17 ตุลาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

แถบบ้านผู้เขียน ต้องขออธิบายว่าสถานที่ตั้งของบ้านผู้เขียนนั้นอยู่บริเวณสี่แยก มีพื้นที่ด้านหน้าบ้านและด้านข้างบ้านรูป 90 องศา ถือเป็นทำเลทองแห่งการค้าขาย หากผู้เขียนใช้เป็นที่พักอาศัยโดยตรง ส่วนพ่อค้าแม่ขายคนไหนจะมานั่งขายอะไร ผู้เขียนอนุญาตตลอด ขออย่างเดียว ขอให้ทำความสะอาดเมื่อค้าขายแล้วเสร็จเท่านั้น

ส่วนแม่ค้าก็จะมีขายตั้งแต่ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ไก่ทอด ลาบ ก้อย อาหารยอดฮิต หากเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีคุณป้ารายหนึ่ง ขอเรียกชื่อเธอว่าป้าเกตุ โดยป้าเกตุคนนี้ได้มาขออนุญาตฉัน จะขอซอกเล็กๆ เพื่อตั้งโต๊ะสักตัว และวางแกงถุง ข้าวสวยเฉพาะช่วงเช้ามืด เพื่อขายคนตักบาตรเช้า ซึ่งฉันได้พูดกับป้าเกตุไปเรื่องค่าที่ค่าอะไร ฉันไม่มีเพราะเป็นถนนสาธารณะ เพียงขอให้ทำความสะอาดให้เท่านั้น เนื่องจากในหมู่บ้านได้มีกฎระเบียบอยู่ หน้าบ้านใครให้ดูแลทำความสะอาดกันเอง

ต่อมาฉันเองก็มิได้พูดคุยกับป้าเกตุ (ที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ใหม่) มากนัก กระทั่งคืนหนึ่งในกลางเดือนกรกฎาคม ราวสามทุ่ม ร้านรวงที่ตั้งอยู่หน้าบ้านฉัน ต่างพากันปิดเงียบไป มีรถยนต์เก๋งคันหนึ่งได้มาจอดที่หน้าบ้านนิ่งสนิท

“ป้าเกตุ ป้าเกตุ”

เป็นเสียงผู้ชายตะโกนเรียกที่หน้าบ้าน หะแรกนั้นฉันนอนฟังอยู่นิ่งๆ เพราะคิดว่าตัวของป้าเกตุคงอยู่แถวนี้ แต่สักพักก็มีเสียงเรียกชื่อของป้าเกตุอีก วนเรียกถี่ขึ้นๆ ฟังดูแล้วเป็นเสียงของผู้ชายสองคน สักพักฉันได้ยินคำพูดที่ว่า

“โคมไฟหน้าบ้านมันสวย เรียกเสือกไม่ขาน ถอดแม่งซะเลยดีมั้ย”

จากนั้นมีเสียงคนกระโดดข้ามกำแพงสูงแค่เอว เสียงดังตุ้บๆ นั่นหมายถึงมีผู้บุกรุกบ้านฉัน จึงร้องตะโกนออกไป

“บ้านนี้ไม่ใช่บ้านป้าเกตุนะคุณ อย่าเข้ามา”

“อ้าว! ก็ป้าเกตุบอกนี่บ้านของแก ไม่อย่างนั้นแกจะออกมาขายของได้ยังไงทุกเช้า พอตอนกู้เงิน แกก็ถ่ายรูปบ้านหลังนี้มากู้เงินกับฉัน จะให้ทำยังไง? หากคิดหลบหน้าหลบตากัน ขอให้ออกมาคุยกันดีๆ ไม่อย่างนั้นฉันเอาโคมไฟสองดวงนี้เก็บไว้เป็นประกันแน่ๆ”

แม้คำพูดและน้ำเสียงนั้นฟังดูข่มขู่ แต่ฉันไม่กลัวเพราะมิได้ข้องเกี่ยวกับป้าเกตุแต่อย่างใด

ได้อธิบายตามความจริง ผู้ชายสองคนนี้กลับไม่เชื่อ จะพากันปีนเพื่อถอดโคมไฟให้จงได้…ฉันจึงตัดสินใจโทรศัพท์บอกลูกชายที่เป็นทหาร เล่าเรื่องให้ฟังอย่างละเอียด และไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มา ตามติดๆ ด้วยลูกชาย ส่วนเจ้าสองคนนั้นไม่รู้เผ่นหนีไปตอนไหน?

จนรุ่งเช้า เมื่อป้าเกตุงดขายอาหารตักบาตร (เชื่อว่าป้าต้องทราบว่ามีคนตามตัวอยู่) ฉันตัดสินใจตามหาป้าเกตุจนถึงบ้าน เพราะอยากรู้ความจริง…ทำไมป้าถึงต้องถ่ายรูป แอบอ้างบ้านฉันไปกู้นอกระบบด้วย แค่ให้ทำมาค้าขายก็ถือว่าเราช่วยให้มีที่ทำกินแล้ว

เช้าวันนั้น ป้าเกตุเล่าด้านน้ำตานองหน้าว่าเธอไม่ได้ตั้งใจเอาบ้านฉันไปแอบอ้างเรื่องกู้เงิน แต่ตอนถ่ายรูป คนถ่ายได้ถ่ายภาพไป แกเลยเออออว่าขายของที่หน้าบ้านของตน เพราะเกรงว่าคนปล่อยเงินกู้เขาจะไม่ให้กู้เงิน

ทั้งนี้เมื่อนั่งดูสภาพในบ้านของป้าเกตุ ข้าวของเครื่องใช้นับว่ามีราคาแพง ส่วนสามีของป้าเกตุที่ดูแล้ววัยเกิน 60 ปีนั่งอยู่บ้างป้าเกตุด้วยอาการสงบ ซึ่งต่อมาป้าเกตุได้เล่าถึงชีวิตอดีตของป้าให้ฟัง

“บ้านเดิมของป้าเป็นคนภาคใต้ ครอบครัวไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะพ่อบ้านนั้นรับราชการที่กรมไปรษณีย์ของยุคนั้น ป้ามีลูกสองคน เป็นผู้ชายทั้งคู่ คนโตอายุ 30 กว่าแล้ว ส่วนคนเล็กอายุ 17 ปี เรียนชั้น ม.5 เป็นลูกหลงท้อง และป้าพูดอย่างไม่อาย ที่หนีตายจากพัทลุงมาก็เพราะหนี้สินเงินกู้นี่ล่ะ ส่วนที่เป็นหนี้ก็เพราะมาจากการพนัน! นี่ล่ะคุณ…คนทางโน้นเขาเล่นพนันกันทุกอย่าง ป้าเกตุหลุดเข้าวังวนของมัน 10 กว่าปี ชีวิตป่นปี้ ทรัพย์สมบัติส่วนตัวของลูกของผัวหมดค่ะ ทองหยองที่เก็บไว้ 30 บาท แหวนเพชรอีก 4-5 วงเกลี้ยงหมดไปกับบ่อน ถั่วโป ไฮโล ไพ่ค่ะ”

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

จากนั้นจู่ๆ ป้าเกตุได้ก้มกราบสามี

“ความระยำของป้าเกตุที่เล่าไว้ยังไม่พอ หนำซ้ำเมื่อแฟนเครียดหนัก เพราะมีแต่หนี้กับหนี้ สุดท้ายได้กลายเป็นโรคซึมเศร้า ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ใครจะพูดอะไรก็พูดไปเถิด ลุงเขาจะนิ่ง เขามีโลกส่วนตัวของเขาค่ะ ถือว่าหมดกรรม” ป้าเกตุเริ่มร้องไห้

“แต่ชีวิตของป้าถือว่ายังมีกรรมอยู่เยอะ เพราะลูกชายคนเล็กต้องเรียนและเรียนด้วยทุนตัวเอง ครั้นจะกู้ยืมเรียน พ่อแม่ก็หนี้สินล้นพ้นตัวค่ะ ไม่มีใครกล้าเซ็นค้ำประกันให้

ป้าพูดอย่างไม่อาย ที่ย้ายมาจากใต้ก็หนีตายเขามา เจ้าหนี้เอาปืนมาจ่อหัวแล้ว ป้าจึงต้องทิ้งบ้านเป็นหลังๆ อยู่ที่นั่น ส่วนลูกชายคนโต เขาทำงานที่บริษัทขายรถ แต่พอทางบ้านมีหนี้เขาก็อาย จึงต้องลาออกจากงานประจำ…ตอนนี้ไปรับจ้างเพื่อนทำงานจิปาถะที่ภูเก็ตค่ะ ซึ่งป้าไม่เจอลูกชายมาหลายเดือนแล้ว”

ป้าเกตุเล่ามาถึงตอนนี้ ทำให้อดถามไม่ได้ เพราะอะไรทำไมถึงต้องหลุดเข้าสู่วงการนักพนันนานเป็น 10 ปี

“ก็จากการตั้งวงเล่นไพ่ป๊อกเด้ง เก้าเกที่งานศพนี่ล่ะค่ะ ซึ่งตอนแรกก็ญาติตาย จำได้ว่าป้าลองหย่อนแทงไพ่ขึ้นมือมาก ป๊อกทุกตาเลย ได้เงินเบ็ดเสร็จ จำได้ไม่ลืมเลย คือแทงตาละ 50 บาท 100 บาท ป้าเล่นได้มา 3 หมื่นกว่าบาท และงานศพคืนที่สองที่สาม ป้าก็เล่นได้อีก เบ็ดเสร็จท่วมมา 5 หมื่นกว่าบาทค่ะ ส่วนเจ้ามือนั้นเสียเงิน เสียที่ดินไปอีก 1 แปลง ซึ่งคนทางโน้นถ้าเล่น เขาเล่นกันจริงๆ ค่ะ

ต่อมาพอหลุดจากงานศพญาติ พอดีป้ามีคู่หูใหม่ เพิ่งเจอกันในวงพนัน ชื่อว่าเป้า ก็อายุรุ่นราวคราวเดียวกันล่ะค่ะ…ต่อมาเมื่อมีการเล่นพนันที่ไหน เป้าจะเป็นคนส่งข่าว หาที่อยู่ที่กินให้ป้าเกตุเสร็จสรรพ นับว่าไปไหนไปกันเลย สำหรับคนชื่อเป้านี้ เธอเป็นแม่ม่ายรูปร่างหน้าตาดี มีเสี่ยเลี้ยงให้เป็นเมียน้อยอยู่ 3-4 คน เรียกว่าการเงินการทองไม่ขัดสน

ตอนนั้นพอดีป๋า สามีของป้าเขาเกษียณอายุราชการ ส่วนลูกชายคนโตนั้นเรียนจบ ลูกชายคนเล็กเอาไปฝากแม่เลี้ยงให้ที่นครฯ ป้าเกตุเลยเล่นจนหัวหกก้นขวิด สองสามอาทิตย์ถึงได้เจอสามี ได้เจอลูก แต่เป็นความโชคดีที่ครอบครัวนั้นเข้าใจว่าป้าเกตุนั้นจะไม่มีผู้ชายคนไหนมาเกาะแกะ โถ…คุณก็ดูหุ่นป้าเกตุสิคะ หนักเกือบ 120 กิโล หนักอย่างนี้มานานแล้ว ใครเขาจะเอา

ป้าเกตุขอพูดจากใจเลยเกี่ยวกับเรื่องการพนัน ผีพนันนั้นมีอยู่จริงค่ะ หากวันไหนไม่ได้ไปบ่อน ป้าจะพล่านหาเรื่องลูก หาเรื่องป๋าอยู่อย่างนั้น ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมา ป้าเกตุดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี ลูกผัวเขาก็ไม่ขัดใจ คิดว่าเป็นความสุขของแม่ และคิดว่าป้าคงเล่นแบบสนุกสนาน…

การพนันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

แต่ที่ไหนได้คะคุณ คนเราลองมันเล่นเสียก็ต้องตามทุนใช่ไหมคะ ครั้นพอหมดเงินสดก็ต้องตามด้วยทองหยอง เครื่องประดับ พูดง่ายๆ ครั้งที่ป้าเกตุเล่นเสียหนักๆ ป้าถึงกับเอาชุดตักบาตรเครื่องถมของจังหวัดนครศรีธรรมราชของแท้ๆ เอาไปจำนำเลยล่ะค่ะ นี่คือผีพนันตัวจริงก็ตัวของป้าเกตุนี่ล่ะ

คราวนี้ต่อมาสาเหตุหลักเลยที่ป้าเกตุต้องหนีตายทิ้งบ้านหลักก็คือ ป้าได้ไปกู้เงินร่วมกับไอ้เป้าจากนายทุน กู้ไขว้กันคนละ 1 ล้าน ต่อมาไอ้เป้าได้ถูกยิงตาย ก็เรื่องชิงรักหักสวาทกันนี่ล่ะ ป้าต้องรับผิดชอบหนี้แทนไอ้เป้าด้วย เบ็ดเสร็จรวมของเราด้วยก็สองล้าน”

ป้าเกตุคุยไป ถอนหายใจเฮือกใหญ่ “คราวนี้มันไม่ไหวนะคะคุณ ป้าขายวัวของแฟนไป 10 ตัว สวยๆ ทุกตัวก็ยังไม่พอค่าดอกเบี้ย สาเหตุที่ป้าเขาเครียดจนเป็นโรคซึมเศร้าก็เกิดจากตรงนี้ เพราะว่าป้าเขารักวัวฝูงนี้ของเขามาก มีความผูกพันเลี้ยงดูเหมือนลูก แต่ความที่เขารักเรา รักความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว เขาก็ต้องให้ ทั้งที่ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา ป้าเกตุมีแต่ล้างผลาญ! หลังจากที่ขายวัวไปแล้ว ทุกๆ วันป้าจะนั่งซึมเหม่อมองไปที่คอกวัว เจ้าหนี้มาข่มขู่ทีแกก็วิ่งหนีเข้าสวนค่ะ ป้ารู้ตัวป้านั้นทำบาปให้กับครอบครัวมาก แต่จะให้แก้ไขในตอนนี้ รู้สึกว่าหนทางชีวิตช่างตีบตันเหลือเกิน อาศัยตอนนี้เรายังมีวิชาปรุงอาหารได้บ้างก็ต้องต่อยอดอาชีพ หากติดขัดที่ทุนรอนนั้นไม่มีก็ต้องอาศัยเงินกู้ร้อยละ 20-30 บาท มาเป็นทุนค้าขาย เป็นทุนให้ลูกเรียนนี่ล่ะค่ะ ป้าเกตุต้องกราบขอโทษที่ทำให้คุณต้องเดือดร้อน”

ทั้งนี้ป้าเกตุเล่าว่า หนี้เงินกู้ของป้าทุกวันนี้ รวมทั้งต้นทั้งดอกตก 4 หมื่น ต้องหาเงินส่งทั้งต้นทั้งดอก โดยตกวันละ 2,000 ถ้าวันไหนขายของไม่ดีก็ต้องหากู้เจ้าอื่นต่อไปเรื่อยๆ เป็นวังวนอยู่อย่างนี้ ซึ่งผู้เขียนก็ไม่รู้ว่าจะช่วยเหลือป้าเกตุได้อย่างไร นอกจากให้สถานที่ค้าขาย แม้จะรู้ว่ามีความเสี่ยงสูง แต่ก็ถือว่าวัดดวง ขอให้ป้าแกผ่านเรื่องราวไปด้วยดีละกัน

สำหรับเรื่องราวของป้าเกตุนั้น ทำให้รับรู้ได้ว่าเหตุและปัจจัยนั้นมาจากการพนันทั้งสิ้น แม้จะมีนิยาม การพนันไม่เคยทำให้ใครรวย แต่ผู้คนก็ปรารถนาอยากเข้าไปวัดดวง วัดโชคลาภเสียเหลือเกิน ซึ่งในทัศนะของผู้เขียน แค่เราเล่นหวยแต่ละงวดก็พอแล้ว…ไม่ต้องไปเสี่ยงดวงอะไรให้มากมาย เล่นลอตเตอรี่เอาไว้พอลุ้นงวดละใบสองใบ…หากปะเหมาะเคราะห์ดีถูกรางวัลใหญ่ ก็คิดว่าได้กลับมากินบุญเก่าของเรา แต่หากไม่ถูกนั้น ถือว่าเราได้ช่วยรัฐบางสร้างถนนหาทางไปทุกงวด ร้อยสองร้อยบาทคงไม่เกินกำลัง

สำหรับตัวของป้าเกตุนี้ เธอขอให้เรื่องราวชีวิตเธอเป็นอุทาหรณ์สอนใจแก่ผู้ที่กำลังหลงทาง คิดว่าการพนันต่างๆ จะทำให้ร่ำรวยหรือแก้จนได้ เหล่านี้คือความคิดที่ผิดถนัด เพราะเมื่อใดคุณลองได้หย่อนน้ำพักน้ำแรงเพื่อเสี่ยงดวง นั่นหมายถึง การเริ่มต้นแห่งความหายนะของชีวิตแล้ว ป้าเกตุเธอเตือนไว้อย่างนี้ค่ะ

เรื่องโดย. ประทุมทิพย์

ภาพโดย. www.inventa.com, www.mapio.net, www.addictionrehabtoronto.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •