมตตา คนนี้จะชี้นำทางให้เธอไปในทางบุญ ชีวิตเธอจะดีขึ้น”

ซึ่งการพบเจอกับน้องศรีที่อายุตอนนั้นเธอยังอายุไม่ถึง 40 ปี ดิฉันยังไม่เข้าใจถึงเรื่องปฏิบัติธรรม ซึ่งความคิดของฉันที่มีมาตลอดคือ คนที่จะคุยเรื่องธรรมะได้ต้องเป็นคนแก่ที่เข้าวัด สวดมนต์ ดิฉันไม่เคยคิดว่า การปฏิบัติธรรมของคนเรานั้นอยู่ที่สติ และอยู่แห่งหนตำบลไหน เราก็สามารถเพียรบำเพ็ญได้ด้วยสติ ที่พึงระลึกรู้ แยกความคิดดีเลวได้ในเวลานั้น และเมื่อใจกายไม่คิดบาป นั่นแหละบุญกุศลค่ะ ใครก็กำหนดได้ ไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นเลย

จริงอยู่ค่ะ ที่ใจเราทุกคนเหมือนกล้องถ่ายรูป เดี๋ยวๆ แฟลชลั่น คิดไปเรื่องโน้นเรื่องนี้ เมื่อรู้เท่าทันอารมณ์ก็ต้องดึงใจเรากลับมานะคะ ให้จิตหรือใจอยู่กับตัว อยู่กับปัจจุบัน ด้วยใจร่มๆ…ถือว่าน้องศรีเธอเป็นผู้ชี้แนะดิฉัน จากสาวแก่ที่มีโลกส่วนตัวสูงมาเป็นคนที่อ่อนน้อมถ่อมตน คนรัก ผีก็รักนะคะ ที่เชื่อเพราะรู้เลย เมื่อปฏิบัติแล้ววิญญาณที่เคยรายล้อมตัวค่อยทยอยหาย…เชื่อว่าคงไปเกิดใหม่บ้าง บางตนเลิกยึดติด เมื่อเราส่งเขาไปสู่ภพภูมิที่ดี เค้าก็อยากไปค่ะ

สุดท้ายนี้ ที่ดิฉันอยากจะฝากถึงจากหัวใจเลย ถ้าคนเราไม่มีความพร้อม ไม่ควรตั้งครรภ์ และถ้าพลาดพลั้ง คุณต้องเลี้ยงดู อย่าคิดว่าเด็กเป็นลูกเสือ ลูกจระเข้เสียหมด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนเลี้ยงดู และบุญกุศลของคนเลี้ยงที่เมื่อรู้เช่นนี้ คุณยิ่งต้องทำตัวดีให้เป็นแบบอย่างของลูก คุณต้องอยู่เคียงคู่กับเขา อย่าทอดทิ้งเขา ดิฉันเชื่อว่า เด็กในครรภ์ กับเด็กที่เกิดมาแล้ว เมื่อถูกทอดทิ้ง ทำลาย ความเจ็บปวดของเด็กนั้น ทั้งชีวิตและไม่มีชีวิต เศร้าเหมือนกันหมดค่ะ

ในเมื่อสะพานบาปถูกสร้างขึ้น สะพานบุญย่อมถูกสร้างขึ้นด้วยสำนึกผิดเช่นกัน…

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

*ภาพที่ปรากฏใช้เป็นเพียงภาพประกอบเรื่องเท่านั้น*

เรื่องโดย. ประทุมทิพย์

ภาพโดย. www.ruesavet.blogspot.com, www.eastidahonews.com, th.pngtree.com, www.kaikarubber.com, www.theatlantic.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •