17 ตุลาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

บุญนำสตรีวัย 55 ปี ได้เล่าถึงผลกรรมที่เกิดกับตัวเธอเองอันเนื่องจากการทำแท้งตนเองก็ดี หรือการพาคนไปทำแท้งก็ดี ในบั้นปลายชีวิตของเธอ ณ ปัจจุบัน ได้เผชิญเคราะห์กรรมต่างๆ ซึ่งบุญนำเริ่มต้นลำดับเหตุการณ์ชีวิตของเธอดังนี้

“ครอบครัวพ่อแม่ของฉันจัดว่าเป็นคนที่ฐานะดีของอำเภอ มีที่ดินติดหน้าถนนใหญ่กว่า 10 ไร่ ส่วนที่ดินด้านหลังนั้นได้มีถนนบายพาสตัดผ่าน…เรียกว่าที่ดินมีราคาทั้งด้านหน้าด้านหลัง ครอบครัวฉันอยู่ดีมีความสุข จนวันหนึ่ง…น้าสาวน้องแท้ๆ ของแม่ที่มีอายุไล่เลี่ยกับฉัน น้าสาวน้องคนเล็กของแม่ แกเกิดตั้งท้องกับแฟน ซึ่งเป็นท้องสาว เมื่อรู้ตัวก็ 4 เดือนแล้ว มีอาการโอ้กอ้ากๆ ส่วนเรื่องแฟนน้าสาวนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะตายายไม่ชอบที่เขาจนกว่า

ต่อมาเหมือนอาการเด็กในท้องมันจะฟ้อง เมื่อเกิดอาการแพ้หนักเข้าๆ น้าแกจึงคิดทำแท้ง และขอให้เราเดินทางไปเป็นเพื่อนด้วย ส่วนคลินิกที่จะเดินทางไปทำนั้นอยู่จังหวัดติดกัน เช้าไปเย็นกลับคงพอทันไม่ให้ตายายสงสัย

ส่วนการเดินทางข้ามจังหวัดเมื่อเกือบ 40 ปีก่อนก็มีแค่รถบขส.สีส้ม ฉันจำได้ว่าเราสองคนบอกตายาย โกหกว่าจะไปเที่ยวงานองค์พระฯ และพอรถเมล์จอดที่สามแยกมาลัยแมนก็ต้องรอรถเมล์ขาวนั่งไปที่คลินิกหมอ เฉพาะแค่ขาไปก็ทุลักทุเลแล้วคุณ หนำซ้ำเมื่อถึงคลินิกน้าสาวต้องนั่งต่อแถวยาว เพราะมีนักศึกษา นักเรียนที่มานั่งรอก่อนหน้านี้ 10 กว่าราย ซึ่งกว่าที่น้าสาวจะได้ทำก็ตกบ่ายสองโมงสามโมงเย็น และเลือดแกก็ตกมากด้วย หมอยังให้กลับไม่ได้ เราสองคนจึงต้องนอนค้างที่คลินิกนั่นค่ะ” คุณบุญนำเล่าไปถอนหายใจไปพลาง

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

“ตกตอนสาย เมื่อหมอตรวจว่าอาการของน้าดีขึ้น จากการให้น้ำเกลือทั้งคืนได้พอมีแรงก็อนุญาตให้น้าเดินทางกลับ ซึ่งตลอดสองข้างทางที่นั่งรถเมล์…ฉันเห็นน้าสาวนั่งเช็ดน้ำตาป้อยๆ เมื่อถามน้า น้าเสียใจที่ลูกไม่อยู่แล้วใช่มั้ย? แกตอบเปล่า ที่ร้องไห้เพราะรู้ว่าแฟนแกนั้นมีเมียอยู่แล้ว เพิ่งมารู้ตอนที่บอกว่าแกท้องได้ 4-5 เดือน ฝ่ายชายจึงเอารูปงานแต่งงานเขามาให้ดู พูดง่ายๆ คือไม่รับผิดชอบ

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา น้าสาวก็ใช้ชีวิตอีเหละเขละขละ มั่วผู้ชายไปเรื่อยเหมือนประชดชีวิต เมื่อตอนที่ตายายตายจาก พอได้ที่ไร่ที่นาแกก็ขายเอาเงินเลี้ยงผู้ชายบ้าง เพื่อนฝูงหลอกกินบ้างมาจนทุกวันนี้…ก่อนที่แม่ฉันจะตาย แม่ขอฝากน้าสาวคนนี้ไว้กับฉัน เพราะชีวิตแกไม่เหลือใครให้พึ่งพา ซึ่งตอนนี้ฉันได้ปลูกบ้านหลังเล็กๆ ให้แกไว้หลังหนึ่งอยู่ในรั้วเดียวกัน แกก็ก๊งเหล้าได้ทุกวัน เพราะไม่มีแฟน สำหรับน้าคนนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เงินแกเป็นสิบล้าน ทุกวันนี้หมดค่ะ เหลือแต่ตัวจริงๆ!”

ผู้เขียนขอให้บุญนำเล่าเรื่องของตนต่อไปเพื่อเป็นวิทยาทานแก่ผู้ที่กำลังตัดสินใจฆ่าทารกในครรภ์ เวรกรรมนั้นสาหัสสากรรจ์เพียงใด

“ขอรวบรัดเล่าความเลยนะคุณ เอาเป็นว่าฉันเองมีการแต่งงานถึงสองครั้ง มีงานแต่งงานจัดใหญ่โตถึงสองรอบ แต่ชีวิตคู่นั้นพังไม่เป็นท่า ซึ่งฉันมีลูกกับแฟนคนละคนค่ะรวมเป็นสอง เป็นผู้ชายทั้งคู่ และลูกชายสองคนนี้เหมือนเจ้ากรรมนายเวรฉันมาเกิด เพราะเค้าสองคนไม่ถูกกันเลย พอโตมาหน่อยอายุราว 12-13 ปีก็ชกต่อยกันตลอด ไม่มีความเป็นสายเลือดมีแม่คนเดียวกันเลยสักนิด ระหว่างที่ฉันกลุ้มๆ เครียดๆ นี้ได้หันหน้าเข้าหาวัด ซึ่งฉันได้เจอกับแฟนคนปัจจุบันที่วัด ฉันดูเขาเป็นคนดีมีศีลธรรม จึงคิดอยากมีคนดูแลเราในยามแก่เฒ่า เพราะลูกชายฉันตอนนั้นเค้าอายุ 19-20 ปีแล้ว แต่ก็ไม่เอาไหนทั้งคู่ เรียนก็ไม่จบ ส่วนกับแฟนคนนี้ยอมรับว่าเราต้องแอบพบกันตามโรงแรม…บางครั้งก็ทุเรศตัวเอง แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อลูกสาวของแฟนที่อยู่ฝั่งโน้นเค้าก็ไม่ให้พ่อเค้ามีเมียใหม่เหมือนกัน ซึ่งแฟนก็เชื่อลูก…ลูกสาวเค้าเป็นครู จึงต้องคบกันแบบลักลอบมาจนทุกวันนี้ บางคราวให้นึกน้อยใจตนเองเหมือนกัน”

คุณบุญนำก้มหน้านิ่งครู่หนึ่ง “แต่เมื่อไม่นานนี้ฉันเหมือนถูกสายฟ้าฟาด เพราะฉันเกิดตั้งท้องเมื่อตอนอายุ 51 ปี ตอนนั้นรอบเดือนฉันยังไม่หมด และด้วยความที่ฉันรักลูกคนนี้มาก แม้จะเสี่ยงต่อโรคภัยหลายๆ อย่าง ฉันกับแฟนได้ตกลงขอเก็บเขาไว้ เพื่อดูแลฉันยามแก่เฒ่า

ฉันคิดว่าฉันโชคดีที่ไปอัลตราซาวด์มา หมอบอกฉันว่าเด็กเป็นเพศหญิง แต่ด้วยความที่แม่อายุมากมันเสี่ยงอยู่เหมือนกัน จนวันหนึ่ง ฉันขอคุยกับลูกชายสองคน เล่าความจริงให้ลูกฟังว่าแฟนฉันเค้าก็ข้าราชการบำนาญ มีเงินเดือนกิน ไม่คิดมาเบียดเบียนครอบครัวแม่

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

ทว่าลูกชายสองคนมันสามัคคีพูดเป็นเสียงเดียวกัน คือถ้าแม่เอาน้องคนนี้ไว้ เมื่อคลอดออกมามันจะตัดน้องเป็นสองท่อน เอาหัวเสียบไว้หน้ารั้วบ้าน ส่วนขาเสียบไว้ที่ห้องน้ำหลังบ้าน และลูกได้พูดย้ำๆ ซ้ำอยู่ทุกวัน! ฉันคิดว่าเมื่อคลอดเด็กออกมาเค้าต้องจัดการแน่ จึงตัดสินใจคุยกับแฟน บอกลูกฉันเค้าพูดอย่างนี้ๆ นะ ต่อมาจึงต้องกลับไปให้หมอทำแท้ง ซึ่งตอนนั้นลูกอายุ 5 เดือนกว่าแล้ว เมื่อได้ทำแท้งลูกคนนี้ผ่านไป ฉันรู้ได้เลยว่าชีวิตฉันเปลี่ยนแปลงในทางที่ตกต่ำ โดยเฉพาะเรื่องการเงิน” บุญนำถอนหายใจเฮือกใหญ่

“ยกตัวอย่าง ช่วงก่อนหน้านั้นแม้ว่าลูกชายสองคนจะเกเร แต่ฉันก็ถูกหวยบ่อย ขนาดซื้อเลขท้าย 00 หรือ 01 ก็ยังถูกรางวัลใหญ่ รางวัลที่สองฉันก็เคยถูกมาแล้ว หากเมื่อทำแท้งลูกคนเล็กผ่านไป…หวยรึก็ไม่ถูก ขนาดซื้อเลขใต้ดินเต็มหน้ากระดาษเลขก็ไม่เข้า ส่วนร้านข้าวแกงที่หุ้นกับญาติก็ถูกโกงรายได้ทุกวัน จับได้แต่ทำอะไรเค้าไม่ได้อีก ในส่วนของแฟนคือ ได้ไปขับรถชนคนตายค่ะ พูดง่ายๆ มีเรื่องเข้ามาตลอด แต่ละเรื่องคอขาดบาดตายทั้งนั้น! หรือไม่ก็ต้องเสียเงินก้อนใหญ่ หากหนักแค่ไหนนะคุณ คนเป็นแม่จะไม่เสียใจเท่าที่รู้ว่าลูกตัวเองนั้นติดยาเสพติด ติดกันทั้งพี่ทั้งน้องค่ะ…ต่อมามันก็รวมหัวกันขโมยของในบ้านออกไปขาย พระพุทธรูปสมัยที่ปู่ย่าตายายยังมีชีวิตอยู่ ไปอยู่ที่ห้างหมดค่ะ

ซึ่งชีวิตเราทยอยหมดตัวไปเรื่อยๆ ทุกคืนฉันต้องนอนร้องไห้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา มีลูกลูกก็ติดยาทั้งสองคน ไม่มีใครห้ามใคร ทั้งที่บุญกุศลเราก็ทำ ทำไมลูกถึงเป็นอย่างนี้!

จนวันหนึ่งฉันกับแฟนก็ขับรถออกจากบ้านไปเรื่อยๆ ผ่าน จ.ราชบุรี เข้าเมืองเพชรบุรี สบโอกาสวิ่งรถเข้า อ.หนองหญ้าปล้อง ซึ่งตอนนั้นเย็นมากแล้ว ตะวันจวนตกดิน ฉันเห็นวัดๆ หนึ่งมีสิ่งปลูกสร้างสูงใหญ่ แต่ยังสร้างไม่เสร็จ มองเห็นยอดลิบๆ เลยบอกแฟนว่าเข้าวัดนี้แหละ เราไปไหว้พระกัน ซึ่งวัดนั้นทางเข้าเป็นประตูไม้เปิด-ปิดค่ะ กระทั่งหน้ารถขับช้าๆไปจ่อที่ปากประตู ได้มีคนเดินมาปิดประตูค่ะ ซึ่งคนปิดเขาบอกวัดแห่งนี้ยังสร้างไม่เสร็จ ต้องเปิดปิดเป็นเวลา ซึ่งดิฉันได้ต่อรองกับเขา ขอเวลาอีกสัก 5 นาทีหรือ 10 นาทีเถิด ความรู้สึกตอนนั้นคืออยากจะเข้าไปเหลือเกิน

ครั้นพอผู้ดูแลอนุญาตให้เข้า คุณลองนึกภาพตามนะคะ เมื่อก้าวลงจากรถเหมือนราวกับว่าฉันได้สู่โลกใบใหม่ที่มีความสุข สงบ ส่วนสิ่งก่อสร้างที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จคือ พระแม่กวนอิมพันมือ นับจากวันนั้นเป็นต้นมาฉันตั้งจิตอธิษฐานกับตัวเองว่า…จะงดสัตว์ใหญ่เช่นเนื้อหมูเนื้อวัวเนื้อควายไปตลอดชีวิต

ต่อมาเมื่อทำได้ รู้ว่าตนเองนั้นมาถูกที่ถูกทางแล้ว ก็ขอพรกับพระแม่กวนอิมพันมือค่ะขอให้พระกรข้างหนึ่งข้างใดของพระแม่โปรดช่วยโอบอุ้มลูกของลูกที่ถูกทำแท้งไว้ด้วยเถิดเหตุ เพราะลูกกลัวทุกสิ่งทุกอย่างจึงไม่กล้าให้เขาเกิดมา

ฉันอธิษฐานอย่างนี้ทุกครั้งที่สวดมนต์เช้า-ค่ำ ซึ่งมาจนถึงวันนี้ 5-6 ปีแล้ว จิตใจฉันดีขึ้น ปลงตกขึ้น และในส่วนของลูกๆ นั้นอยู่ๆ เขาได้กลับไปเรียนต่อ ซึ่งตอนนี้ได้ทำงานที่ห้างแมคโครทั้งพี่ทั้งน้อง แถมตั้งใจทำงานอีกต่างหาก เพราะได้ตำแหน่งพนักงานดีเด่นกันคนละปีทั้งพี่ทั้งน้อง ชีวิตคนเรานั้นมีขึ้นมีมีลงจริงๆ อีกบาป-บุญนั้นมีอยู่จริงเช่นกันเพราะที่ลูกชายทั้งสองคนมีชีวิตที่ดีขึ้นก็เพราะเป็นแรงกุศลที่ดิฉันพูดดีคิดดีทำดี มีเมตตาต่อเหล่าสรรพสัตว์ สิ่งเหล่านี้ได้ช่วยพยุงชีวิตของลูกชายให้ได้อยู่สูงขึ้น ไม่ต้องจมปลักอยู่กับยา ไปทางไหนสังคมก็ไม่ต้อนรับ ขนาดพี่ป้าน้าอายังไม่กล้าให้เข้าบ้านเพราะกลัวจะไปลักเล็กขโมยน้อยของของเขา”

บุญนำอึ้งไปครู่ใหญ่

“แต่การที่ฉันครอบครัวแตกแยก ไม่สมหวังในความรักถึงสองครั้งสองคราว เพราะว่าฉันได้ร่วมเดินทางกับน้าสาวพาเขาไปทำแท้งในเมื่อเกือบ 40 ปีก่อน กรรมอันนี้จึงส่งผลทางอ้อมให้ไม่สมหวังในความรัก ซึ่งใครจะว่างมงายนั้นดิฉันไม่โกรธ ของอย่างนี้จะรู้ได้ทุกอย่างเพราะตัวเราประสบเองค่ะ”

*โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

เรื่องโดย. ประทุมทิพย์

ภาพโดย. www.plannedparenthood.org, www.ucanews.com, www.newsbytesapp.com, www.snamcn.lib.su.ac.th


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •