17 ตุลาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ปาปัวตะวันตก หรือ “อิเรียนจายา” ในชื่อเดิม เป็นจังหวัดตะวันออกสุดของประเทศอินโดนีเซีย ตั้งอยู่ทางซีกทิศตะวันตกของเกาะปาปัวนิวกีนี ที่เป็นเขตพื้นที่อากาศที่ร้อนชื้นที่ใหญ่สุดและสูงสุดของโลก โดยมีเทือกเขาใหญ่ Pengunungan Maoke ตั้งขวางกั้นอยู่กลางเกาะแยกพื้นที่ภาคเหนือออกจากพื้นที่ภาคใต้

ผู้คนชนเผ่าในฝั่งของปาปัวตะวันตกนั้น หลายพื้นที่ยังล้าหลัง และยังมีความเชื่อดั้งเดิมฝังหัว โดยเฉพาะเรื่อง พ่อมด หมอผี และยังมีการล่าหัวมนุษย์ ฆ่าคนเพื่อทำพิธีบูชายัญหรือเอาเนื้อมนุษย์ที่ถูกฆ่านั้นมาเป็นอาหารเลี้ยงฉลองให้กับคนในเผ่า

เกาะปาปัวกินี

ชนเผ่าโกโรไว Korowai หรือในอีกชื่อโกโลฟู Kolufo เป็นชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในป่าลึก บริเวณภาคกลางตอนใต้ของปาปัว (Papua) และแทบจะไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวเหมือนเผ่าอื่นๆ ในเขตปาปัวที่มีอยู่ถึง 250 ชนเผ่า ประชากรของเผ่าโกโรไว Korowai มีประมาณ 3,000 ก่อนหน้านี้ พวกเขาคิดว่าในโลกนี้มีแต่กลุ่มพวกเขาที่อาศัยอยู่ในโลก จนกระทั่งปี 1970 ชนเผ่านี้ถึงรู้ว่าในโลกใบนี้ ยังมีคนอื่นอยู่ด้วยและไม่ค่อยเปิดรับให้คนภายนอกเข้าไป

บ้านบนต้นไม้สูง

โดยบ้านของพวกเขาตั้งอยู่บนต้นไม้สูงกว่า 50 ฟุต ซึ่งบางบ้านก็มีบันได แต่บางบ้านก็ไม่มีบันได ดังนั้นพวกเขาจึงต้องปีนขึ้นบ้าน ชีวิตของพวกเขาจึงเปรียบได้เหมือนกับทาร์ซาน เพียงแต่ต่างกันตรงที่ไม่ได้ใช้เถาวัลย์ห้อยโหนเท่านั้น นอกจากนี้การแต่งกายก็ไม่แตกต่างจาก “ทาร์ซาน” มากอีกด้วย โดยมีการสวมเครื่องประดับ และใช้เข็มขัดขนาดยาวในการปกปิดร่างกาย ส่วนผู้หญิงและเด็กจะใช้ใบไม้มาปกคลุมร่างกาย ทั้งยังมีการใช้หอกและธนูเป็นอาวุธอีกด้วย

นอกจากวิถีชีวิตสุดแปลกแล้ว พวกเขายังมีประเพณีความเชื่อสุดแปลกอีกด้วย โดย Khakhua เป็นประเพณีที่เชื่อกันว่า ถ้าชายคนใดในชนเผ่า เป็นที่น่าสงสัยว่าอาจจะเป็น “พ่อมด” เขาจะถูกฆ่าและนำเนื้อไปกินทันที ซึ่งคนในชนเผ่าเปิดเผยว่า เนื้อของมนุษย์นั้นมีรสชาติดีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะส่วนสมอง นอกจากนี้บางคนในชนเผ่ายังเอากะโหลกศีรษะมาทำเป็นกระเป๋าอีกด้วย…!

ในการฆ่าคนเพื่อเอาเนื้อมากินเพื่อล้างอาถรรพณ์ หรือเป็นการฆ่าพ่อมดแม่มด ตามความเชื่อของชาวโคโรไวนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงในคนเผ่าอื่นเท่านั้น หากแต่คนเผ่าเดียวกัน ก็อาจจะถูกฆ่าได้ ถ้าหากชาวเผ่า เกิดความสงสัยว่าคนๆ นั้นเป็นพ่อมด หรือเป็นความชั่วร้ายที่ทำให้เกิดมีคนตายขึ้นมาในเผ่าของตนเอง

เหมือนอย่างเรื่องราวของ “วาวา ชอมบงไก” เด็กชายชาวเผ่าโคโรไวคนหนึ่ง ซึ่งถูกคนเผ่าเดียวกันไล่ล่า เพื่อฆ่าล้างอาถรรพณ์แล้วเอาเนื้อของเขาไปเป็นอาหารให้กับคนในเผ่า สาเหตุที่ทุกคนต้องล่า ต้องฆ่าเขาให้ได้ เพราะทุกคนเชื่อว่า เขาคือต้นเหตุที่ทำให้พ่อแม่ตายอย่างกะทันหัน ที่สำคัญในตอนนั้น ตอนที่หนีตายจนมีคนช่วยเอาไว้ เขามีอายุเพียงแค่ 6 ขวบเท่านั้น

“ผมเสียใจที่ไม่สามารถช่วยน้องผมเอาไว้ได้ ผมกลับมาเพื่อตามหาน้องผม”

เด็กหนุ่มผู้รอดตายจากฝีมือคนในเผ่าตนเอง เล่าให้โลกได้รับรู้ถึงเรื่องราวแสนสะเทือนใจของเขา หลังจากที่ 13 ปีผ่านไป และเขาได้ถูกเลี้ยงดูโดยคนภายนอกจนโตเป็นหนุ่ม และมีโอกาสได้กลับเข้าไปในเผ่าของตนเอง เพื่อรับน้องชายมาอยู่ด้วยกันซึ่งเขาพบว่า น้องชายของเขานั้นเกือบถูกฆ่าตายเหมือนกันในวันที่เขาหนีมา

ชนเผ่าโกโรไว

“วาวา ชอมบงไก” เป็นหนึ่งในสมาชิกของเผ่าโคโรไว ชนเผ่ากินคนแห่งปาปัวนิวกินี เพิ่งจะอายุ 6 ขวบเท่านั้น ตอนที่เขาต้องเผชิญภัยครั้งใหญ่ ถูกชนเผ่าของตัวเองเลือกเป็นเป้าหมายในการไล่ล่า ตามฆ่าเขาเพื่อจับมากิน หลังคนในเผ่าเชื่อว่าเขาเป็นพ่อมดหมอผี ที่ต้องรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของพ่อแม่

ชีวิตของเขาคงจบสิ้นลงอย่างน่าเศร้า หากไม่ใช่เพราะ “คอร์เนลุซ  เซมบิริง” ซึ่งทำงานเป็นผู้นำทางในพื้นที่ละแวกนั้น ได้ทราบเรื่องเข้า และตัดสินใจพาหนูน้อยวาวาออกจากป่ามาอาศัยอยู่กับครอบครัวของเขาที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

จนเวลาผ่านไปนาน 13 ปีแล้ว วาวาซึ่งเติบใหญ่เป็นชายหนุ่ม และกำลังศึกษาด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ได้ตัดสินใจกลับไปยังชนเผ่าอีกครั้ง เพื่อพบปะกับเหล่าคนที่ครั้งหนึ่งคิดจะฆ่าเขา โดยมี คอร์เนลุซ พ่อบุญธรรมติดตามไปด้วย

จากรายงานของเว็บไซต์เมโทร เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2562 เผยว่า เรื่องราวการกลับไปเยี่ยมชนเผ่าของวาวา ถูกบันทึกไว้และนำเสนอผ่านทางรายการโทรทัศน์ Sunday Night ของประเทศออสเตรเลีย เผยให้เห็นช่วงเวลาแห่งความตื้นตัน เมื่อวาวาได้กลับมาพบหน้าญาติๆ ของเขา ก่อนที่น้าของเขาจะเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มไว้ด้วยความคิดถึง

เป็นเวลาเนิ่นนานเหลือเกิน ที่วาวาจากชนเผ่าแห่งนี้ไป เขายังจดจำช่วงเวลาที่ครั้งหนึ่งตัวเองเคยเกือบถูกฆ่าได้ดี แต่ในตอนนี้การได้กลับมาพบหน้าคนในครอบครัว กลับเป็นสิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจของเขา และวาวาก็ถึงกับน้ำตาไหล เมื่อได้ยินพ่อบุญธรรมของเขาพูดว่า

“ก่อนหน้านี้เขา (วาวา) รู้สึกเหมือนตัวเองนั้นโดดเดี่ยว แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะได้มีครอบครัวใหญ่แล้ว” คอร์เนลุซกล่าว

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความยินดีที่ได้เจอครอบครัวของตัวเอง วาวาก็ต้องทราบข่าวร้ายว่าลุงของเขานั้นถูกคนในเผ่าสังหารไปก่อนหน้านี้ เพราะแอบไปมีความสัมพันธ์กับภรรยาของชายอื่น ส่วนน้องชายของเขา เทวี ก็อาจจะต้องเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกับเขาในวัยเด็ก

วาวาเผยว่า ชนเผ่าของเขายังเลือกใช้ความตายเป็นทางออกในการลงโทษผู้คน หากพบว่ามีการตายอย่างกะทันหัน พวกเขาจะเชื่อว่าเป็นฝีมือของจิตวิญญาณชั่วร้าย และตัดสินใจตามฆ่าใครก็ตามที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหมอผี ให้เป็นผู้รับผิดชอบต่อการตายนั้น ดังเช่นที่เขาถูกชี้เป้าให้ต้องตายเพื่อรับผิดชอบต่อการตายของพ่อแม่

“ถ้าผมยังอยู่ในหมู่บ้านนี้ ชีวิตของผมก็คงอยู่ในความเสี่ยง”

สำหรับการกลับมาเยือนผืนป่าที่เต็มไปด้วยความทรงจำวัยเด็ก วาวาหวังเหลือเกินว่าจะทำให้คนในเผ่าคิดได้ ว่าการฆ่ากันนั้นไม่ใช่หนทางแก้ปัญหาเพียงหนึ่งเดียว แต่การพูดคุยหรือการหารือกับผู้นำชุมชน ควรนำมาเป็นทางเลือกในการแก้ปัญหาด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนทัศนคติและความเชื่อของคนนั้นเป็นเรื่องยาก แม้วาวาจะมองว่าการฆ่ากันเอง ทำให้ชนเผ่าของเขาอ่อนแอ และเสี่ยงแก่การถูกชนเผ่าอื่นๆ คุกคามก็ตาม

วาวายังหวังว่าเขาจะสามารถช่วยเหลือเทวีไม่ให้ถูกฆ่าได้ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถพาน้องชายกลับมายังบ้านที่เขาอยู่ในตอนนี้ได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังมั่นใจว่าน้องชายจะยังคงรอดชีวิตในระหว่างนี้ และวาวาก็สัญญาว่าเขาจะกลับมายังชนเผ่าแห่งนี้อีกครั้งเพื่อหาทางช่วยให้น้องชายไปจากเผ่าอันเป็นถิ่นกำเนิดของเขาเอง

เรื่องโดย. นายตำนาน

ภาพโดย. www.th.wikipedia.org, www.scholarship.in.th., www.fishingthai.com, www.korowaitribe.tumblr.com, www.nextsteptv.com, www.newsneednews.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •