17 ตุลาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ที่สถานการณ์โควิด 19 เริ่มซาลงไปบ้าง ระยะนี้ผู้เขียนเก็บตัวอยู่กับบ้านไม่ได้ไปไหนเลย ไม่ใช่เพราะกลัวโควิดอะไรนี่หรอก… เพียงแต่ผู้เขียนเบื่อที่จะไปไหนที ก็ต้องคาดหน้าปะจมูก ต้องสแกนนั่น ตรวจนี่ ลงทะเบียนอะไรให้วุ่นวายไปหมด ถ้ามันลำบากขนาดนั้น ผู้เขียนขออยู่บ้านดีกว่า

ดังนั้น ในช่วงที่ผ่านมาผู้เขียนเลยไม่ได้ไปไหน ได้แต่รื้อเอาไฟล์งานเก่าๆ ออกมาตรวจดู ว่ามีอะไรที่ละเลยผ่านตาไป ยังไม่ได้เขียนถึงบ้าง “…พอสิ้นสถานการณ์ที่เข้มงวด อะไรๆพอจะผ่อนเบาลงได้แล้ว สัปดาห์ก่อน ผู้เขียนเลยไปช่วยงานเกษียณอายุราชการของพี่สาวแฟนที่จังหวัดเพชรบุรี”

งานจัดให้มีขึ้นที่โรงเรียนบ้านหนองรี อ.หนองหญ้าปล้อง ผู้เขียนกับแฟนอยู่อวยพร และเป็นแขกในงานจนสมควรแก่เวลาก็ขอลากลับ ขากลับผ่านอำเภออัมพวา ก็เลยขอแวะที่วัดจุฬามณีสักหน่อย”

อุโบสถภายในวัดจุฬามณี

เหตุที่ผู้เขียนและแฟนมาที่วัดจุฬามณีที่อัมพวานี้ ก็เพราะมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้นกับผู้เขียนและแฟน วันหนึ่งเราสองคนได้ขึ้นรถแท็กซี่จะไปธุระ โดยไม่ได้เอารถยนต์ส่วนตัวไป ปรากฏว่าทันทีที่ขึ้นนั่งบนรถ คนขับแท็กซี่ก็ทักขึ้นทันทีว่า พี่กับแฟนชอบทำบุญรึเปล่าครับ? ผู้เขียนก็ว่า ใช่…เขาก็ว่านี่เลย …ผมรู้สึกระยะนี้พี่ไม่ค่อยสบายใจเหมือนมีอะไรในใจใช่มั้ย? ผู้เขียนก็ว่าใช่อีก

เขาบอกว่า ถ้างั้นผมอยากให้พี่ทำบุญถวายบาตรพระ ที่วัดไหนก็ได้ ที่เป็นวัดห่างไกล ไม่ค่อยมีคน หรืออยู่ในที่กันดาร แล้วก็บอกรายละเอียดมากมายมาตลอดทาง…ผู้เขียนฟังจนมึนไปหมด เขาพูดไม่หยุดเลยทีเดียว ราวกับว่าเป็นนักพูดและมีเวลาจำกัดในการนำเสนอ…สุดท้ายเขาก็ว่า ผมดูแล้วพี่นี่ท่าทางเจอผี เจออะไรบ่อยแน่ๆ…ถ้าไม่อยากเจอนะ นี่เลยไปอาราธนาท้าวเวสสุวรรณ จากวัดจุฬามณีมาปกปักรักษาคุ้มครองพี่สิ…แล้วรายละเอียดเรื่องท้าวเวสสุวรรณก็ตามมาอีกพะเรอเกวียน

“…สุดท้ายแล้ว การที่ผู้เขียนกับแฟนดั้นด้นมาที่วัดจุฬามณีที่ อ.อัมพวา ก็เพราะเหตุนี้…”

วันนั้นผู้เขียนไปถึงก็บ่ายแล้ว ตีรถออกมาจากหนองหญ้าปล้อง เพชรบุรี ก็ในราวเที่ยงเศษ มาถึงวัดจุฬามณีก็ตกในราวบ่ายโมงกว่า ไปทำบุญ แล้วกะว่าจะหาท้าวเวสสุวรรณเช่า (น่าเสียดาย เช่าไม่ลง ราคาแรงเหลือเกิน)…เสร็จสรรพก็ออกมาหาอะไรทาน ที่วัดมีร้านรวงแผงลอยขายอาหารอร่อยอยู่หลายร้าน ตั้งแต่ทางเดินเข้ามา ผู้เขียนเลือกทานอะไรเบาๆ เพราะจะเดินทางต่อ ถ้าไม่รีบกลับเข้ากทม.รถจะติด เลยซื้อปลาหมึกบดกับน้ำมะพร้าวนมสด และอีกสองสามอย่างไปทานในรถ

“…และที่ร้านค้าพวกนี้ ระหว่างผู้เขียนยืนรอก็ได้พูดคุยไถ่ถามคนขายกันหลายเรื่อง ขายดีไหม? คนมาเยอะไหม? อะไรยังไงว่าไป จนมาที่เรื่องแปลกๆ ของท้าวเวสสุวรรณ…ที่คนที่นี่ว่าท่านศักดิ์สิทธิ์มาก” แม่ค้าบอกเรา

เราก็ถามเลยว่าอะไรยังไง…เขาก็เลยเล่าเรื่องแปลกๆ ให้เราฟัง ระหว่างที่รอทำเครื่องดื่มที่ใช้เวลานานให้เราฟังว่า “…จริงๆนะคุณ ท่านศักดิ์สิทธิ์มาก ใครมาบนบานอะไรมักได้ทุกครั้ง แต่บนแล้วต้องมาแก้บนด้วยนะ ไม่อย่างนั้นเป็นเรื่องเลย แต่กับคนที่มาขอหวยขออะไร ท่านก็ให้นะ”

อย่าง…เมื่อหลายปีมานี้ มีคุณยายคนหนึ่งชื่อยายทิว แกเป็นคนอัมพวานี่แหละ แต่ไม่ได้อยู่แถวนี้ วันนั้นแกมาที่วัด คงกลุ้มใจเรื่องสามีป่วยอะไรนี่แหละมั้ง “…สามีแกป่วยเรื้อรัง รักษาไม่หายสักที แกกลุ้มใจ ไม่รู้จะไปไหน ไม่รู้จะพึ่งใครก็เลยมาที่วัด แกว่าแกนั่งรถมาเรื่อยๆ พอดีผ่านที่นี่ก็เลยลง”

แกว่าตอนนั้นมาถึงนี่บ่ายแก่แล้ว เป็นวันธรรมดาช่วงกลางเดือนที่ไม่ค่อยมีคน แกมาถึงไหว้ท้าวเวสสุวรรณข้างหน้าแล้ว ก็เดินไปทางด้านหน้าพระอุโบสถ ที่นั่นมีท้าวเวสสุวรรณองค์ใหญ่อยู่อีก แกว่าเดินตามป้ายลูกศรไป

“…ไปถึงก็เห็นศาลาว่าง แทบจะร้างเพราะไม่มีคนเลย ปกติต้องมีคนขายลอตเตอรี่ หรือมีร้านรวงแผงขายอยู่ในเต็นท์ตรงข้าม แต่วันนี้ไม่มีเลย หลังวัดเงียบเหงาวังเวงมาก”

แกไปไหว้พระ ไหว้ท้าวเวสสุวรรณแล้ว ก็นั่งจุมปุ๊กอยู่ที่เก้าอี้ในเต็นท์ นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ในใจก็คิดถึงแต่เรื่องความเจ็บป่วยของสามี กลัวว่าจะไม่มีทางรักษา

บริเวณศาลาประดิษฐานรูปจำลองท้าวเวสสุวรรณ

“…แต่สักครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อ แม่ทิว แม่ทิวนี่แน่ะ…” ยายทิวก็งงๆ เอ…ใครมาเรียกแกนะ…ลุกขึ้นยืนมองหา เพราะนึกว่าเจ้าอาวาสมาเรียก หรือมรรคนายกที่รู้จักกัน”

แต่ลุกขึ้นมองดูโดยรอบแล้วก็ไม่เห็นมีใครแม้แต่คนเดียว ในบริเวณนั้น…แกหันรีหันขวางว่าใครมาเรียก มองโดยรอบก็ไม่พบใครที่น่าสงสัยเลย

“…พอคิดอย่างนี้แกก็กลัว นึกว่าเสียงผี เสียงอะไรมาเรียก…สักครู่ก็มีเสียงเรียกอีก คราวนี้ดังมาจากองค์ท้าวเวสสุวรรณที่อยู่ข้างหน้า”

ยายทิวก้มมองด้วยความงุนงง แล้วเปรยๆ ถามขึ้นกับอะไรรอบๆ ตัวว่า “…เสียงที่อิฉันได้ยิน คือเสียงจากท่านรึเจ้าคะ?” ยายทิวถามไปสักครู่หนึ่ง ก็มีเสียงเย็นๆ เบาๆ แว่วมาจากที่ใดที่หนึ่งแถวนั้นว่า… “ใช่ เสียงจากข้าเอง…”

ยายทิวมองตามเสียงไปก็พบว่า เสียงนั้นน่าจะดังมาจากรูปจำลององค์ท้าวเวสสุวรรณนั่นเอง คราวนี้ยายทิวยิ่งงงหนักขึ้น แกลุกขึ้นและเดินเข้าไปถามใกล้ๆ เลย

“…เสียงท่านเรียกอิฉันจริงๆ หรือเจ้าคะ?” ทางนั้นตอบว่า ใช่แล้ว ข้าเอง ข้าเห็นแม่ทิวมานั่งกลุ้มใจแบบนี้ ก็บอกเรื่องสามีป่วยได้เลยว่า เขาจะยังมีชีวิตอยู่ และให้เอาน้ำนี้ไปให้เขาดื่ม”

โรคที่เขาเป็นอยู่จะค่อยๆ ทุเลาด้วยอำนาจพระพุทธคุณ แต่แม่ทิวจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ข้าก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ข้าเห็นเอ็งมาที่นี่บ่อยๆ มาขอหวยขออะไร

“…อบายมุขน่ะ เลิกซะเถอะ แล้วมาถือศีลปฏิบัติธรรมดีกว่า อายุมากแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้าน่ะไม่ได้ติดหวย แต่ที่ซื้อเพราะหวังจะได้เงินมารักษาสามี เรื่องนี้ข้าเข้าใจ”

เอาอย่างนี้ เรื่องแรกที่เจ้าพึงจะทำเลยนะแม่ทิว…คือรักษาสามีเจ้าให้หายเสียก่อน การรักษาอย่างที่ข้าบอกไป เขาป่วยเพราะกรรมเก่า ถ้าแก้กรรมเก่าของเขาได้ ทุกอย่างมันก็จะคลี่คลาย

“…แต่ก่อนอื่น เอายาไปรักษาสามีของเจ้าก่อนเถิด แม่ทิว ข้าจะบอกตัวยาให้ แล้วจำไว้ด้วยนะ…แล้วท่านก็บอกตัวยาให้แม่ทิวไปซื้อตามที่สั่ง”วันนั้นยายทิวกราบลาท่านออกมา แล้วตรงไปยังตลาด หาซื้อตัวยาที่ร้านยาไทย ก่อนจะนำกลับไปต้ม ไปปรุงตามที่ได้ฟังมา แม่ทิวบอกว่า ตัวเองจำที่ท่านว่าได้อย่างละเอียดเลยทีเดียว

รูปจำลองท้าวเวสสุวรรณ

ครั้นเสร็จแล้ว ก็นำยานั้นไปให้สามีทาน ครั้นสามียายทิวทานยาที่ว่านี้ ไม่นานอาการป่วยหนักก็ค่อยๆ ทุเลาลง โรคร้ายที่คุกคามก็ค่อยๆ ยุติ และค่อยๆ ดีวันดีคืน “…ไม่นานสามีของยายทิวก็หายป่วย และสามารถกลับมาเดินเหินได้แล้ว พอเริ่มเดินได้จากเดินใกล้ๆ ก็เป็นเดินไกลๆ จนสามารถไปไหนมาไหนได้อย่างปกติ”

พอหายสนิทดีแล้ว ยายทิวก็พาสามีกลับมาที่วัดจุฬามณีนี้อีกครั้ง คราวนี้ถามดูได้ความว่า เพื่อกลับมานมัสการและขอบคุณท่านท้าวเวสสุวรรณ ที่บอกตัวยาให้และรักษาจนสามีหายดี วันนั้นยายทิวบอกท่านว่า ขอขอบพระคุณท่าน เพราะยาที่ท่านบอก เลยรักษาสามีให้หายขาดได้ มีเสียงแว่วๆ เบาๆ ดังขึ้นในหัวแม่ทิวว่า “…รักษาจนหายได้ ก็ดีมากแล้ว แล้วแม่ทิวอย่าลืมเรื่องที่เคยคุยไว้กับข้าล่ะ ว่าเจ้าจะไม่ยุ่งอบายมุขทุกอย่าง ในเมื่อพูดแล้ว ก็ต้องทำให้ได้ด้วยล่ะ รู้มั้ย?”

วันนั้นยายทิวพาสามีมาทานอาหารที่ร้านค้าแถวนี้ และได้พูดคุยเรื่องนี้กับคนแถวนี้อยู่นานสองนาน ทุกคนได้ฟังแล้วต่างแปลกใจไปตามๆ กัน เพราะไม่มีใครเคยรู้เรื่องพวกนี้เลย

ผ่านไปไม่นาน ข่าวเรื่องท่านเวสสุวรรณท่านมาพูดกับคนที่มานมัสการ และมาบอกทางรักษาโรคร้ายของสามียายทิวจนหายก็แพร่กระจายกันไปทั่ว คราวนี้ผู้คนยิ่งมาจากหลายๆ ที่ มุ่งหน้ามาที่วัดนี้กันยกใหญ่ “แต่ทว่า…เรื่องนี้ก็มีทั้งคนที่เชื่อและคนที่ไม่เชื่อ บางคนบอกว่า มาที่นี่หลายสิบครั้งแล้ว มาขอ มาบน มาทำอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง แต่หลายคนบอกว่า ที่ขอเอาไว้ก็ประสบความสำเร็จอย่างดี” ดังนั้น จึงมีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ

จะอย่างไรก็ดี ท่านที่สนใจก็ขอเชิญชวน มีเวลาลองไปเที่ยวชมวัดจุฬามณี ที่ อ.อัมพวา จังหวัดสมุทรสงครามดูสิครับ เพราะนอกจากจะได้นมัสการท้าวเวสสุวรรณแล้ว 🙏 ยังมีอาหารอร่อยๆ ในร้านค้าที่เรียงรายให้ซื้อหากันด้วยครับ…

**โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ภาพและเรื่องโดย. สุชาติ สุทธิกาวิลกุล


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •