2 ธันวาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เรื่องนี้เป็นความเชื่อเรื่องการกินซุปหัวมนุษย์แล้วจะก่อให้เกิดผลบางประการกับผู้กินซุปนั้น  มีข่าวลือว่า มีซุปประหลาดที่สามารถแก้ไขอาการป่วยทางจิตได้โดยไม่ต้องพึ่งพายาแผนปัจจุบัน จะมีใครเชื่อบ้าง  ซุปที่กินแก้อาการป่วยทางจิต ต้องเป็นซุปที่ต้องต้มหัวมนุษย์ทั้งหัว ยังจะมีใครเชื่อข่าวลือนี้อีกหรือไม่?

แต่…สำหรับคนที่หมดทางเลือกจริงๆ…เรื่องแบบนั้นดูจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายได้หรือไม่? เรื่องนี้ค่อนข้างน่าคิด

ไม่ว่าอย่างไร เรื่องที่เราสงสัยอยู่นั้นก็พลิกผันกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมาจริงๆ ที่มณฑลเสฉวนของประเทศจีน  เรื่องและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ดูกับเป็นเรื่องที่ถูกสร้างขึ้นมาจากนิยายฆาตกรรมสยองขวัญที่ทำให้คนเสฉวนนั้น “รับไม่ได้”

เรื่องจริงนั้น ถูกเดินเรื่องโดยสตรีชื่อ หลิน ซงซิ่ว (Lin Zongxiu) ซึ่งกำลังหาทางออกไม่ได้ เมื่อต้องกลัดกลุ้ม เพราะลูกสาววัยเบญจเพสของเธอมีอาการป่วยทางจิต และไม่ได้เพิ่งจะเป็น แต่เป็นมานานหลายปีแล้ว

เธอและสามีนำลูกสาวไปรักษากับแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ดูเหมือนไม่ค่อยมีอะไรคืบหน้า ทั้งยังต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากทุกครั้ง ทำให้เธอหนักใจพอสมควร เรื่องที่น่าหนักใจยิ่งกว่าก็คือ ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อาการทางจิตของลูกสาวจะดีขึ้น เพราะถ้าหายขาดลูกสาวจะได้มีชีวิตของตัวเอง สามารถดูแลตนเองได้ มีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝาได้เสียที

เพราะไม่รู้ว่าลูกสาวต้องอยู่กับการป่วยทางจิตอีกนานเพียงใด ส่งผลให้ผู้เป็นแม่อย่างหลิน แทบจะเป็นโรคประสาทตามลูกสาวไปด้วย หนทางไหนที่ใครว่าดีน่าจะรักษาหาย ทางไหนที่ดูเข้าท่า เธอจะพยายามทำตามทั้งหมด แต่ผลก็ยังไม่คืบหน้า

กระทั่งวันหนึ่ง มีคนมาแนะนำว่าถ้าอยากให้ลูกสาวหายป่วยจากอาการทางจิต จะต้องกินซุปหัวมนุษย์ รับรองว่ากินแล้วหายขาดเป็นปลิดทิ้ง  สิ่งนี้ทำให้นางหลินสนใจ ไม่เพียงแค่สนใจ แต่เธอต้องปฏิบัติให้เป็นจริงเป็นจังด้วย สิ่งที่น่าหนักใจก็คือ…จะไปหาหัวมนุษย์ที่ไหนมาต้มซุปให้ลูกสาวกิน เผื่อจะได้หายจากอาการเอ๋อเสียที

หลินปรึกษากับสามี ถึงเรื่องที่จะต้องจ้างใครสักคนสังหารคนที่จะมาเป็นเหยื่อให้ได้เร็วที่สุด เพื่อที่เธอและสามีจะได้นำหัวเหยื่อไปต้มซุปให้ลูกสาวกิน แค่คิดก็อดจะตื่นเต้นไม่ได้ เพราะกระบวนการนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งยังผิดกฎหมายด้วย

สุดท้าย แม้จะกังวลเรื่องของผลที่ตามมาอยู่บ้าง แต่การจะหาซุปหัวมนุษย์มาให้ได้นั้นมีมากกว่า สิ่งนั้นส่งผลให้มีการกระทำที่แสนโหดเหี้ยมตามมา นั่นก็คือการจ้างวานใครคนหนึ่ง ซึ่งคนนั้นจะต้องสังหารเหยื่อมาให้ได้

เรื่องเริ่มง่ายขึ้น เมื่อชายชราวัย 76 ปีรายหนึ่ง เดินตุปัดตุเป๋ แกเดินเป๋ไปมา มีอาการโซเซปนด้วย นั่นก็เพราะแกไปดวดเหล้ามาจนเมา แทบเดินไม่ตรงทางอยู่แล้ว ลำพังจะหายใจเข้าไปยังลำบาก

นักฆ่าเห็นเป็นโอกาส จึงลงมือสังหารเสียทันที ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากนัก เพราะคนแก่วัยเกือบ 80 ไม่มีแรงจะขัดขืนอยู่แล้ว ลงท้ายก็กลายสภาพเป็นคนตายไปอย่างรวดเร็ว  เมื่อได้ศพชายแก่มาก็ร่วมกันตัดหัวแกออกอย่างเร่งรีบแข่งกับเวลา

หัวชายชราที่มีองค์ประกอบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ตา หู จมูก และปาก เป็นสิ่งที่ระบุไว้ชัดเจนในตำรา และเป็นสิ่งที่คุณแม่เช่นหลินต้องการเป็นยิ่งนัก เธอจึงนำหัวชายชราไปต้มในหม้อซุปขนาดใหญ่และใส่เครื่องปรุงตามที่ต้องการ

กระบวนการต้มหัวมนุษย์เพื่อทำซุปนั้นต้องใช้เวลาอยู่บ้าง ระหว่างนั้น ศพของชายชราที่กลายเป็นศพหัวขาดก็เริ่มเป็นที่สนใจของสังคม เพราะมีคนพบศพของแกไม่นานนักหลังถูกสังหาร  การฆาตกรรมครั้งนั้นเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความหวาดกลัว และสร้างความกดดันให้กับสังคมของชาวเสฉวนเป็นอย่างยิ่ง

เท่ากับเป็นการเร่งให้ตำรวจต้องรีบหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้รวดเร็วที่สุด เพราะประชาชนกำลังเสียขวัญกันอย่างหนัก เพียงไม่กี่วันให้หลัง ตำรวจก็ได้เบาะแสของผู้กระทำผิด ในที่สุดก็สืบจนสามารถจับกุมตัวฆาตกรสังหารชายชราได้ และยังรวบตัวผู้บงการซึ่งก็คือหลินและสามีของเธอได้ด้วย

ทั้งหมดให้การสารภาพว่าได้ร่วมมือกันวางแผนทำอะไรบ้าง หลักฐานชิ้นสำคัญอยู่ก้นหม้อซุปที่พร้อมจะเสิร์ฟให้กับลูกสาวของสาวที่ชื่อหลินแล้ว

เมื่อตำรวจได้หลักฐานทุกอย่างในมือ กระบวนการเตรียมต้มซุปหัวมนุษย์ก็ต้องยุติลง ทำให้ลูกสาวของหลินหมดโอกาสในการกินซุปประหลาดที่สุดในโลกไปด้วยโดยปริยาย

ทำให้ฆาตกรที่ถูกจ้างมาต้องติดคุกตลอดชีวิต ส่วนหลินและสามี ต้องรับกรรมตามกฎหมายบ้านเมืองด้วย สำหรับลูกสาวคงมีหน่วยงานรัฐมาดูแลรับผิดชอบไป

*โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

เรื่องโดย. อุษา

ภาพโดย. www.instructables.com, www.pngitem.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •