2 ธันวาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

                บางครั้ง บางสิ่งบางอย่างก็เลือกเรา…ถึงเวลานั้นก็เหมือนขั้วบวกกับขั้วลบที่ต้องมาเจอกัน….จึงเสมือนว่าเราได้ถูกเลือกแล้ว แล้วก็ต้องเจอแบบที่เราคาดไม่ถึงด้วยซ้ำ

                ผมเข้ามาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ หลายปี จนเรียนจบได้งานทำทันที ถือว่าโชคดีที่ไม่ต้องเดินเตะฝุ่นนาน เลยไม่ได้กลับบ้านที่ต่างจังหวัดนานหลายปี ได้แต่ส่งเงินและโทรคุยกับพ่อและแม่เท่านั้น ปีนี้ว่าจะเซอร์ไพรส์ท่านด้วยการขับรถไปหาโดยไม่บอกล่วงหน้า เพราะผมได้ออกรถเก๋งมือสองมาคันหนึ่ง พ่อกับแม่คงดีใจ ตัวผมเองก็ตื่นเต้นที่จะได้เจอท่าน ตั้งใจว่าจะไปค้างสักสี่ห้าวันตามที่ลาพักร้อนกันเลย

                ผมคิดว่าการขับรถเดินทางตอนกลางคืนน่าจะสะดวกกว่า ด้วยเหตุผลที่ว่าอากาศไม่ร้อน รถไม่เยอะ ไม่ต้องรีบเร่งอะไร หกโมงเย็นผมเริ่มเดินทางออกจากรุงเทพฯ ซึ่งแถวชานเมืองยังมีรถติดพอประมาณ…ขับรถมาเรื่อยๆ การเดินทางคนเดียวมันก็เหงาเหมือนกัน ฟังเพลงจากวิทยุเป็นเพื่อนดีที่สุดเวลานี้

                เวลานี้ประมาณตีหนึ่งกว่าๆ ผมรู้สึกง่วงจึงพยายามขับชิดข้างทาง เผื่อจะเจอปั๊มน้ำมันสักแห่ง เพื่อแวะพักล้างหน้าล้างตาสักหน่อย….ไม่นานนัก มีแสงไฟสว่างอยู่ด้านหน้า มองเห็นปั๊มอยู่ข้างหน้า มีร้านค้าด้วย ผมรีบเลี้ยวรถเข้าไปจอดทันที…พอลงจากรถ ผมกวาดตาไปทั่วๆ มองเห็นเด็กปั๊มนั่งหลับที่มุมหนึ่ง น่าจะเป็นการพักสายตามากกว่า มีรถจอดอยู่ที่ลานสองคัน เป็นรถกระบะเก่าๆ แต่ไม่เห็นมีใคร เขาคงแวะพัก อาจจะนอนหลับอยู่ในรถก็ได้ ผมเดินเข้าไปในร้านซึ่งมีพนักงานขายที่เป็นผู้ชายอยู่คนเดียว ผมซื้อน้ำเปล่ากับเครื่องดื่มชูกำลังมาแก้ง่วง เพราะต้องเดินทางอีกหลายชั่วโมง แล้วออกมายืนหน้าร้านดื่มน้ำเย็นให้ชื่นใจ เห็นห้องน้ำอยู่ด้านข้าง กะว่าจะเข้าห้องน้ำล้างหน้าตาให้สดชื่น

                เดินเข้าไปด้านใน มีห้องน้ำทั้งหมด 4 ห้อง พอเห็นห้องน้ำรู้สึกปวดท้องหนักขึ้นมาทันที เดินดูห้องแรกเหมือนที่นั่งจะพังหน่อย ห้องที่สองดูสกปรก เหลือห้องที่สามกับห้องที่สี่ ห้องที่สามพอใช้ได้ มีน้ำสำหรับทำความสะอาดด้วย ค่อยรู้สึกโล่งใจ ผมรีบเข้าไปทำธุระทันที

                ขณะที่กำลังนั่งทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำได้ไม่ถึงอึดใจก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าห้องน้ำ มีเสียงคนเดินเข้ามาเปิดประตูห้องนั้นห้องนี้ ผมมองเห็นส่วนที่เป็นเท้า เพราะห้องน้ำฝาทั้งสามด้านลอยมองเห็นได้ ว่าเขาสวมรองเท้าแตะสานสีดำ เดินไปเข้าห้องที่ 4 ที่ถัดจากผมไป เห็นเงาคนกำลังนั่งทำธุระจากพื้นกระเบื้องที่มันสะท้อนขึ้นมา…ผมก็นั่งไปอีกหน่อย คราวนี้มีเสียงรถมอเตอร์ไซค์วิ่งมาจอดที่ด้านนอกอีกคัน…มีเสียงคนสองคนพูดคุยกันเสียงดัง ลักษณะคงจะเป็นพวกวัยรุ่น ซึ่งผมกำลังจะเสร็จธุระพอดี ผู้ชายสองคนเดินเข้ามา ตรงไปยังประตูห้องน้ำห้องที่ 4 ห้องสุดท้ายทันที

                ก๊อกๆๆๆ…ปึงๆ…เสียงคนที่อยู่ด้านในร้องถามออกมาว่า

                “ใครวะ…มีคนอยู่ รอก่อน”

                “กูกะไอ้ดำ…ไอ้ป๋อง…มึงออกมาหน่อยซิ”

                เสียงถอดกลอนดังแกร๊กจังหวะที่ผมเสร็จธุระพอดี กำลังจะออกจากห้องน้ำก็ต้องชะงัก เมื่อได้ยินพวกมันสามคนคุยกัน

                “ของล่ะ…ไหนของ แล้วเงินของกูด้วย”

                “ไม่มีเว้ย…ก็บอกแล้วไงโดนมันแฮ็กไปแล้ว”

                “มึงพูดส้นตีนอย่างงี้ได้ไง กูก็เอาของพี่ต่อมาอีกที กูอุตส่าห์แบ่งให้มึง”

                “ก็ไม่มี บอกว่าโดนไปแล้ว”

                “แล้วมึงเอาไง แค่พูดว่าไม่มีก็จบเหรอวะ ไม่สวยนะเว้ย”

                “เล่นแม่งเลยบิ๊ก เชื่อกู พูดกวนส้นแบบนี้…”

                “งั้นมึงต้องแดกไอ้นี่ ไอ้ป๋อง…”

                หลังจากนั้นก็มีเสียงดังสวบ…ฉึกๆ ตามด้วยเสียงร้องโอ๊ยอีกสองครั้ง ตอนนั้นผมหายใจไม่ทั่วท้องเลย เพราะทั้งรู้ทั้งเห็นทั้งได้ยินอยู่ห้องข้างๆ กลัวว่ามันจะเลยมาทำร้ายผมเข้าอีกคน

                “มึง….มึง….ไอ้บิ๊ก…มึงแทงกูทำไม…..”

                “ไม่น่าถามนะมึง”

                “เฮ้ยๆ บิ๊ก ไปเว้ย เผ่นๆ ไปๆ”

                “เออ ก็มึงปากดี ไปเว้ยไอ้ดำ…”

                เสียงอีกคนน่าจะเป็นคนที่ชื่อดำ รีบชวนเพื่อนให้หนี….เสียงคนสองคนรีบวิ่งออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับเสียงรถมอเตอร์ไซค์วิ่งห่างออกไป…ส่วนคนที่อยู่ข้างห้องส่งเสียงครวญครางอย่างเจ็บปวด…มีเสียงล้มลง ตัวผมเองยังช็อกไม่หายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยังไม่ทันได้เปิดประตู เลือดสดๆ ก็ไหลมาจากห้องข้างๆ นองพื้น ไหลมาเกือบถึงพื้นที่ผมยืนอยู่

                กลิ่นคาวเลือดคลุ้ง…คิดว่าปลอดภัยแน่แล้ว ผมเปิดประตู ค่อยๆ ยื่นหน้าออกมาก่อน ก็กลัวลูกหลงเหมือนกัน…เห็นชายคนหนึ่งนอนคว่ำหน้า ตัวจมกองเลือดอยู่ที่พื้นระหว่างประตูห้องน้ำ ส่งเสียงครืดๆ ในลำคอ ผมทำอะไรไม่ถูก…ไม่กล้าไปถูกตัวเขา…ผมหมุนไปหมุนมาอย่างงงๆ เมื่อเขาส่งเสียงร้อง…ยังไม่ตาย ผมคิด

                “ช่วยด้วย ช่วยด้วย….ช่วยผมด้วย…..”

                “ใจเย็นๆ นะคุณ เดี๋ยวผมจะไปหาคนมาช่วย ทำใจดีๆ อดทนไว้ก่อนนะ”

                ผมกำลังจะวิ่งออกมาบอกเด็กปั๊มให้แจ้งตำรวจ…ไฟในห้องน้ำก็เริ่มกะพริบเหมือนจะดับให้ได้ คนถูกแทงยังร้องขึ้นมาอีกว่า “ผมเจ็บ….มันแทงผม คุณอย่าเพิ่งไป…ช่วย…ช่วย….”

                “ให้ผมรีบไปตามคนมาช่วยคุณเถอะ เลือดคุณออกมากนะ ผมไปก่อน” ผมทำท่าจะวิ่งออกไป เสียงนั้นก็พูดขึ้นมาอีกว่า

                “ช่วยดึงมีดนี่ออกให้ผมที….ดึงมีดที่ปักอกผมออกให้ที ผมเจ็บ มันทรมาน…”

                “ไม่ได้…รอตำรวจก่อนละกัน ผมจะรีบไปตามคนมาช่วยคุณ” ผมเดินกึ่งวิ่งออกมา จะถึงทางเดินห้องน้ำอยู่แล้ว อยู่ๆ ชายที่ถูกแทงก็ลุกเดินตามผมออกมาแล้วเรียกผมให้หันไปดู

                “…ดึงอย่างนี้นะ ต้องดึงออกอย่างนี้…ช่วยดึงออกให้ที…”

                ผมหันกลับไปมอง ถึงกับตัวแข็งทื่อเลยทีเดียว เพราะสิ่งที่เห็น เขาลุกขึ้นยืนแล้วดึงมีดที่ปักอกเขาอยู่ออกเสียงดังฝืด…แล้วก็ปักเข้าไปใหม่ ในขณะที่กำลังพูดไปด้วย…เลือดสดๆ สาดกระเซ็นไปทั่ว ผมวิ่งแล้วครับ ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร…ออกมาถึงด้านนอกยิ่งแย่ไปอีก แสงไฟที่เคยสว่างไสว มีร้านค้ามีเด็กปั๊มนั่งหลับ บัดนี้ทั้งมืดทั้งร้าง ไม่มีเค้าของสิ่งที่ผมเห็นเมื่อตอนขับรถเข้ามาจอดเลย อะไรกัน….ปั๊มร้าง….มีรถกระบะเก่าๆ สองคันจอดคู่กันอยู่ แต่สภาพตอนนี้มันไม่ใช่แค่เก่า…แต่มันเป็นซากรถดีๆ นี่เอง…

                ผมรู้แล้วว่าถูกผีหลอก รีบวิ่งเข้าไปในรถตัวเอง พยายามสตาร์ตด้วยมือไม้สั่น หยิบพระหน้ารถมาไหว้และกำไว้เรียกขวัญกำลังใจตัวเองให้ได้มากที่สุด แล้วก็เหยียบคันเร่งพุ่งออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้…ยังไงขอให้พ้นจากตรงนี้ไปก่อนแล้วกัน ผมเปิดวิทยุดังๆ กลบความกลัวที่มันกระชากจนจิตผมจะหลุดให้ได้ คิด คิด คิด…พูดกับตัวเอง

                “มีอะไรจริงมั่งวะ มันหลอกกูยับเลย แล้วที่กินน้ำนั่นคืออะไร…โอ๊ย…คุณพระคุณเจ้า….ช่วยลูกช้างลูกม้าที”

                ขณะที่กำลังพยายามตั้งสติเพื่อจะประคองรถไปข้างหน้า ก็เห็นมีแสงไฟด้านหลัง ค่อยอุ่นใจว่าไม่ได้มีรถเราคันเดียวที่วิ่งอยู่บนถนน ไฟดวงเดียวคงจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ มันวิ่งตามหลัง พอผมมองในกระจกส่องหลัง อย่างกับมันรู้ว่าผมมอง มันขับแซงขึ้นมาตีคู่…ซึ่งไม่น่าเป็นไปได้ คนซ้อนเอามือมาเคาะกระจกด้านที่ผมขับให้หันไปมอง…ผมไม่คิดว่าจะเป็นไอ้สองคนนั่น…มันรู้ว่าเราเห็น แต่มันยังไงกันวะ เรื่องจริงหรือไม่จริง แล้วไอ้สองคนนี่หรือว่าเป็นพวกโจร….ผมเร่งความเร็วขึ้นอีกเพื่อจะหนีจากมอเตอร์ไซค์ แต่น่าแปลกที่มันยังคงวิ่งตีคู่ขึ้นมาตลอด แถมยังเอื้อมมือมาเคาะกระจกรถ…ผมตัดสินใจหันไปมองมัน….

                คนที่ทำหน้าที่ขับไม่มีหัว….ผมพยายามคิดว่าตัวเองตาฝาด..ตอนนั้นผมเกิดอาการตัวเกร็งขึ้นมาทันที ส่วนไอ้คนซ้อนหน้าหายไปแถบหนึ่ง มองเห็นร่องรอยแหว่งเว้าที่เละๆ มีเพียงหน้าอีกซีก ลูกตากลอกกลิ้งไปมา…ได้ยินเสียงมันพูดชัดๆ เหมือนอยู่ข้างๆ หูว่า

                “ทำบุญให้พวกกูด้วยนะ ขอบุญให้พวกกูด้วยนะ…กูจะรอ”

                ผมสุดที่จะทน….รถพุ่งเข้าข้างทาง ความรู้สึกสุดท้ายว่าตัวเองหมุนคว้างเหมือนตีลังกา ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะดับวูบ ความคิดที่แวบเข้ามา….พ่อ…แม่…ผมรักพ่อกับแม่นะ….

                ผมหลับไปหนึ่งวัน ฟื้นขึ้นมานอนอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล มองไปรอบๆ ค่อยคิดทบทวนว่าตัวเองมานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไง รู้สึกเจ็บแปลบที่หัวกับที่แขน พอยกขึ้นมาดูมีผ้าพันแผลพันอยู่…ซึ่งปรากฏว่าผมไม่เป็นอะไรมาก แค่หัวแตกกับแขนเป็นแผล ถือว่าเล็กน้อย ทั้งที่ทั้งรถทั้งคนกลิ้งหลุนๆ ทุกคนยังแปลกใจที่บาดเจ็บไม่มาก ผมอยู่โรงพยาบาลแค่สองวันก็กลับบ้านได้

                สรุปว่าผมไม่ได้ไปเยี่ยมพ่อกับแม่ แต่ก็ไม่กล้าบอกท่านว่าประสบอุบัติเหตุ ส่วนรถก็ให้ประกันซ่อมเพราะไม่มีคู่กรณี ถ้าจะบอกว่าคู่กรณีผมเป็นผี เขาก็คงว่าผมประสาทแน่ๆ ผมลืมเล่าไปว่าระหว่างที่นอนอยู่ที่ รพ. ผมฝันเห็นผู้ชายสามคน เหมือนหนังที่รีรันให้ดู ตั้งแต่เข้าห้องน้ำมีคนแทงกัน ผมวิ่งออกมาแล้วขับรถมาเจอไอ้ผีสองตัวนั่น..ร้องขอแต่ให้ทำบุญให้ ผมคิดว่าเราอาจจะดวงตก เลยต้องมาเจอกับผีพวกนี้

                ผมชวนเพื่อนไปทำสังฆทาน ถวายผ้าไตรให้ทั้งสามผีที่ผมไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า หรือว่าต่างคนต่างหลอก ด้วยความอยากรู้ผมจึงกลับไปที่ปั๊มนั้นอีกครั้งในเวลากลางวัน…มันเป็นอะไรที่น่ากลัวครับ แม้แต่เวลากลางวัน…ไปสอบถามคนแถวนั้นก็ได้ความว่า

                ไอ้สามคน มันเป็นเพื่อนกัน ฆ่ากันตายเพราะเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนอีกสองคน พอแทงเพื่อนมันตายก็รีบขี่มอเตอร์ไซค์หลบหนีวิ่งออกไปประสานงาเข้ากับสิบล้อคันหนึ่ง คอขาด ส่วนอีกคนหน้าไถลกับพื้นถนนจนหายไปแถบหนึ่ง ตายคาที่ทั้งคู่ แล้วมันก็เที่ยววนเวียนหลอกคน จนปั๊มนั้นพอมืดแทบจะไม่มีคนเข้า ส่วนเด็กปั๊มถูกรถวิ่งพุ่งเข้ามาชนในปั๊มไปอัดกับเด็กอีกคนที่ขายของในร้าน เรียกว่าตายคู่เหมือนกัน ปั๊มเลยต้องปิดร้างเพราะความหลอน เขาเล่าว่านานเกือบสิบปีคิดว่าจะเงียบไปแล้ว ไม่คิดว่าผมจะโดนหลอกเข้าไปเต็มๆ

                หลังจากทำบุญให้ ผีทั้งสามก็มาให้เห็นในฝัน มาในสภาพที่เป็นเหมือนคนอย่างเรา ไม่น่าเกลียดน่ากลัว คงได้บุญที่ผมทำให้แล้ว ผมคิดว่าคงมาขอบคุณ แต่ไม่ได้พูดอะไรนอกจากสีหน้ายิ้มแย้ม

                คนเราชั่วเจ็ดทีดีเจ็ดหน ในความซวยก็ยังมีความดีอยู่บ้าง มีพ่อค้าเอาลอตเตอรี่มาขาย ซึ่งเลขมันตรงกับทะเบียนรถ ผมเลยซื้อมาสองใบ เหลือเชื่อแหละครับ ผมถูกรางวัลที่ 3 ก็ไปทำบุญให้ผีสามตัวนั้นอีก แต่ก็บอกเขาว่าไม่ต้องมา ขอบใจนะ ทางใครทางมัน

                ไม่รู้ว่าผีให้โชค หรือว่าจะเป็นทุกข์ลาภของผม ยังไงก็แล้วแต่ ต่อไปนี้ผมคงไม่ขับรถในตอนกลางคืนอีกแล้ว หรือถ้าจะให้ดีผมนั่งรถทัวร์ไปดีกว่า นี่แหละเรื่องสุดหลอนในชีวิตของผม…ขอบอกตามตรงว่าผมนี่กลัวห้องน้ำปั๊มไปเลยครับ…

*โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

*ภาพที่ปรากฏใช้เป็นเพียงภาพประกอบเรื่องเท่านั้น

/

เรื่องโดย. กฤตยา อยู่ประเสริฐ

ภาพโดย. youtube : kokonutfreaks, twitter : trevor Henderson, www.wallpaperflare.com, theclimatecenter.org, www.sports-health.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •