17 ตุลาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เรื่องของการเดินทางข้ามกาลเวลา กลายเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากชาวโลกเมื่อหลายสิบปีก่อน  มีทั้งเรื่องของคนที่อ้างว่า เดินทางมาจากกาลเวลาในอดีต สามารถเล่าเรื่องราวในอดีตที่ได้เดินทางจากมาได้ถูกต้อง ตามที่ได้บันทึกไว้ทุกอย่าง จนนักวิชาการเชื่อว่าน่าจะเป็นไปตามนั้น นอกจากนี้ ยังสามารถพานักวิชาการไปโบราณสถานต่างๆ และบอกได้ว่าสถานที่ตรงนั้นคืออะไร มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างไร เรื่องที่บันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์นั้น เรื่องไหนคลาดเคลื่อนกับความเป็นจริงอย่างไรด้วย  จนนักประวัติศาสตร์และนักโบราณคดี เชื่อจากเหตุผลที่ยกมาอ้างนั้นน่าเชื่อถือ สามารถไขข้อข้องใจของนักวิชาการเหล่านั้นได้อย่างปรุโปร่ง

ส่วนผู้ที่อ้างว่าเดินทางข้ามกาลเวลามาจากอนาคต สามารถเล่าเรื่องราวในอนาคตไว้อย่างน่าสนใจ เช่น ต่อไปในอนาคตจะมีการเปลี่ยนบนพื้นโลกอย่างไร  พื้นที่ทะเลมหาสมุทรส่วนใดจะกลายเป็นพื้นดิน  ส่วนใดจะจมลงไปใต้ผิวน้ำ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต่างยอมรับว่าเรื่องทั้งหมดที่นักเดินทางข้ามกาลเวลากล่าวถึง มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นจริง

สำหรับเรื่องนี้ แม้ว่านักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการจะเชื่อหรือไม่อย่างไร ชาวโลกส่วนมากไม่ค่อยเชื่อเรื่องเหล่านี้  คิดว่าเป็นเรื่องของคนสติไม่ดี กุเรื่องต่างๆ ขึ้นเองเพื่อให้เป็นที่สนใจของสังคมรอบข้าง  ทำให้เกิดวิวาทะขึ้นในวงการสังคม กระทั่ง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องของโลก  ต้องนำเรื่องนี้ไปศึกษาและทำการวิจัย จนได้ข้อสรุปออกมาเผยแพร่ต่อชาวโลกความว่า

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์

ไม่สามารถบอกได้ว่า คนที่อ้างว่าเดินทางข้ามกาลเวลามาจากอดีต หรือย้อนเวลามาจากอนาคต จะเป็นผู้ที่เดินทางข้ามกาลเวลามาจริง แต่ก็สามารถบอกได้หลังจากทำการวิจัยโดยละเอียดแล้ว การเดินทางย้อนเวลาหาอดีต และการเดินทางจากอดีตมายังยุคปัจจุบัน เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ค่อนข้างแน่ โดยไอน์สไตน์ นำทฤษฎีสัมพัทธภาพอันซับซ้อน ที่มีคนในโลกไม่กี่คนที่เข้าใจ รวมทั้งกล่าวถึงรูหนอน (Worm Hole)ที่คนสามารถเดินทาง ผ่านไปยังอนาคตหรืออดีตได้ไม่ยาก เพราะหลุมดำเปรียบเสมือนหลุมแห่งกาลเวลา  ที่คนสามารถเดินทางผ่านไปได้ด้วยเวลาอันรวดเร็ว  แม้จะย้อนเวลาไปหลายร้อยปีก็ตาม แต่อายุขัยของมนุษย์ก็จะยังเท่าเดิม

รูหนอน

เมื่อขาใหญ่ขนาดอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ออกมาฟันธงอย่างนี้ แถมไม่ได้ออกมาคนเดียวยังมีนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำตามออกมาอธิบายทฤษฎีกันเป็นขบวน วิวาทะเรื่องนี้จึงได้ซาลงไป  ระยะหลังก็ไม่มีข่าวทำนองนี้เกิดขึ้นอีก เข้าใจกันว่า แม้จะมีคนเดินทางข้ามกาลเวลากันอย่างสม่ำเสมอ เมื่อข้ามมาแล้วจะไม่พยายามทำตนให้เป็นข่าว มีการใช้ชีวิตร่วมกับชาวโลกอย่างเงียบๆ จนสิ้นอายุขัยไปเอง  ถึงกระนั้นก็ตาม ยังมีนักเดินทางข้ามกาลเวลาบางคนที่ออกมายืนยันว่า ตนเองเป็นนักเดินทางข้ามกาลเวลา  ผู้ที่ออกมาเผยตนเองในเรื่องนี้มีถึง 12 คน

เรื่องของคนที่อาจจะ “เดินทางย้อนเวลาจากอนาคต” ถ้ามีคนมาบอกว่าเขาคนนั้นเดินทางมาจากอนาคตผ่านไทม์แมชชีน เพื่อมาทำภารกิจบางอย่างให้แก่โลกในอดีต คงไม่มีใครเชื่อแน่ ถึงเราจะไม่รู้ว่าเรื่องของบุคคลทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องจริงหรือเป็นแค่เรื่องแต่งขึ้นมาลวงโลก แต่รวมๆ กันแล้วเรื่องราวของพวกเขาก็น่าสนใจไม่น้อย ดังนี้

1. จอห์น ไทเทอร์ (John Titor)

เรื่องของเขาถูกพูดถึงในช่วงปี 2000 หลังจากที่เจ้าตัวออกมาเผยว่า ตนเองเป็นทหารอเมริกันมีชีวิตอยู่ในปี 2036 และถูกส่งตัวกลับมายังปี 1975 เพื่อมอบวิทยาการเครื่อง IBM 5100 ให้กับชาวโลก

2.  เซอร์เก อัพเดเยฟ (Sergei Avdeyev)

นักบินอวกาศคนนี้ ไม่ได้ย้อนอดีตกลับไปหาจิ๋นซีฮ่องเต้แต่อย่างใด แต่ระยะเวลา 747 วัน ที่เขาใช้ชีวิตบนอวกาศ บวกกับการเดินทางด้วยความเร็วสูงถึง 27,360 กม./ชม. ทำให้เขามีอายุน้อยกว่ามนุษย์โลกทั่วไปถึง 0.02 วินาที สรุป คือการที่เขาได้เดินทางไปยังอวกาศ ทำให้ตัวเองมีอายุที่เฉลี่ยออกมาเป็นวินาทีน้อยกว่าคนบนโลกนั่นเอง

3. หญิงปริศนาใน ‘The Circus’

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2010 ผู้กำกับ George Clark ได้นำวิดีโอของ ชาลี แชปลิน ตอน ‘The Circus’ กลับมาดูอีกครั้ง เขาได้พบกับสิ่งที่แม้ทุกวันนี้ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ เป็นภาพหญิงสาวนิรนามคนหนึ่ง เดินผ่านหน้ากล้องพร้อมมือข้างหนึ่งของเธอ ที่ดูเหมือนว่ากำลังคุยโทรศัพท์อยู่ และถ้านึกย้อนกลับไปในยุคนั้น…มือถือยังไม่ถือกำเนิดขึ้นเลย

4. แอนดรูว์ คาร์ลซิน  ( Andrew Carlssin)

ปี 2003 Andrew Carlssin ถูกจับกุมข้อหาทุจริตการซื้อขายในตลาดหุ้น แต่เจ้าตัวให้การว่าตนเดินทางมาจากปี 2256 แต่เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยตำแหน่งเครื่องเดินทางข้ามเวลา หรืออธิบายการทำงานของมัน เพราะกลัวว่าจะตกไปอยู่ในมือของคนไม่ดี

5. เพลเลกรีโน เออร์เนตติ  (Pellegrino Ernetti)

เขาเป็นบาทหลวงประจำนิกายคาทอลิก ซึ่งได้สร้างเครื่องมือชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ‘Chronovisor’ โดยอ้างว่าผู้สวมใส่จะสามารถมองเห็นเหตุการณ์ในอดีตได้  ทว่าบาทหลวง François Brune ผู้อยู่ใต้ร่มศาสนจักรเดียวกันกับเขา ได้ให้การกลับกันว่าเรื่องทั้งหมดโกหกทั้งเพ

6. บิลลี่ ไมเออร์ (Billy Meier)

คุณลุง Billy มีชีวิตปกติเหมือนคนทั่วไป ทว่าวันหนึ่ง เขาก็ออกมาบอกกับสื่อท้องถิ่นว่าตนเองได้เดินทางผ่าน ‘อวกาศและกาลเวลา’ มาแล้วนับไม่ถ้วน  อีกทั้งเจ้าตัวยังอ้างว่าเขาได้เดินทางร่วมกับ Pleiadians เผ่าพันธุ์เอเลี่ยน ที่มนุษย์ทั่วไปไม่สามารถติดต่อด้วยได้ มีการถ่ายภาพเก็บเป็นหลักฐาน แต่เจ้าตัวก็บอกว่าหลักฐานทั้งหมดถูกขโมย และทำลายโดยชายชุดดำ

7. ชายปริศนาที่ยังหาคำตอบไม่ได้

หลายคนคงเคยเห็นภาพนี้กันมาแล้ว ซึ่งภาพนี้ถูกถ่ายเมื่อปี 1940 ภาพของชายคนหนึ่งที่แต่งตัวดูผิดยุคผิดสมัย มีการสวมใส่เสื้อฮู้ด ใส่แว่นตากันแดด และเสื้อผ้าที่มีการวิเคราะห์กันว่าเป็นของยี่ห้อหนึ่ง ราวกับว่ามาจากโลกปัจจุบันในพิธีเปิดสะพาน British Columbia

8. แอนดรู เบสิ เอโก ( Andrew Basiago)

อัยการจากเมืองซีแอตเติลผู้นี้ อ้างว่าในช่วงอายุ 7-12 ขวบ เขาเป็นหนึ่งในโปรเจกต์ ปิกาซุส ‘Project Pegasus’ ซึ่งเป็นโครงการของรัฐบาล ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลา เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์กับ Huffington Post ไว้ว่า ‘ครั้งหนึ่งผมเคยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ มีการทดสอบผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเดินทางข้ามเวลา และเป็นที่รู้กันว่าร่างกายของเด็กจะสามารถเคลื่อนย้ายผ่านห้วงเวลาได้ดีกว่าร่างกายของผู้ใหญ่’

9.  โรนัลด์ แอล. มัลเลตต์ ( Ronald L. Mallett)

เขาคือศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยคอนเนคติคัท ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวอ้างว่ากำลังวุ่นอยู่กับการวิจัยสร้างเครื่องเดินทางย้อนอดีต เพื่อกลับไปหาพ่อของเขาผู้จากไปตั้งแต่วัยเด็ก ถึงแม้ว่าจะมีหลายฝ่ายออกมาบอกว่าเป็นเรื่องไร้สาระและเป็นไปไม่ได้ แต่เราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าศาสตราจารย์ฟิสิกส์ผู้นี้จะทำสำเร็จหรือไม่

10. วัลเลอเรีย ลุคยาโนวา (Valeria Lukyanova)

แม้สาวที่ได้ชื่อว่าเป็นตุ๊กตาบาร์บี้ในโลกแห่งความเป็นจริง ก็ออกมาเคลมว่าตัวเองได้เดินทางข้ามเวลามาแล้วเหมือนกัน เธอให้สัมภาษณ์กับ Vice ในสารคดีชุด Space Barbie ไว้ว่า ‘จุดประสงค์ของชีวิตฉัน ก็คือการเดินทางมายังโลกนี้ เพื่อทำให้ผู้คนได้ตระหนักว่า พวกเขาควรจะใช้ชีวิตเยี่ยงเทพเจ้า หาใช่มนุษย์ผู้มักมากการบริโภคอย่างทุกวันนี้ และความเพอร์เฟกต์บนเรือนร่างของดิฉัน ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่จะชวนเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ของมวลมนุษยชาติ’

11. ไมเคิล เรนเฟ ( Michael Relfe)

อดีตทหารสหรัฐฯ ผู้ออกมาชี้แจงว่าตนเคยเป็นส่วนหนึ่งของ ‘การทดลองเดินทางข้ามเวลา’ โดยเจ้าตัวอ้างว่าถูกส่งไปยังดวงจันทร์เมื่อปี 1976 ก่อนจะกลับมายังพื้นโลกในอีก 20 ปีต่อมา และพบว่าตัวเองมีอายุขัยมากกว่าที่มันควรจะเป็น อีกทั้งเจ้าตัวยังได้เขียนรายงานเกี่ยวกับการป้องกันตนเองจากเอเลี่ยนอีกด้วย

12. เอ็ด คาเมลอน ( Ed Cameron)

ชายที่ดูเหมือนปกติชนทั่วไป แต่เรื่องราวกลับไม่ค่อยปกติ เพราะเจ้าตัวอ้างว่าเคยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘The Montauk Project’ เขาถูกส่งตัวข้ามเวลากลับไปยังอดีตเพื่อพบกับ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ และเทสล่า โดยเจ้าตัวอ้างว่านักวิทย์ฯ ทั้ง 2 คน ยังช่วยแก้ไขสมการให้การเดินทางข้ามเวลาสำเร็จลุล่วงไปได้

นั่นเป็นเรื่องของคนข้ามกาลเวลาทั้ง 12  ส่วนท่านจะเชื่อหรือไม่ ท่านต้องบอกกับตัวเองว่าไม่เชื่อก็ต้องเชื่

เรื่องโดย. โรเจอร์

ภาพโดย. www.thrillist.com, www.april12.eu, www.indiatimes.com, www.monstersmadnessandmagic.com, www.podchaser.com, www.postbulletin.com, www.cultofweird.com, www.thyblackman.com, www.irishexaminer.com, www.caltech.edu, www.wired.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •