17 ตุลาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

พวกซอเอ้ “Zo’é” เป็นชนเผ่าเล็กๆ ที่อาศัยอยู่อย่างโดดเดี่ยว ลึกเข้าไปในป่าฝนแอมะซอนทางตอนเหนือของบราซิล พวกเขาเพิ่งจะติดต่อกับคนภายนอกเมื่อปี 2530 เมื่อผู้สอนศาสนาของ New Tribes Mission เข้าไปสร้างโบสถ์เล็กบนที่ดินของพวกเขา ชนเผ่านี้ยอมรับการเข้ามาของพวกสอนศาสนา แลกกับการรักษาโรคที่เป็นอันตรายและน่ารำคาญอย่างไข้หวัดใหญ่ และโรคหัด

พวกเขาอาศัยอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนของบราซิล ที่เมืองพาร่า ริมฝั่งแม่น้ำคูมินาพาเนมา (Cuminapanema ) ในป่าที่ลึกเข้าไป ห่างจากตัวเมืองและแม่น้ำ ที่นั่นเป็นที่อยู่อาศัยของชนเผ่าพื้นเมืองหลายเผ่า หากแต่เผ่าที่มีความโดดเด่นมากที่สุดก็คือเผ่า ซอเอ้ ซึ่งเป็นชนเผ่านักล่าที่ได้ชื่อว่า เป็นมือยิงธนูที่สุดยอดเผ่าหนึ่ง

พวก Zo’é จะอาศัยอยู่ในบ้านมุงจากขนาดใหญ่ รูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าซึ่งเปิดทุกด้าน ในบ้านหลังใหญ่นี้จะมีหลายครอบครัวที่อยู่ด้วยกัน โดยอาศัยนอนบนเปลญวนที่สร้างจากเปลือกจันทัน เอามาควั่นเป็นเกลียว และทำอาหารบนกองไฟที่ก่อเอาไว้อยู่ข้างๆ ภายในหลังคาใบจากเรือนหลังใหญ่

เผ่าซอเอ้นั้น ถูกเรียกขานหลายชื่อด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโปโตรูจารา หรือว่าบูเร ซึ่งแปลว่า “เรา” สำหรับชื่อเผ่าที่เรียกกันว่า โปโตรูจารานั้น เนื่องจากว่า ชนเผ่านี้นิยมเจาะริมฝีปากล่าง แล้วสอดท่อนไม้ที่เหลาเป็นลิ่มสลักสอดใส่เข้าไปในช่องปากที่ถูกเจาะ และเรียกไม้เหลาสลักนั้นว่า “โปโตรู” ซึ่งถือเป็นเครื่องประดับประจำชนเผ่า ที่ผู้คนในเผ่าจะต้องเจาะเมื่อเริ่มพ้นวัยเด็ก ย่างเข้าสู่วัยหนุ่มสาว

โปโตรูและหมวกขนนก

การเจาะริมฝีปากเพื่อสอดโปโตรูเข้าไปนั้น เผ่าซอเอ้จะทำเป็นพิธีกรรมให้กับเด็กที่มีอายุ 7-9 ขวบขึ้นไป โดยจะใช้กระดูกขาของลิงแมงมุม ซึ่งเป็นอาหารชั้นเยี่ยมของพวกเขา เจาะที่ริมฝีปากล่างให้ทะลุ แล้วใช้น้ำมันทา ทำให้ไม้ที่สลักเป็นแท่งยาวๆ ที่เรียกว่าโปโตรูนั้นมีความลื่น สอดเข้าไปจนกว่าแผลจะหาย และริมฝีปากนั้นก็จะเป็นรูตลอดไป พวกเขาจะถอดและสอดกลับเข้าไป ในขณะที่ไปอาบน้ำที่ลำธาร และการที่จะถอดออกมาก็เพื่อชำระล้างและทำความสะอาด

ชาวเผ่าซอเอ้นั้น นิยมสร้างบ้านเรือนอาศัยรวมกันอยู่เป็นครอบครัวใหญ่ คนในเผ่าจะถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน แม้จะอยู่คนละครอบครัว แต่ก็จะออกล่าสัตว์ด้วยกัน แบ่งปันสิ่งที่หามาได้จากป่าเหล่านั้นตามจำนวนส่วนสัดที่เท่าๆ กันโดยไม่มีการลำเอียง

อาหารที่ชนเผ่าซอเอ้ชอบมากที่สุดก็คือ ลิงและตัวนิ่มยักษ์ หรือพวกสมเสร็จ เนื่องจากว่าชนเผ่าซอเอ้ ชอบกินอาหารมันๆ โดยเมื่อได้มาแล้วก็จะเอาไปลอกหนังออก จากนั้นก็จะเอามาต้มในน้ำ จนกว่าจะสุกและแจกจ่ายกันกิน เครื่องปรุงรสอย่างเดียวที่พวกเขามีก็คือ “เกลือ” ที่ทำขึ้นมาเองจากธรรมชาติ นั่นก็คือกาบต้นมะพร้าวสด ที่พวกเขาจะเอามาเผาจนไหม้เป็นเถ้าถ่าน จากนั้นก็จะเอาขี้เถ้าไปแช่น้ำไว้ค้างคืน ตะกอนที่ได้จากขี้เถ้าจะมีรสเค็ม และใช้สำหรับปรุงอาหารในครัว

เกี่ยวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวนั้น คนที่อยู่ในครอบครัวเดียวกัน พ่อแม่ พี่น้อง แม้จะมีคู่ มีครอบครัวใหม่ แต่ก็จะอาศัยอยู่ในบ้านเดียวกัน ซึ่งบ้านของพวกเขาจะสร้างขึ้นมาเป็นเพิงขนาดใหญ่ ไม่มีห้องหับ ไม่มีอะไร ไม่มีแม้ฝาผนัง นอกจากหลังคาที่กันแดด กันฝนเท่านั้น ส่วนที่นอนของแต่ละคน ก็จะผูกเปลที่ทำจากเชือกเถาวัลย์กับไม้คานหรือขื่อ อาศัยอยู่บนเปลในยามกลางคืน และนั่งเล่นในยามกลางวัน แม้จะไม่นิยมสวมเสื้อผ้า แต่ว่าชาวซอเอ้ก็มีการปกปิดอวัยวะเพศของตน โดยผู้ชายจะใช้ใบมะพร้าวหรือใบปาล์มมาม้วนเป็นวงเล็กๆ แล้วเอาไปครอบไว้ที่ปลายอวัยวะเพศ แค่นี้ก็ถือว่าเป็นการปกปิดและไม่อุจาดตาแล้ว

สำหรับผู้หญิง แม้จะไม่สวมใส่อะไรเลย แต่สาวๆ ซอเอ้ก็นิยมแต่งกายด้วยการหาขนนกมาทำเป็นหมวก สวมที่บนศีรษะ และใช้สีชาดจากเมล็ดผลไม้มาทาตามตัวเพื่อความสวยงามและป้องกันแมลง

การป้องกันความอุจาดตาสำหรับอวัยยะเพศตนเองนั้น ผู้หญิงชาวป่าในบราซิลจะใช้วิธีที่เหมือนๆ กัน นั่นก็คือ ยามนั่ง จะใช้ส้นเท้าไปปิดบังส่วนตรงนั้นเอาไว้ เพื่อไม่ให้พวกผู้ชายจ้องมอง หากแต่ในยามที่พวกเขาไปไหนมาไหน แม้ว่าจะไม่สวมใส่อะไร แต่พวกผู้หญิงก็คิดว่าพวกผู้ชายคงจะมองไม่ทัน หรือว่ามันเห็นกันจนชินแล้วนั่นเอง

สิ่งที่ถือว่าแปลกและน่าอิจฉามากที่สุดสำหรับวิถีชีวิตของชนเผ่านี้ก็คือ ผู้หญิงหรือผู้ชายเผ่าซอเอ้นั้น สามารถมีสามี หรือมีภรรยาได้มากกว่า 1 คน และเมื่อสามีหรือภรรยาแต่งงานกับคนใหม่ ก็จะพาคนคนนั้นเข้ามาอยู่ร่วมชายคาบ้านได้ โดยที่สามีหรือภรรยาคนเก่าจะไม่คัดค้าน และยินดีต้อนรับ เพื่อช่วยกันทำมาหากิน

สำหรับผู้ชาย ก็ไม่น่าจะแปลกอะไร แต่สำหรับผู้หญิงที่มีสองผัวนั้น ถ้าจะว่าไปในบ้านเราไม่ค่อยเห็นกันมากนัก หากแต่ในชนเผ่าซอเอ้นั้น สามีคนแรกจะต้องดูแลสามีคนใหม่ของภรรยาเหมือนอย่างคนในครอบครัวของตัวเอง และช่วยกันทำมาหากินเลี้ยงลูกเลี้ยงเมีย โดยที่ไม่ได้แยกแยะว่าลูกที่จะเกิดมานั้นเป็นลูกของใคร ในบางครอบครัว สามีใหม่จะเป็นคนช่วยดูแลเมียและลูกอยู่กับบ้าน ส่วนสามีเก่าก็จะออกเข้าป่าล่าสัตว์มาเป็นอาหาร และเมื่อยามที่ใครเกิดอารมณ์ หรือมีความต้องการทางเพศขึ้นมา ก็จะชวนกันเข้าป่า โดยจะมีการทำสัญลักษณ์เอาไว้ ห้ามใครเดินผ่านเข้าไปในช่วงที่ทั้งสองคนกำลังร่วมรักกัน สำหรับผู้ชาย ถ้าหากพึงพอใจผู้หญิงคนไหน สิ่งที่จะบอกรักได้ก็คือ การเก็บเอาขนนกที่หามาได้จากการล่าสัตว์ ซึ่งทุกครั้งที่ยิงนกตกจากต้นไม้ ผู้ชายซอเอ้จะเก็บขนนกสีขาวบริสุทธิ์เอาไว้ ห่อใส่ใบตองหรือใบไม้เป็นอย่างดี เพื่อนำไปฝากคนที่ตนเองรัก หรือถ้าหากจะบอกรักภรรยา สามีก็จะเหลาไม้ทำโปโตรูให้ ก็จะถือว่าเป็นของขวัญที่มีค่ามากที่สุด

แม้จะดูเหมือนเป็นชนเผ่าที่ล้าหลัง และไม่ค่อยมีระเบียบอะไรมากนัก ที่ใช้สำหรับบังคับผู้คนในกลุ่มของตนเอง หากแต่ชาวซอเอ้ ถือว่าเป็นชนเผ่าที่ให้เกียรติผู้หญิง และเด็กมากที่สุดเผ่าหนึ่งในป่าแอมะซอน กล่าวคือ ทุกครั้งที่จะมีการแบ่งปันอาหารกินกันในครอบครัวหรือในเผ่า พวกผู้ชายแม้จะเป็นฝ่ายไปหาอาหาร แต่พวกเขาจะต้องกินทีหลังทุกครั้ง โดยอาหารที่มีนั้นจะต้องให้เด็กและผู้หญิงรับประทานก่อนจนกว่าจะอิ่ม จากนั้นผู้ชายจึงจะสามารถรับประทานได้

ถ้าหากมีการแบ่งปันอาหารแล้ว มีการไม่พอใจเกิดขึ้น อาจจะเนื่องด้วยส่วนแบ่งที่น้อยเกินไป หรือจะเพราะอะไรก็ตาม คนที่จะเข้ามาไกล่เกลี่ยเรื่องนี้จะเป็นผู้หญิง ซึ่งวิธีไกล่เกลี่ยของพวกเธอก็คือ จะใช้มือทั้งสองข้างเข้าไปจี้ตามเอว ลำตัวของผู้ชายที่ไม่พอใจ ให้เขาได้หัวเราะออกมา เพราะถือว่าจะทำให้บรรยากาศผ่อนคลายและทำให้เขาสบายใจขึ้น

ทุกวันนี้ ชนเผ่าซอเอ้ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในป่าลึกแถบแม่น้ำคูมินาพาเนมา และอาศัยอยู่ในป่า ย้ายไปย้ายมาระหว่างสองประเทศคือ บราซิลและสุริยานาเม โดยไม่ชอบสมคบกับคนภายนอกหรือชนเผ่าอื่น ด้วยเหตุที่ยังเป็นชนเผ่าที่เพิ่งค้นพบใหม่ และยังไม่มีการพัฒนาอะไรมากมาย โดยเฉพาะการแต่งกายและการใช้ชีวิตที่ยังล้าหลัง ดังนั้น รัฐบาลบราซิลจึงไม่ค่อยอนุญาตให้คนภายนอกเข้าไปในป่าแถบนั้นเท่าไหร่นัก และไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพของชนเผ่านี้ออกมาเผยแพร่ยังโลกภายนอก

ด้วยเหตุนี้ เราจึงพบเห็นภาพถ่ายและเรื่องราวของชนเผ่าซอเอ้น้อยมาก จนแทบจะเรียกว่านับชิ้นได้ ก็คือภาพยนตร์สารคดีที่มีชาวเกาหลีกลุ่มหนึ่ง เข้าไปถ่ายทำชีวิตของชนเผ่านี้ออกมาเผยแพร่จนฮือฮาไปทั่วโลก ถึงความล้าหลังและยังดั้งเดิมของเผ่าซอเอ้ นั่นก็คือครั้งเดียวเท่านั้น ที่พวกเขาได้เป็นที่รู้จักของใครๆ เพราะในปัจจุบัน ประเทศบราซิลก็ยังคงอนุรักษ์พวกเขาไว้ ไม่ให้วัฒนธรรมใหม่ๆ เข้าไปกล้ำกราย เพื่อป้องกันมิให้โลกยุคใหม่เข้าไปทำลายชีวิตดั้งเดิมของพวกเขา จนสูญสลายไปเหมือนกับที่หลายชนเผ่าในลุ่มน้ำแอมะซอนกำลังประสบอยู่ในยามนี้…

เรื่องโดย. ตะวัน สัญจร

ภาพโดย. (Fiona Watson/Survival) www.survivalinternational.org/tribes/zoe, www.lonelyplanet.com, www.humanitariannews.org


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •