2 ธันวาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เรื่องในคราวนี้ ยังเป็นเรื่องเล่าเก่าๆ อีกเช่นเคย เรื่องนี้ผู้เขียนฟังมาจากคนเก่าคนแก่ที่เล่าให้ฟังต่อๆ กันมา ผู้เล่าในคราวนี้ เป็นผู้อาวุโสท่านหนึ่ง เป็นอากงของเพื่อนผู้เขียน

คราวนั้นผู้เขียนไปถ่ายทำและสัมภาษณ์ผู้ใหญ่สูงอายุท่านหนึ่ง ในถิ่นเยาวราช ราชวงศ์ และถนนพาดสาย เผอิญเพื่อนผู้เขียนรายหนึ่งมีอากงที่ความจำดี แม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ยังไม่หลงไม่ลืม

ตึกเก่าแถบถนนทรงวาด
(ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น)

อากงท่านนี้ ท่านชื่อ กิมเล้ง เรื่องนี้ท่านว่าเกิดขึ้นมานาน ตกในราวปี พ.ศ.2485 ซึ่งราวๆ นั้นยังมีสงครามอยู่ ท่านว่าตอนนั้นท่านยังเด็กแต่ก็พอรู้ความ เรื่องของเรื่องที่ว่านี้เกิดขึ้นละแวกนี้

“…ครั้งนั้นเป็นช่วงปลายสงคราม ที่บ้านเมืองเราโดนระเบิดย่อยยับ คนตายกันไม่เว้นแต่ละวัน ผีดุ ผีหลอกหลอนคนไปทั่ว ล้วนแต่ผีตายโหงทั้งนั้น”

ท่านว่าเรื่องแปลกๆ นี้เกิดขึ้นหลังจากวันที่เครื่องบินมาบอมพ์แถวปากคลองตลาด และมีคนตายมากมาย คนรู้จักรายหนึ่งก็เสียชีวิตที่นั่น

“รายนี้เห็นว่า เป็นนักเลงชื่อย้ง เป็นลูกครึ่ง พ่อจีนแม่ไทย มีวิชา มีคาถาอาคม ยิงไม่ออก ฟันไม่เข้า แล้วก็อยู่ยงคงกระพัน”

แต่ที่มาตายเพราะย้อนกลับเข้าไปช่วยผู้หญิงกับเด็กที่ติดอยู่ในบ้านตอนระเบิดลง ตกลงเลยตายหมดทั้งสามคน บ้านและตึกมันพังถล่มลงมาทับ

อากงยังเล่าอีกว่า…ตอนไปกู้ศพ รื้อตึกรื้ออาคารที่พังลงมา ทุกคนยังแปลกใจเลย

“ไม่แปลกใจได้ยังไง เพราะหน้าตาเนื้อตัวไม่มีรอยขีดข่วน ไม่มีอะไรเลย สองแม่ลูกก็เหมือนกัน แต่ศพคนที่โดนระเบิดแถวนั้นร่างเละเทะ แขนขาดขาขาด หัวขาดก็มี”

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

แต่หมอนี่ร่างกายไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน มันเป็นไปได้ยังไงกัน เหมือนพวกเขานอนหลับไปเฉยๆ และปลุกเท่าไหร่ก็ไม่ลุกขึ้นมาเท่านั้นเอง

อากงท่านบอกว่า สมัยเด็กๆ ท่านยังไปมุงดูศพกับเขาเลย และมีเรื่องน่าแปลกกว่านั้นอีก ศพแม่ลูกทำพิธีไปสองสามวันก็เริ่มเปลี่ยนเป็นลักษณะของศพทั่วๆ ไป

“แต่ศพของอาย้งแกไม่เปลี่ยนแปลงเลย เป็นยังไงก็อยู่อย่างนั้น เหมือนคนนอนหลับนั่นแหละ นำความแปลกใจมาสู่ทุกคน”

จากที่ไม่น่าจะมีเรื่อง มันก็เกิดมีเรื่องขึ้นมาจนได้ เพราะไอ้นักเลงชั้นสวะปลายแถวที่อยู่แถวล่าง (คือแถวหัวลำโพง แถวบนคือแถวท่าเตียน) เกิดมางานศพ และพูดจาไม่ดีในงานศพอาย้ง

คนที่อยู่ในงาน ที่ชอบพอกับอาย้ง ก็ไม่พอใจ ไอ้นักเลงชั้นสวะนี่ก็เกิดวางก้าม เที่ยวอาละวาดต่อยตีแขกในงานไปทั่ว เหมือนไม่เกรงกลัวใคร

“แถมยังท้าทายอาย้งที่ตายไปแล้วด้วยว่า นี่ถ้าไอ้ย้งยังไม่ตาย ก็อยากจะลองดีด้วยสักหน่อย เห็นว่าเก่งนักไม่ใช่รึ? นี่ไม่เก่งจริงล่ะมั้ง แค่วิ่งหนีหลบระเบิดหางจุกตูดก็ยังตายได้เลย”

คำพูดพล่อยๆ พวกนี้แหละ คนในแวดวงนักเลงเขาถือนักถือหนา เค้าว่าหากมีงานศพนักเลงด้วยกัน แล้วอีกฝ่ายมาแสดงอาการดูถูกดูหมิ่นไม่ให้เกียรติอย่างนี้ในงาน เขาว่าไม่นานมันจะมีเรื่อง

“…แล้วมันก็มีจริงๆ เสียด้วย” อากงท่านว่าอย่างนั้น

เค้าว่า หลังจากวันที่ศพอาย้งถูกพวกนักเลงสวะดูหมิ่นในงานศพแล้ว ก็เริ่มมีคนเห็นอาย้งออกมาเพ่นพ่านอยู่หลายครั้ง คนที่เห็นหลายคนยืนยันว่าผีอาย้งดุจริง

“…แต่บางคนบอกว่าไม่ใช่ผี เพราะอาย้งที่เห็นนั้นเป็นคนจริงๆ เดินได้ หันมามองได้ และท่าทางก็เหมือนคนเราตอนยังไม่ตายดีๆ นี่เอง”

แต่พูดอย่างเดียวไม่มีใครเชื่อ จนวันหนึ่งก็มีคนพบรอยเท้าที่พื้นศาลาสวดศพ และพบรอยเท้าเปื้อนโคลนบนที่ตั้งศพอาย้ง คนที่เชื่อก็บอกว่า ศพอาย้งลุกออกมาเอง แต่คนที่ไม่เชื่อก็หาว่างมงาย กลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง

แต่แล้วเรื่องมันก็มาบานปลายเอา เมื่อเจ้านักเลงคนที่มาพูดจาไม่ดีในงานศพโดนฆ่าตายโดยไม่รู้สาเหตุ ไม่มีใครรู้ว่าตายเพราะอะไร

แต่ทางตำรวจชันสูตรแล้วบอกว่า…ถูกบีบคอจนขาดใจตาย… ซึ่งเรื่องนี้ทุกคนแปลกใจมาก

“เพราะอะไร เพราะจะมีนักเลงที่ไหน จะยอมเสียเหลี่ยมถูกบีบคอตายเอาง่ายๆ อย่างน้อยๆ ต้องต่อย ต้องตี ต้องมีสู้กันจนยับไปข้างหนึ่ง”

แต่นี่…เห็นว่าคนที่ตายไม่ทำอะไรเลย เพราะไม่มีร่องรอยการต่อสู้ เหมือนคนร้ายที่ลงมือกระทำอยู่ฝ่ายเดียว โดยอีกฝ่ายไม่โต้ตอบเลยแม้แต่น้อย

“ซึ่งมันก็ผิดวิสัยนักเลงไง เป็นไปได้ยังไงกันที่นักเลงจะไม่สู้คน แล้วยิ่งเป็นตัวกร่างขนาดนั้น อย่างน้อยๆ ก็ต้องสู้แค่ตายนั่นแหละ”

แต่นี่ไม่เลย ในสถานที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ซึ่งทางตำรวจก็สันนิษฐานว่า ที่นี่อาจจะไม่ใช่ที่เกิดเหตุ เพียงแต่เป็นที่เอาศพมาทิ้งแค่นั้น

ละแวกแถบนั้น
(ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น)

ทางตำรวจมืดไปหมด จะว่าพวกนักเลงด้วยกันหลอกวางแผนให้ออกมาแล้วก็ลงมือฆ่า แต่กระนั้นมันก็ต้องมีการดิ้นรน หรือต่อสู้ขัดขวางบ้าง แล้วยิ่งถ้าเป็นตัวต่อตัวก็ยิ่งยาก

“เพราะนักเลงรายนี้มันสู้คน และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะอยู่เฉยๆ ไม่ตอบโต้ แล้วมันก็ไม่เคยไปไหนมาไหนคนเดียว อย่างน้อยก็ต้องมีลูกน้องไปด้วยสามสี่คน”

แต่ทว่าในครั้งนี้ นอกจากจะไม่มีลูกน้องติดสอยห้อยตามไปด้วยแล้ว การต่อสู้โต้ตอบในที่เกิดเหตุก็แทบจะไม่มี ครั้นลองดูสถานที่อื่นที่อาจจะเป็นที่เกิดเหตุก็ไม่มี

แล้วอย่างนั้น นักเลงรายนี้ตายเพราะถูกบีบคอเท่านั้นหรือ มันไม่น่าเป็นไปได้เลย ครั้นลงหาหลักฐานและสัมภาษณ์พยานต่างๆ ก็ไม่มีใครรู้ หรือมีใครเห็นเหตุการณ์เลย

ลานที่นายนักเลงสวะถูกฆ่าตายนั้น เป็นลานโล่งหลังตลาดท่าน้ำละแวกถนนทรงวาด ตรงนั้นจะเป็นที่สันทนาการหรือที่นัดพบพูดคุย จะมีร้านค้าแผงลอยหาบเร่มาขายอาหารตอนหัวค่ำ

พอสี่ทุ่มห้าทุ่มคนก็วาย ก็แยกย้ายกันไปหมด คืนก่อนเกิดเหตุก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ร้านค้าร้านรวงแถวนั้น พอร้านปิด ปิดไฟแล้วก็นอน ไม่มีใครได้สนใจอะไรเลย

มีอยู่หนึ่งรายที่ทำการค้าแถวนั้นบอกว่า กลางดึกในราวตีสอง ได้ยินเหมือนเสียงคนพูดคุยกัน แต่เสียงเบามาก แล้วมีเสียงเหมือนคนร้องออกมานิดเดียวแล้วทุกอย่างก็เงียบไป

ที่น่าแปลกกว่านั้น รอยเท้าที่พบในที่เกิดเหตุ มีรอยเท้าของผู้คนมากมาย แต่มีอยู่หนึ่งรอยที่แปลกประหลาดสุดๆ เพราะรอยเท้าที่ว่านี้ กลับไปประทับอยู่บนฝาผนังสูงจากพื้นจนเกือบจรดเพดาน

ไม่มีใครรู้ว่าใครอุตริเอารอยเท้าขึ้นไปประทับไว้บนที่สูงขนาดนั้น ตำรวจว่าเป็นการเล่นตลกของคนแถวนี้มากกว่า แต่มีรายหนึ่งเกิดจำได้ว่า

“…รอยเท้าที่เปลือยเปล่านี้ นิ้วหัวแม่เท้าห่างมาก และนิ้วเท้ามีลักษณะคด เขาเลยบอกตำรวจว่า เขาเคยเห็นคนที่มีนิ้วเท้าแบบนี้มาครั้งหนึ่ง”

ทางตำรวจเลยถามว่าใคร ตอนนี้อยู่ที่ไหน เขาก็บอกไปว่า เป็นไปไม่ได้หรอก ที่จะเป็นคนคนนี้ ตำรวจถามว่าทำไม เค้าหัวเราะ แล้วก็บอกว่า

“…ก็เพราะคนคนนี้ เขาตายไปแล้วยังไงล่ะ เพราะนี่มันคือรอยเท้าของอาย้งที่กำลังมีงานศพอยู่ที่วัดนั่นแหละ”

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

ทางตำรวจนึกว่า พยานรายนี้พูดเล่น แต่ทางพยานบอกว่า จริงๆ เขาจำได้ว่าเท้าที่มีลักษณะแบบนี้ คือเท้าอาย้งจริงๆ ตำรวจถามว่า ทำไมถึงรู้ เขาก็ว่าอาย้งมีเท้าเป็นลักษณะอย่างไร

“เพราะปกติ อาย้งก็ใส่รองเท้าเวลาไปไหนมาไหน แล้วทำไมคุณถึงรู้ได้ว่าเท้าแกมีลักษณะอย่างไร”

หมอนี่เลยว่า ที่แกรู้เพราะว่า “ผมเปิดร้านทำรองเท้า และอาย้งก็เคยเป็นลูกค้า แกเคยมาตัดรองเท้าหนัง และตอนที่วัดเท้าก็ได้เห็นเท้าที่มีลักษณะแปลกๆ เหมือนรอยเท้าที่ปรากฏบนฝาผนังอาคารนี่แหละ

เมื่อเรื่องเริ่มฮือฮาขึ้น และทางตำรวจต้องการพิสูจน์ในเรื่องเหล่านี้ ก็เลยขอทางวัดและทางเจ้าภาพขอเปิดดูรอยเท้าให้จบๆ เรื่องไป เพราะผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กันมาก

พอสัปเหร่อเปิดโลงออก ก็พบว่า ศพอาย้งยังคงสภาพดีถึงดีมาก ครั้นพอเลิกผ้าออกก็ต้องพบกับความแปลกประหาดครั้งใหญ่ ปรากฏว่าเท้าของศพอาย้งมีรอยเปื้อนเปรอะ มีทั้งฝุ่นและดินติดเต็มไปหมด ซึ่งมันเข้าไปในโลงได้ยังไง

แต่ทว่า พอนักเลงสวะตาย เรื่องที่ลือกันเรื่องเห็นผีอาย้งปรากฏให้เห็นที่นั่นที่นี่ก็เริ่มๆ ซาไป ศพอาย้งตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่จนครบร้อยวันก็ทำพิธีฌาปนกิจตามธรรมเนียม

แล้วจากนั้น เรื่องศพอาย้งลุกออกมาฆ่าคนก็ค่อยๆ จางและเงียบหายไป

เรื่องโดย. จุติ จันทร์คณา

ภาพโดย. จุติ จันทร์คณา, www.autoinfo.co.th, www.thehouse.com, www.liveabout.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •