5 ธันวาคม 2022
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

          ยักษ์ในตำนาน เรื่องเล่าของอาหรับหรือโลกตะวันออกกลาง จินนี่คือยักษ์ในตะเกียงของอาละดิน บ้างก็เป็นจินนี่สาวสวยในตะเกียงที่สร้างเป็นละคร ว่าด้วยเวทมนตร์และพลังอำนาจของจินนี่ที่จะดลบันดาลให้กับผู้ที่ถูตะเกียงและขอพรได้ 3 ประการ ?

            เรื่องเล่าตำนานเกี่ยวกับจินน์ คือเรื่องจริงหรือแค่นิทานตำนานปรัมปรากันแน่ และจินน์ตัวตนอันแท้จริงคือยักษ์ร้ายหรืออสูรปีศาจกันแน่ เพราะจินน์มีพลังเกินกว่าจะควบคุมและกำจัดได้?

          เปิดปริศนาจินน์ ยักษ์ในตะเกียง

            จินน์เป็นยักษ์ในตำนานอาหรับโบราณที่ปรากฏขึ้นในเรื่องเล่าและความเชื่อของชาวตะวันออกกลาง แต่ทว่าเรื่องของจินน์กลับไม่ค่อยมีใครรู้จักกันสักเท่าไร หรือบางทีคนที่รู้จริงได้จากโลกนี้ไปพร้อมกับเรื่องที่เขารู้เกี่ยวกับจินน์ไปแล้วก็ได้ ถึงแม้คนจะไม่รู้อะไรมากไปกว่านี้ รู้ตามจิตนาการของตำนานและนิทานปรัมปราก็เหมือนจะมากเกินพอจนนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์หลายๆ เรื่อง

            แต่เรื่องที่ทำให้ผู้คนรู้จักยักษ์ตนนี้มากกลับไม่ใช่หนังทำเงินในฮอลลีวูด กลับเป็นการ์ตูน ของวอลต์ ดิสนีย์ที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักในนามของจินนี่ ยักษ์สีฟ้าที่อยู่ในตะเกียงวิเศษ กับอาละดินหัวขโมย

            เรื่องนี้ไม่ต้องเล่าก็คงเป็นที่รู้จักกันดี เมื่ออาละดินถูกหลอกให้ไปเปิดถ้ำแห่งมนตราเพราะพ่อมดร้ายเข้าถ้ำนี้ไม่ได้ แถมยังจับต้องตะเกียงไม่ได้อีก เข้าไปตาย…ตายสถานเดียว ผู้ที่เข้าไปได้ต้องเป็นคนที่จินน์เลือกแล้ว หรือมีดวงแก่กัน นั่นก็คืออาละดิน จินนี่ในการ์ตูนถูกสร้างออกมาในภาพลักษณ์ที่ตลก น่ารัก ร่าเริง เป็นกันเองกับมนุษย์ มีหน้าที่ให้พรวิเศษที่ผู้ปลดปล่อยต้องการได้ 3 ข้อ เมื่อขอครบจินนี่ก็จะเป็นอิสระ ไม่มีใครมาสั่งให้เขาทำอะไรได้อีก

            3 ข้อนี้ ขอได้หมด อะไรๆ ก็ให้ได้ แต่มีข้อยกเว้นว่าห้ามฝืนชะตากรรม คือ ขอให้ฆ่าคน ห้ามบิดเบือนพรหมลิขิตทำให้คนรักกัน และห้ามฟื้นคืนชีพคนที่ตายไปแล้ว นอกจาก 3 ข้อห้ามนี้ สามารถขอพรได้ทุกอย่างตามใจปรารถนา

            ตอนนี้ เราคงต้องเข้าสู่โหมดตามหาความจริงเกี่ยวกับจินนี่ที่เราเคยเห็นทั้งในหนังและละครกันแล้วล่ะว่าจะมีความน่ารัก ใจดี ติ๊งต๊อง ใสๆ จริงหรือเปล่า เพราะคำว่าจินน์คำนี้มีความหมายถึงการซ่อนเร้นปกปิดไว้อีกด้วย จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปิดกันให้โจ่งแจ้งได้…

            ซึ่งจินน์อาจมีความน่าสยองและโหดร้าย หรืออาจเหนือจิตนาการของมนุษย์จะคิดได้ สิ่งที่ทุกคนอยากรู้ว่าจินน์มีเวทมนตร์เสกโน่นนี่นั่นให้ได้ดังปรารถนาจริงๆ หรือเปล่า เช่นนั้นล้อมวงมานั่งฟังกันเลย ฟังแล้วอาจดีใจที่รู้ความจริงหรือเสียใจที่ไม่เป็นดั่งที่เคยรู้ก็ได้

          จินน์ไม่ใช่ยักษ์ !!

            จินนี่ตัวจริงมันไม่เหมือนในการ์ตูนตัวสีฟ้า จินน์ที่แท้จริงไม่ได้น่ารักเหมือนเจ้ายักษ์จินนี่ จินน์คือยักษ์ร้ายในตำนาน เป็นที่หวาดกลัวของผู้คนในยุคโบราณ กล่าวกันว่ามันไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นสิ่งที่ร้ายเลวหรือดีงาม แต่เป็นกลางที่อยู่ระหว่างความมืดกับความสว่าง

            พวกมันอาศัยอยู่ในโลกคู่ขนานกับโลกมนุษย์ มีคำนิยามจากนักวิชาการที่นับถือศาสนาอิสลามว่าเป็นมิติที่สอง นั่นหมายความว่า เผ่าพันธุ์ของจินน์สามารถดำรงชีพอยู่ได้ทั้งโลกของพวกมัน และก้าวข้ามมายังโลกมนุษย์ของเราได้ ทั้งยังมีอำนาจในการซ่อนเร้นกายจากสายตามนุษย์ได้อย่างดีเยี่ยม

            ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้เราไม่สามารถมองเห็นตัวจินน์แท้จริงได้ นอกเสียจากมันจะยอมปรากฏกายให้เห็นเท่านั้น นอกจากนี้นักวิชาการบางท่านยังเชื่อว่าไม่มีมนุษย์โลกคนใดที่จะเข้าใจใน “ภาษาของจินน์” แม้แต่นักบวชเองก็ตาม ต้องเป็นผู้ที่จินน์เลือกเท่านั้นถึงจะติดต่อสื่อสารกันและกันได้
            เชื่อกันว่าจินน์เป็นผู้ดูแลและควบคุมภูตผีปีศาจที่อยู่ระหว่างโลกทั้งสอง จึงทำหน้าที่เป็นเสมือนทูตของฝั่งเหล่าปีศาจกับมนุษย์ มีตำนานเล่าว่า มีหญิงสาวและจินน์ที่ตกหลุมรักกัน แต่ไม่มีบันทึกต่อว่าเรื่องราวจากนั้นเป็นเช่นไร

          เผ่าพันธุ์ของจินน์มาจากไหน?

           คัมภีร์อัลกุรอานกล่าวว่าจินน์ถูกสร้างขึ้นจากเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ในระหว่างที่เทพเจ้ากำลังสร้างโลก ได้สร้างจินน์ขึ้นมาก่อนที่จะสร้างมนุษย์ ทำให้พวกจินน์มีลักษณะคล้ายคลึงกับมนุษย์ แต่มีรูปร่างที่ใหญ่ยักษ์ทีเดียว มีพลังวิเศษด้านเวทมนตร์มาก สามารถเสกสรรค์ได้ทุกสิ่ง บ้างก็ว่าจินน์เป็นอีกด้านที่ชั่วร้ายของเหล่าเทวดา เมื่อจินน์ถือกำเนิดมาแล้วก็ถูกกำหนดว่าจะไปอยู่ที่ใด สวรรค์ นรก หรือ โลกมนุษย์ ทั้งนี้ไม่มีบันทึกยืนยันที่แน่ชัดว่าแท้ที่จริงจินน์อาศัยอยู่ที่ใดกันแน่? ทราบกันแค่ว่าพวกมันมักปรากฏตัวระหว่างสองโลก

            จินน์ให้พรวิเศษได้เช่นเดียวกับจินนี่ แต่ทว่าพรของมันเป็นพรที่พรากวิญญาณผู้ขอ มันมักจะบิดเบือนคำขอไปในทางเลวร้าย ใช้เล่ห์กลลวงต่างๆ นานาในการล่อหลอก หนำซ้ำยังมีพลังอำนาจในการเข้าสิงคนได้อีกด้วย ว่ากันว่าคนที่ถูกจินน์เข้าสิงมักจะพูดภาษาแปลกๆ ที่ไม่มีใครเข้าใจ กลายเป็นคนก้าวร้าวรุนแรง สูญเสียสติในการควบคุมร่างกายตัวเอง เมื่อมีคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์นี้ก็จำเป็นต้องทำพิธีสะเดาะเคราะห์ทางศาสนาในการขับไล่จินน์ให้ออกจากร่าง

            ในปี ค.ศ. 2000 เด็กผู้หญิงในโรงเรียนแห่งหนึ่งอ้างว่าถูกจินน์เข้าสิงยึดครองร่าง โดยมีครูและเพื่อนร่วมห้องเป็นพยานในเหตุการณ์นี้ เด็กหญิงมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เธอชักเกร็งและแสดงความก้าวร้าวรุนแรง แต่ที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ เธอสามารถพูดถึงทักษะทางการแพทย์ในการรักษาโรคประหลาดได้ทั้งที่เธออายุเพียง 12-13 ปีเท่านั้น กล่าวกันว่า จินน์มีความสามารถในการรักษาโรคให้หายได้ไม่ว่าอาการนั้นจะหนักหนาเพียงใดก็ตาม

            ด้วยความสามารถของจินน์ที่เข้าสิงไม่ได้เจาะจงแค่สิ่งมีชีวิตเท่านั้น แต่จินน์ยังสามารถเข้าสิงในวัตถุและสิ่งไม่มีชีวิตต่างๆ ได้อีกด้วย สิ่งที่จินน์ชื่นชอบที่สุดคืออัญมณี เช่นเดียวกับยักษ์จินนี่ที่อาศัยอยู่ในตะเกียงวิเศษ แต่..ถ้ามองมุมกลับ เป็นไปได้ไหมที่จินน์ถูกกักขังไว้ในวัตถุนั้น?

            หนังเรื่องวิสมาสเตอร์ บอกว่าจินน์ถูกเหล่าพ่อมดรุมด้วยมนต์จับขังไว้ในอัญมณี พอมาพบคนที่มันเลือกให้ขอพร มันก็จะพยายามทุกทางเพื่อให้คนนั้นขอพรให้ครบ 3 ข้อ เรื่องนี้สนุกดีแต่โหดลากไส้ทีเดียว เพราะในตำนานโบราณมีข้อความที่ชี้ชัดว่า

             จินน์ต้องมอบสิ่งที่มนุษย์ต้องการให้ทุกอย่างเพื่อแลกกับเสรีภาพของมัน ไม่ต่างกับจินนี่ที่ต้องการมอบพร 3 ข้อให้อาละดินเพื่อให้ตนเองเป็นอิสระจากตะเกียงวิเศษ

            นอกจากนี้ จินน์ยังชื่นชอบการกินเนื้อมนุษย์ พวกมันเป็นที่รู้จักกันในนามว่า “ผู้กระหายเลือดเนื้อ” ในสมัยโบราณการเดินทางไกลเป็นเรื่องน่าหวาดหวั่น เพราะผู้คนในยุคนั้นไม่ได้เผชิญแค่โจรและสัตว์ร้ายเท่านั้น แต่ยังต้องเจอกับภูตผีปีศาจ อย่างเช่นจินน์แห่งทะเลทราย มันมักจะแปลงกายเป็นหญิงสาวรูปร่างสวยงาม ล่อหลอกนักเดินทางไปเป็นเหยื่อ

            มีเรื่องเล่าว่ามีชายผู้หนึ่งกำลังเดินทางไกล ต้องข้ามผ่านทะเลทรายที่เป็นที่อยู่ของจินน์ เขาได้พบกับร่างจำแลงของมันก็เกิดตกหลุมรักในความงดงาม เขาขอนางแต่งงานทันที โดยหารู้ไม่ว่าตัวเองจะกลายเป็นเหยื่อของมัน

            ถึงแม้ว่าจินน์จะดุร้ายและเก่งกาจเพียงใด ก็มีมนุษย์ผู้แข็งแกร่งที่สามารถเอาชนะและควบคุมพลังอำนาจของมันได้ เขาผู้นั้นคือกษัตริย์โซโลมอนแห่งอิสราเอล มีตำนานโบราณที่เล่าผ่านบทกวีว่า พระองค์ทรงสื่อสารพูดคุยกับจินน์ได้ พระองค์จึงกำราบความดื้อรั้นของจินน์และบังคับให้มันช่วยรักษาโรคประหลาดของคนป่วย และยังใช้พลังอำนาจของมันสร้างวิหารอีกด้วย

            กล่าวกันว่าวิหารของโซโลมอนเป็นที่เก็บงำความลับของไสยศาสตร์ที่อยู่คู่โลกมานับพันนับหมื่นปี โลกเปลี่ยนไปมาก อาจมากกว่าที่จินน์เคยชอบและมาเยือนเมื่ออดีตก็เป็นได้ เราคงได้แต่ภาวนาให้จินน์มีตัวตนแค่ในตำนานและท่องไปแค่ในโลกของเขาก็พอ

/

เรื่องโดย. กรุเก่า

ภาพโดย. www.wallpaperflare.com, m.imdb.com, www.aladeenstuff.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •