2 ธันวาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

                เงือกในประเทศไทยถูกกล่าวขานมาตั้งแต่สมัยอดีต ผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย แต่เงือกที่ได้รับความนิยมและกล่าวขวัญกันมากที่สุดก็คือเงือกในวรรณคดีของสุนทรภู่ เรื่องพระอภัยมณี ที่นางเงือก (เงือกสาว) และเงือกตายายช่วยพาพระอภัยมณีหนีจากผีเสื้อสมุทรได้สำเร็จ และนางเงือกได้เป็นชายาของพระอภัยมณีจนมีโอรสด้วยกันหนึ่งองค์ ชื่อว่าสุดสาคร

                ในประเทศยุโรปตอนเหนือมีตำนานเกี่ยวกับเงือกด้วยเช่นกัน (อังกฤษ Mermaid นางเงือก / Merman นายเงือก) เงือกของยุโรปมีความน่ากลัว เป็นปีศาจลักษณะเดียวกับนิมฟ์จำพวกไซเรน ไนแอด หรือลิมนาเดส ที่จะล่อลวงเหยื่อ โดยเฉพาะชายหนุ่มให้ลงไปในน้ำแล้วสังหารทิ้งเสีย ซึ่งเสียงของเงือกมีพลังดึงดูดสูง สามารถชักพาให้ผู้ที่ได้ยินเสียงคล้อยตามได้ การที่เรือเดินทะเลต้องชนกับหินโสโครกและอับปางลงลำแล้วลำเล่านั้น เป็นเพราะว่าถูกชักจูงให้เดินทางไปตามเสียงเพลงของเงือกนั่นเอง คือเพลงเพราะมากจนอยากตามไปฟัง

                เรื่องของเงือกที่มีชื่อเสียงที่สุดของยุโรปปรากฏในนิทานพื้นบ้านของเยอรมันว่า มีหญิงสาวสวยคนหนึ่งชื่อ “ลอเรไร” อาศัยอยู่กับพ่อที่ริมแม่น้ำไรน์ เมื่อเสียชีวิตเธอได้กลายเป็นปีศาจที่ล่อลวงเรือให้อับปาง ซึ่งได้กลายเป็นความเชื่อมาจนปัจจุบัน มีการสร้างประติมากรรมรูปลอเรไรขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ และเป็นชื่อหน้าผาริมฝั่งแม่น้ำที่เมืองแซงต์กูร์อาเชาเซน ซึ่งเป็นช่วงกลางของแม่น้ำ เล่ากันว่าในวันที่มีหมอกลงจัดจะเห็นลอเรไรยืนอยู่ริมหน้าผา

                ที่อังกฤษ สกอตแลนด์ รวมถึงไอร์แลนด์ก็มีความเชื่อทำนองนี้ โดยเรียกว่า “เซลกี” แปลว่า “ผู้หญิงแมวน้ำ” โดยคาร์ล ยุง นักจิตวิทยาชื่อดังอธิบายว่า ความเชื่อเรื่องเงือกเป็นจินตนาการเรื่องทางเพศของชาวเรือ ซึ่งเป็นชายหนุ่มที่ออกทะเลเป็นเวลานาน

                ในประเทศญี่ปุ่น มีความเชื่อเกี่ยวกับเงือกมากมายเช่นเดียวกัน โดยเงือกเป็นโยไกหรือปีศาจจำพวกพรายน้ำอย่างหนึ่ง ตามความเชื่อของศาสนาชินโต ศาสนาพื้นเมืองของญี่ปุ่น เงือกในภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “นิงเงียว” ความเชื่อหลักเกี่ยวกับการกินเนื้อเงือกคือ เมื่อในอดีตมีหญิงสาวคนหนึ่งได้ช่วยนางเงือกเอาไว้ที่ชายหาด นางเงือกซาบซึ้งบุญคุณของหญิงคนนั้นจึงให้กินเนื้อเงือกเป็นการตอบแทน แต่ทว่าอาถรรพณ์ของเนื้อเงือกจะทำให้ผู้ที่กินเข้าไปไม่แก่ไม่ตาย หญิงสาวผู้นั้นมีชีวิตอยู่อย่างไม่มีวันแก่ตาย ได้เห็นผู้คนรอบข้างตายไปทีละคนจนทนไม่ได้ จึงบวชเป็นชีชื่อแม่ชีเบคุนิ

                ปัจจุบัน ในประเทศญี่ปุ่นตามวัดต่างๆ มักจะมีซากเงือกตั้งแสดงอยู่ เป็นของประหลาด และเป็นที่ตื่นตาสำหรับผู้ที่ได้พบเห็น แต่ทว่าซากของเงือกหรือสัตว์ประหลาดต่าง ๆ เหล่านี้เป็นของปลอมที่ทำขึ้น โดยการนำเอาอวัยวะของสัตว์ชนิดต่างๆ มาผสมรวมกัน

                จากเรื่องราวข้างต้นนั้นจะเห็นได้ว่า เรื่องของนางเงือกรู้จักแพร่หลายทั่วโลก จะมีคำบอกเล่าเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของนางเงือกที่แตกต่างกันไป อย่างในนิยายเรื่อง “อาหรับราตรี” ได้บอกว่าเหล่านางเงือกมีดวงหน้าที่งดงามดั่งพระจันทร์ มีเรือนผมที่สวยราวกับผู้หญิง แต่มือและเท้าของพวกเธอกลับอยู่ที่ในท้อง และยังมีหางที่เหมือนปลาอีกด้วย

                ขณะที่ซี.เจ.เอส.ทอมสัน ผู้อำนวยการราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งอังกฤษ เขียนไว้ในหนังสือ “The Mystery and Lore of Monsters” ว่า จริงๆ แล้วตำนานเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งปลานั้นมีมานานเป็นพันๆ ปีแล้ว ตั้งแต่ยุคบาบิโลน นั่นคือเทพเจ้าโอนเนส ด้านบนเหมือนมนุษย์ มีหนวดเคราและสวมมงกุฎ แต่ด้านล่างกลับเหมือนปลาไม่มีผิด

                หรือจะเป็นตำนานเทพปกรณัมกรีกก็มี “เทพโพไซดอน” เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ท่อนบนของเขาเป็นมนุษย์ ส่วนท่อนล่างเป็นปลา และถ้าลองขยับมาใกล้ๆ ประเทศไทย ก็มีความเชื่อเกี่ยวกับนางเงือกเหมือนกัน อย่าง “สุพรรณมัจฉา” เป็นต้น และที่โดดเด่นคงหนีไม่พ้นความเชื่อแคนดอมเบิล หรือลัทธิวูดูของทางฝั่งบราซิล ก็บูชานางเงือกเป็นเทพเจ้าด้วย

                ขยับมาดูแถวๆ โซนสหราชอาณาจักร มีตำนานเกี่ยวกับนางเงือกทางฝั่งเวลส์และสกอตแลนด์ด้วย ว่ากันว่านางเงือกเป็นเพื่อนมนุษย์ และสำหรับบางคน…นางเงือกเป็นภรรยา ซึ่งเมรี่ ลาโอ ได้ตอกย้ำความเชื่อนี้ด้วยการเขียนลงหนังสือ “Seduction and the Secret Power of Women” ไว้ว่า ที่หมู่เกาะเชตแลนด์ เหล่านางเงือกผู้อยู่ใต้ท้องทะเลเป็นผู้หญิงที่มีความงดงามมาก แต่ผิวกลับลื่นเหมือนผิวปลา พวกเธอต้องคอยระมัดระวังเวลาขึ้นบก เพราะเมื่อใดก็ตามที่ความลื่นบนผิวหายไป เธอก็จะไม่สามารถกลับลงสู่ผืนน้ำได้อีกเลย

                ส่วนตำนานพื้นบ้านเองก็เชื่อว่าแท้จริงแล้วนางเงือกมีนิสัยดุร้าย เป็นสัญลักษณ์ของความโชคร้ายและความตาย ในยามค่ำคืน หากมีเรือลำใดลอยผ่านมา เธอจะล่อลวงกะลาสีเรือให้ตกลงไปจมน้ำตาย คุณผู้อ่านอาจคุ้นหูคุ้นตาความเชื่อนี้จากภาพยนตร์ดิสนีย์ “Pirates of the Caribbean: On Stranger Tides” ที่ฉายเมื่อปี 2011 แต่บางตำนานก็บอกว่านั่นไม่ใช่นางเงือกนะ นั่นคือไซเรนต่างหาก

                ข้ามฝั่งมาที่เหล่าเงือกหนุ่มบ้าง แม้ชื่อเสียงจะไม่โด่งดังเท่าเงือกสาว แต่ก็มีตำนานที่การันตีว่าร้ายกาจไม่เบา ครั้งหนึ่งในย่านน้ำฝั่งสกอตแลนด์ เรือที่ลอยอยู่กลางทะเลได้เจอเข้ากับพายุโหมกระหน่ำรุนแรงมาก บรรดากะลาสีเรือตกใจกันยกใหญ่ แต่ที่ทำให้พวกเขาเสียขวัญยิ่งกว่าคือการได้เจอกลุ่มชายหนุ่มที่มีผิวสีฟ้าซึ่งอยู่แถวๆ โขดหิน พวกเขาดูเหมือนคนธรรมดามาก แต่ที่ไม่ธรรมดาคือด้านล่างดันเป็นปลา พวกเขาพุ่งตรงมายังเรือและล้อมเรือเอาไว้แน่นหนา แล้วหัวหน้าเงือกได้ท้าให้กัปตันแต่งบทกวีมาแข่งกัน ซึ่งถ้ากัปตันมีความสามารถมากพอก็คงเอาชนะเงือกหนุ่มได้ แน่นอนว่าชีวิตเหล่าลูกเรือก็คงปลอดภัย ส่วนสรุปแล้วตอนจบกัปตันชนะหรือไม่นั้น…ตำนานไม่ได้บอกไว้

                ทางประเทศญี่ปุ่นเองก็มีตำนานเกี่ยวกับเงือกหนุ่มเหมือนกัน ว่ากันว่ามันคือ “กัปปะ” ผีญี่ปุ่นนั่นเอง แต่กัปปะจะมีขนาดตัวเล็กๆ น่าเอ็นดู มีกระดองเต่าอยู่ข้างหลัง ตัวสีเขียว เท้าหน้าและเท้าหลังเป็นพังผืด อาหารโปรดคือแตงกวา แถมเจ้ากัปปะยังชอบแกล้งคนมากๆ ด้วย พอมาเทียบกับนางเงือกฝรั่งยุโรปแล้ว กัปปะนี่ดูน่ารักคนละเรื่องไปเลย

                มีข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับนางเงือกไว้มากมายตั้งแต่สมัยยุคกลางแล้ว บ้างก็ว่าที่จริงมันคือวาฬต่างหาก บ้างก็ว่าเป็นพะยูนนะอย่ามั่วสิ หากทว่าเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมา เหล่ากะลาสีและชาวเมืองที่อาศัยอยู่ริมชายฝั่งทะเลทั่วโลกต่างก็เล่าว่าตนเองได้เจอกับนางเงือกจริงๆ นางเงือกที่เป็นผู้หญิงแท้ๆ เลย

                ในช่วงศตวรรษที่ 16 มีเรื่องกล่าวขานไว้ว่า มีนางเงือกตนหนึ่งหลงเข้าไปในเขื่อน และหลุดเข้าประเทศฮอลแลนด์ไป เธอได้รับบาดเจ็บก่อนจะถูกนำตัวไปยังทะเลสาบใกล้ๆ เพื่อรักษา และเมื่ออาการเธอดีขึ้น เธอก็กลายเป็นพลเมืองของที่นี่ เธอเรียนรู้ที่จะพูดภาษาดัตช์ ทำงานบ้าน และเปลี่ยนเป็นนับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเสียด้วย

                นอกจากนี้ยังมีหลักฐานยืนยันว่านางเงือกมีอยู่จริงโดยเอ็ดเวิร์ด สโนว์ ได้กล่าวไว้ในหนังสือ “Incredible Mysteries and Legends of the Sea” ว่า กัปตันจอห์น สมิธ นักสำรวจชาวอังกฤษได้เห็นนางเงือกกำลังว่ายน้ำอย่างสวยงาม เขาอธิบายว่าเธอมีดวงตาขนาดใหญ่ จมูกค่อนข้างสั้นและมีหูที่ยาวเกินไป ส่วนผมสีเขียวที่ยาวสลวยของเธอนั้นช่างน่าดึงดูด สมิธเกือบตกหลุมรักสาวน้อยคนนี้แล้ว ถ้าเกิดว่าเขาไม่ได้เลื่อนสายตาต่ำกว่าเอวลงไป สิ่งที่ทำให้เขาช็อกลืมโลกเลยก็คือเธอเป็นปลา

                นักวิจัยบางคนเชื่อว่าจริงๆ แล้วการปรากฏตัวของสัตว์ในมหาสมุทรขนาดใหญ่ เช่น พะยูน อาจเป็นแรงบันดาลใจให้กับตำนานเมอร์โฟล์คก็ได้ เพราะสัตว์เหล่านี้มีหางที่แบนเหมือนกับนางเงือก และมีแขนอ้วนๆ สั้นๆ น่าเอ็นดู แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ค่อยเหมือนกับนางเงือกสักเท่าไหร่ เพราะในเทพนิยายหรือในตำนาน นางเงือกส่วนมากจะมีรูปร่างอรชร ส่วนที่เหมือนพะยูนก็คงเป็นตอนอยู่ใต้น้ำนั่นแหละ ที่เวลาคนบนเรือมองลงไปยังทะเลจะเห็นร่างเพียงบางส่วน

                เมื่อเรื่องราวมันคล้ายๆ อย่างนี้ไปเสียทุกมุมโลก จะไม่ให้เชื่อเรื่องนางเงือก นายเงือกบ้างก็เกินไปล่ะ….ว่ามั้ย?

/

เรื่องโดย. ทิวากร สุวพานิช

ภาพโดย. thegoblinmarketofficial.tumblr.com, morphologyfx.com, wildinjapan.wordpress.com, ภาพยนตร์สเปน เรื่อง Dagon, www.tumgir.com, www.alternatewars.com, www1.damarkita.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •