7 กรกฎาคม 2022
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

                เฮอร์คิวลิส (hercules) เป็นวีรบุรุษชาวกรีกที่ได้ชื่อว่ามีความแข็งแรงมากที่สุดในโลก ซึ่งตัวเขาเองก็มั่นใจในความแข็งแรงของตนเป็นอย่างมาก คิดว่าความสามารถทางร่างกายของเขาไม่น้อยไปกว่าเทพเจ้าเลย แต่ที่เฮอร์คิวลิสคิดก็ไม่ได้เป็นการประมาณตนเองที่สูงเกินไปเลย เพราะเฮอร์คิวลิสได้ช่วยเหลือเทพเจ้าให้สามารถได้ชัยชนะจากยักษ์ได้ นอกจากนี้เฮอร์คิวลิสยังมีความกล้าถึงขนาดท้าทายเทพอพอลโลเพื่อที่จะบังคับให้เทพองค์นี้บอกคำตอบจาก Oracle ของอพอลโล

                แม้จะมีร่างกายที่แข็งแรงกว่าใคร แต่เฮอร์คิวลิสก็ไม่ใช่คนที่ฉลาดเท่าไรนัก อีกทั้งยังเป็นคนอารมณ์ร้อน ทำให้เขาเผลอทำร้ายผู้บริสุทธิ์รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตไปมาก แต่เมื่อรู้สึกตัวในภายหลังเขาก็จะเสียใจในการกระทำของตนเองเป็นอย่างมาก และน้อมรับการลงโทษทุกชนิด อย่างไรก็ตาม จะไม่มีใครสามารถลงโทษเขาได้ หากเขาไม่เต็มใจจะรับโทษนั้น อีกทั้งยังไม่มีใครที่สามารถทนต่อการถูกลงโทษซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างเขาได้เช่นกัน

                ชีวิตของเฮอร์คิวลิสหมดไปกับการไถ่บาปจากการทำความผิดของเขาไปเกือบหมด ถึงแม้ว่างานที่เขาทำจะเป็นงานที่ไม่มีโอกาสที่จะเห็นผลสำเร็จก็ตามที หลายครั้งที่เขายอมลงโทษตัวเอง ในขณะที่ไม่มีใครกล้าที่จะลงโทษเขา ความยิ่งใหญ่ของเฮอร์คิวลิสจึงไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการทำภารกิจต่างๆ ด้วยความยากลำบาก หรือด้วยความแข็งแรงที่ตัวเขามี หากแต่อยู่ที่ความดีภายในจิตวิญญาณที่มีแต่ความสำนึกในบาปหรือความผิดชอบชั่วดีในทุกการกระทำที่เขาได้ก่อไว้เพื่อหวังที่จะลบล้างความผิดนั้นๆ

                เฮอร์คิวลิส เกิดในธีบส์ เขาเป็นบุตรของซูส (Zeus) ที่เกิดจากอัลค์มีนี ซึ่งจำแลงกายมาในรูปของสามีของเธอแอมฟิทรีออน ผู้เป็นนายพลของธีบส์ระหว่างที่กำลังออกรบและอัลค์มีนีก็มีบุตรชายสองคนที่ชื่อว่า Iphicles และเฮอร์คิวลิส

                ชื่อกรีกของเฮอร์คิวลิสก็คือ เฮอราคลิส Herakles ที่มีความหมายว่าของขวัญล้ำค่าจากเฮร่า (แต่เนื่องจากชื่อเฮอร์คิวลิส เป็นชื่อภาษาละตินที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันมากกว่าการใช้ชื่อกรีก จึงมีเพียงแค่ตัวละครตัวนี้ที่เป็นภาษาละติน ส่วนตัวละครอื่นๆ จะใช้ชื่อกรีกทั้งหมด) ซึ่งเป็นเหตุผลให้เฮร่ารู้สึกโกรธมากยิ่งขึ้น และตั้งใจจะฆ่าเฮอร์คิวลิสให้จงได้

                เมื่อครั้งที่เฮอร์คิวลิสมีอายุได้เพียง 1 ปี เฮร่าก็ได้ส่งงูใหญ่ยักษ์เข้ามาเพื่อหวังจะทำร้ายเด็ก เมื่อเด็กตื่นขึ้น Iphicles ก็หวีดร้องด้วยความกลัว ในขณะที่เฮอร์คิวลิสใช้มือบีบคองูข้างละตัว เมื่อพ่อแม่ได้ยินเสียงกรีดร้อง จึงรีบวิ่งมาที่ห้องเด็ก กลับเห็นว่าเฮอร์คิวลิสกำลังนั่งหัวเราะ และในมือก็กำงูที่หมดพิษสงแน่นอยู่ พร้อมยื่นซากงูให้แก่แอมฟิทรีออนอย่างร่าเริง เหตุการณ์ครั้งนี้บ่งชี้ว่าชะตาชีวิตของเฮอร์คิวลิสถูกลิขิตเอาไว้ให้เป็นคนสำคัญในอนาคตอย่างแน่นอน และมีโหรตาบอดของธีบส์ ที่มีนามว่าเฮเรเซียส ได้ทำนายเอาไว้ว่า “ข้าขอสาบานว่า ทั้งลูกชายของเจ้าและเจ้าผู้ให้กำเนิด ต่อไปในภายภาคหน้าจะกลายเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานกันโดยทั่วของชนชาวกรีก อีกทั้งบุตรของเจ้าจะได้เป็นวีรบุรุษแห่งมวลมนุษยชาติ”

                เฮอร์คิวลิสได้รับการอบรมตามแบบอย่างที่กุลบุตรชาวกรีกควรจะได้รับ อย่างไรเสีย เขากลับไม่ชอบวิชาดนตรี และเคยลงมือจนทำให้ครูสอนดนตรีเสียชีวิตมาแล้ว  ถึงแม้ว่าเขาจะสำนึกผิดและเสียใจมากเพียงใด เขาก็ยังคงทำผิดซ้ำซากแบบไม่เคยจำ ส่วนวิชาอื่นๆ ที่เฮอร์คิวลิสชอบเรียน ไม่ว่าจะเป็นวิชาดาบ, วิชามวยปล้ำ, วิชาขับรถเทียมม้า ก็ไม่พบว่าอาจารย์ที่สอนวิชาเหล่านี้จะถูกทำร้ายแต่อย่างใด

                เมื่อเฮอร์คิวลิสอายุได้ 18 ปีบริบูรณ์ เขาก็มีความสามารถมากขึ้น ถึงขนาดสามารถฆ่าสิงโตได้ด้วยตนเอง หลังจากนั้นเฮอร์คิวลิสก็ยังสามารถพิชิตพวก  Minyans ที่เป็นเมืองที่ชาวเมืองธีบส์ต้องส่งส่วยให้เป็นประจำได้สำเร็จ ซึ่งด้วยความดีความชอบนี้เองทำให้เขาได้แต่งงานกับเจ้าหญิงเมการ่า และเฮอร์คิวลิสก็ทำหน้าที่เป็นสามีที่ดีและพ่อที่ดีของลูกๆ เสมอมา

                แต่เมื่อถึงคราวที่เฮอร์คิวลิสมีบุตรคนที่สาม เฮร่าก็ได้ส่งความบ้าคลั่งมายังเขา ทำให้เขาต้องฆ่าลูกๆ รวมทั้งภรรยาอันเป็นที่รักของเขาด้วยมือตัวเอง หลังจากที่เฮอร์คิวลิสได้สติ เขาก็เดินทางกลับไปยังห้องโถงที่เต็มไปด้วยคราบเลือด และร่างไร้วิญญาณของลูกๆ และภรรยา เฮอร์คิวลิสได้แต่ยืนนิ่งอึ้งกับการกระทำของตัวเอง แต่มีเพียงแอมฟิทรีออนเท่านั้นที่กล้าเดินเข้ามาหาเขา และบอกเล่าความจริงที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า ที่เฮอร์คิวลิสทำลงไปนั้นเป็นเพราะขาดสติจากการที่ถูกเฮร่าควบคุมจิตใจไว้ ซึ่งหลังจากที่เฮอร์คิวลิสรู้ตัวว่าตนเองเป็นผู้สังหารครอบครัว เขาก็ไม่สามารถที่จะทนดูต่อไปโดยไม่ลงโทษตัวเองได้ เฮอร์คิวลิสพูดว่า “ข้าสมควรจะชดใช้การตายเหล่านี้ด้วยชีวิตของข้าเอง”

                แต่ก่อนที่เฮอร์คิวลิสจะตัดสินใจปลิดชีวิตของตัวเองตามไปนั้นก็เกิดมีปาฏิหาริย์บางอย่างขึ้น ซึ่งปาฏิหาริย์นี้ไม่ได้เกิดมาจากเทพเจ้าที่มาจากสวรรค์แต่อย่างใด แต่เป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดจากความเป็นเพื่อนต่างหาก ธีซีอัสได้ปรากฏกายขึ้นต่อหน้าเขา และได้ยื่นมือออกมาเพื่อจับมือที่เปื้อนเลือดของเฮอร์คิวลิสเอาไว้ (ตามความเชื่อของชาวกรีกทั่วไปบ่งบอกว่า ธีซีอัสถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการกระทำของเฮอร์คิวลิสด้วย) พร้อมกับบอกว่า “จงอย่าตกใจไป และอย่าห้ามไม่ให้ข้าเข้ามามีส่วนร่วมในการกระทำของเจ้า ความเลวร้ายที่ข้าได้แบ่งเบามาจากเจ้านั้นมิใช่ความเลวร้ายสำหรับข้าเลย มนุษย์ที่มีจิตวิญญาณอันยิ่งใหญ่สามารถทนแรงกระทำจากสวรรค์ได้โดยไม่แม้แต่กะพริบตาด้วยซ้ำ”

                เฮอร์คิวลิสพูดต่อไปว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าได้ทำสิ่งใดลงไป” ธีซีอัสตอบในทันทีว่า “ข้ารู้ และรับรู้ในความความทุกข์ของท่าน แม้แต่สวรรค์เองก็ยังรับรู้เช่นกัน” เฮอร์คิวลิสจึงพูดต่อไปว่า “หากเช่นนั้น เจ้าก็จงปล่อยให้ข้าได้ตายเพื่อชดใช้ความผิดนี้เถิด” ธีซีอัสจึงบอกแก่เฮอร์คิวลิสว่า “วีรบุรุษย่อมไม่เอ่ยคำเช่นนั้นหรอก” เฮอร์คิวลิสสำลักถ้อยคำออกมาว่า “นอกจากความตายแล้วข้าจะทำอะไรได้อีก ถ้าหมู่ชนรับรู้ก็จะติเตียนว่าบุคคลนั้นได้ชื่อว่าฆ่าทั้งเมียและลูกของเขา ถือเป็นตราบาปไปตลอดชั่วชีวิต”

                ธีซีอัสตอบว่า“แม้จะเป็นเช่นนั้นจริง เจ้าก็ควรจะต้องทนทุกข์และเข้มแข็งให้ได้ เจ้าจงมาอยู่เอเธนส์กับข้า ใช้ของร่วมกับข้า ใช้ชีวิตร่วมกับข้า การที่ข้าได้ช่วยเจ้า ข้ารู้ว่าในไม่ช้าเจ้าจะตอบแทนทุกอย่างให้แก่ข้าในภายหลัง และเมืองเอเธนส์ก็ใหญ่หลวงมากนัก” เมื่อเฮอร์คิวลิสได้ฟังดังนั้นก็นิ่งคิดไปสักพัก ก่อนจะตอบด้วยถ้อยคำอย่างช้าๆ ว่า “หากเป็นเช่นนั้นก็ปล่อยมันให้เป็นไปเถิด ข้าจะเข้มแข็งและรอคอยความตายที่จะเกิดขึ้นเอง”

                หลังจากกล่อมเฮอร์คิวลิสได้แล้ว ทั้งสองก็เดินทางกลับไปยังเอเธนส์ ชาวเมืองเอเธนส์ล้วนเห็นชอบกับ ธีซีอัสเรื่องที่เฮอร์คิวลิสไม่ควรต้องมารับผิดจากการกระทำที่เขานั้นไม่ได้ตั้งใจ และไม่รู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไป แต่เฮอร์คิวลิสเองที่เป็นฝ่ายไม่เข้าใจเรื่องเช่นนี้ และอาศัยอารมณ์เป็นใหญ่ ทำให้เขาอยู่ที่เอเธนส์ได้ไม่นานนัก

                หลังจากนั้นเฮอร์คิวลิสก็เดินทางไปที่เดลฟี เพื่อปรึกษากับ Oracle ผู้มีญาณวิเศษ และเป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับเทพเจ้า ซึ่ง Oracle ก็มีมุมมองเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ต่างกับที่เฮอร์คิวลิสคิด และเพื่อจะล้างมลทินที่ทำลงไปได้ Oracle ได้บอกแก่เฮอร์คิวลิสว่า เขาจะต้องตามหาญาติที่ชื่อว่ายูริสทูส ผู้เป็นกษัตริย์ของ Mycenae (หรือบางเรื่องก็ชื่อ Tiryns) และต้องยอมทำตามที่ยูริสทูสต้องการทุกประการ แต่เนื่องจากยูริสทูสเป็นทั้งคนโง่และคนชั่วช้า ทำให้เมื่อเฮอร์คิวลิสยอมมาเป็นทาสรับใช้ ยูริสทูสก็ใช้ให้เฮอร์คิวลิสทำภารกิจที่เรียกว่า “แรงงานของเฮอร์คิวลิส” (The labours of Hercules) ซึ่งแต่ละงานก็ล้วนเป็นงานที่ยากต่อการทำให้สำเร็จทั้งสิ้น

                งานที่ได้รับมอบหมายนั้นทั้งหมดมีทั้งสิ้น 12 งาน ได้แก่ การล่าสิงโตเมืองเนเมีย, การปราบไฮดร้า, การต้อนกวางแดง, การพาหมูป่ากลับมาแบบไม่ตาย, การทำความสะอาดคอกม้าเมืองออเกียน, การขับไล่นกกินเนื้อที่เมืองสติมเฟียน, การปราบวัวกระทิงเมืองเครเต, การลักม้ากินคนของดิโอเมเดส, การหาเข็มขัดของ ฮิปโพลีเท, การต้อนฝูงปศุสัตว์ของเกเรี่ยนกลับมา, การหาแอปเปิลของฮิสเปอริเดส, การจับเคเบรอสแบบมีชีวิตกลับมา

                เฮอร์คิวลิสสามารถทำงานทั้ง 12 ชิ้นได้สำเร็จเรียบร้อย แต่ก็ทำให้ชีวิตของเขาไม่ค่อยราบรื่นเท่าไรนัก เพราะเขามักจะก่อเรื่องเดือดร้อนขึ้น และจะต้องพยายามไถ่โทษให้แก่ตัวเองอยู่ตลอดเวลา จนเมื่อได้พบกับเดียไนร่า เฮอร์คิวลิสก็ได้ต่อสู้กับแอคคิโลอัส ผู้เป็นเทพแห่งแม่น้ำ

                ระหว่างการต่อสู้ ถึงแม้ว่าแอคคิโลอัสจะพยายามใช้เหตุผลจูงใจเฮอร์คิวลิสเท่าใด เขาก็ได้แต่พูดว่า “ข้ามีพละกำลังที่แข็งแกร่งกว่าฝีปาก หากมาสู้กันแล้ว ข้าเองจะแสดงให้เจ้าเห็นว่า ข้าชนะในการต่อสู้ ส่วนเจ้าอาจจะชนะในการพูดแทน”  หลังจากนั้นแอคคิโลอัสก็ได้แปลงกายเป็นวัวกระทิงเพื่อเข้าโจมตีเฮอร์คิวลิสอย่างรุนแรง สุดท้ายเฮอร์คิวลิสก็ได้หักเขาข้างหนึ่งซึ่งกลายเป็นคอร์นูโคเปีย หรือเขาแห่งความอุดมสมบูรณ์ และเฮอร์คิวลิสก็ได้รับชัยชนะอย่างขาวสะอาด และได้แต่งงานกับเดียไนร่าเป็นรางวัล

                เมื่อเฮอร์คิวลิสได้ล้างแค้นกษัตริย์ยูริสทูสที่เป็นผู้ทำให้เขาต้องถูกลงโทษจากซูส และกลายไปเป็นทาสรับใช้ของ Omphale แล้ว เฮอร์คิวลิสก็ยังได้เชลยศึกเป็นเจ้าหญิงไอโอ ซึ่งมีผลให้เดียไนร่าเกิดความอิจฉาเป็นอย่างมาก นางจึงได้ทอเสื้อคลุมขึ้นมาและได้ร่ายมนต์จากเลือดของเนสซัสที่เป็นคนครึ่งม้าเอาไว้ เลือดของ เนสซัสใช้เป็นยาเสน่ห์เพื่อมัดใจเฮอร์คิวลิสไม่ให้คิดนอกใจ แต่ด้วยความที่เนสซัสนั้นเสียชีวิตด้วยศรที่อาบเลือด ไฮดร้าของเฮอร์คิวลิส จึงทำให้เลือดนั้นมีพิษตามไปด้วย เมื่อเฮอร์คิวลิสใส่เสื้อดังกล่าวจึงรู้สึกร้อนเหมือนมีไฟแผดเผาตลอดเวลา ทำให้เดียไนร่ารู้สึกผิดและตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อเป็นการสำนึกผิด

                แต่ด้วยความที่เป็นเฮอร์คิวลิส เขาจึงยังคงมีชีวิตอยู่ได้ต่อไป แต่ก็เต็มไปด้วยความทรมาน เฮอร์คิวลิสจึงขอให้ก่อกองไฟขึ้นที่ภูเขา Oeta เมื่อเขาทราบว่าเขาจะได้ตายตามที่ต้องการแล้ว เฮอร์คิวลิสก็รู้สึกเป็นสุขเป็นอย่างมาก และได้เอ่ยปากออกมาว่า “โอ นี่คือการพัก นี่คือจุดจบ” เฮอร์คิวลิสขอให้ฟิโลเครติสเป็นคนจุดไฟเพื่อเผาตัวเขาและมอบธนูพร้อมลูกธนูให้ ซึ่งธนูคันนี้ก็ได้ถูกใช้ในสงครามกรุงทรอยในภายหลัง หลังจากที่ไฟลุกท่วมกายของเฮอร์คิวลิสแล้ว เขาก็หายไปจากโลกมนุษย์ตลอดกาล

                โดยอาเธน่าได้พาวิญญาณของเขาขึ้นสู่สวรรค์ไปด้วยรถลาก สุดท้ายก็สามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกับเฮร่าได้สำเร็จ และแต่งงานกับฮีบี ผู้เป็นลูกของเฮร่านั่นเอง

/

เรื่องโดย. ทิวากร สุวพานิช

ภาพโดย. www.artnet.com, greektraveltellers.com, Ken Barthelmey www.artstation.com, greekgodsandgoddesses.net


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •