17 ตุลาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เรื่องพิเรนทร์ในตอนนี้ นับเป็นเรื่องแปลกอีกเรื่องหนึ่งเท่าที่ผู้เขียนได้อ่านมา

…เรื่องที่ว่านี้ เกิดขึ้นที่เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในรัฐแมสซาจูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา นับเป็นเรื่องแปลกอีกเรื่องหนึ่งที่มีการบันทึกเป็นเรื่องราวเอาไว้

ผู้ที่บันทึกเรื่องนี้ไว้ คือ ดร. ทิมโมที รอยลอต ( DR. TIMMOTHY  ROYLOT ) ซึ่งเป็นนายแพทย์ชันสูตรศพที่อยู่ในคณะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ดร.ทิมโมที เล่าเรื่องแปลกๆ นี้ไว้ว่า

“…เป็นช่วงเวลาที่แปลกประหลาด และชวนงุนงงสงสัยที่สุดในเมืองของเรา เพราะในเวลาเพียงสองสัปดาห์ ก็มีเหตุคนหาย และคนเสียชีวิตด้วยวิธีที่แปลกพิสดารคล้ายๆ กันหลายราย”

วันที่ผมพบเรื่องประหลาดนั้น เป็นวันศุกร์ที่อากาศเย็นและมีลมแรงจัดในช่วงสาย ลมแรงที่ว่านั้นมาจากกลุ่มเมฆสีดำที่ปกคลุมตัวเมืองเอาไว้ ทำท่าราวกับจะมีพายุฝน แต่ก็ไม่มี

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

“…ลมแรงจัดนั้น หายไปเมื่อราวบ่ายสองโมงเศษ ท้องฟ้ากลับมาสดใสอีกครั้ง พร้อมด้วยหญิงสาวหรือสุภาพสตรีแปลกหน้า ที่มากับกลุ่มทัวร์”

หญิงสาวที่ว่านี้ แต่งตัวดูโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ ในกรุ๊ปทัวร์นั้น  และน่าแปลกที่พวกเขามาเที่ยวที่เมืองของเรา ในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว ไม่ใช่ช่วงเทศกาลหรืออะไรเลย

“…ปกติเราจะมีงานเทศกาลแต่งแฟนซีหาคู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน  ช่วงนั้นจะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันมาก มาหาคู่ควง มาหาคู่นอน หรือถูกใจกันก็เยอะ”

“แต่ไม่ใช่เวลานี้  ในช่วงที่ไม่มีงานอะไรสักอย่างแบบนี้  แต่ทว่านักท่องเที่ยวก็มาเที่ยวจับจ่ายซื้อของที่ระลึกกันอย่างแปลก  เหมือนทุกคนถูกบังคับให้ซื้อของที่เหมือนๆ กัน จะกินอาหาร จะทานอาหาร หาที่พักหรือไปไหน ก็ไปเหมือนกันไปหมด”

แต่แล้วในคืนนั้นเอง ก็เกิดเรื่องแปลกๆ ขึ้น  ช่วงหัวค่ำ มีคนพบเห็นหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้ออกมาท่องเที่ยวยามราตรีเพียงคนเดียว  ไม่มีคนในกรุ๊ปทัวร์ ที่คอยตามไปไหนมาไหนเหมือนเมื่อตอนกลางวัน

ดร.ทิมโมที เล่าว่า

“…คืนนั้น ผมเสร็จจากงานชันสูตรสุดท้ายที่สถานีตำรวจก็กลับที่พัก  ระหว่างทางผมได้เห็นหญิงสาวคนนี้เพียงแวบเดียว ผมเห็นเธอเดินเข้าไปในบาร์หลังโรงแรม”

แต่เวลานั้น ผมไม่ได้สนใจอะไร แต่พอจำลักษณะของเธอได้…เธอเป็นคนหน้าตาสวยมาก งดงามหมดจด ร่างสูงระหง หน้าอกใหญ่และมีทรวดทรงองค์เอวแบบนางแบบทีเดียว

“…เธอใส่ชุดรัดรูปสีออกเทาดำ  คาดเข็มขัดสีเงิน และใส่ถุงมือด้วย ผมดูในเวลานั้น เหมือนกับเธอเป็นพวกนำสมัย ทันโลก ทันแฟชั่น”

ผมเธอยาวสลวย สีออกน้ำเงิน ตาเธอสีเขียว ผมเห็นและสบตาเพียงแวบเดียวก็รู้สึกแปลกๆ อย่างไรบอกไม่ถูก  เธอไม่ได้สนใจมองผม และไม่นานก็หายเข้าไปในบาร์

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น  ผมถูกปลุกด้วยโทรศัพท์ที่โทรมาจากสารวัตร  เข้ามาที่ห้องพักของผม พร้อมกับบอกว่า…หมอ มีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น  ขอให้หมอมาที่เกิดเหตุสักหน่อย

“…ผมรีบแต่งตัวและรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ  ก็พบศพผู้ชายคนหนึ่งนอนเปลือยกายอยู่ ร่างกายเขาซูบซีดเหมือนไม่มีเลือดอยู่ในตัว  แต่พอผมตรวจดูก็พบว่า ที่เขาเสียชีวิตเพราะหัวใจวายเนื่องจากออกแรงมากเกินขนาด”

ด้วยลักษณะแบบนั้น ไม่ได้นุ่งผ้าผ่อน แล้วเขาจะออกกำลังอะไรที่มากเกินขนาด ปรากฏว่า เขาผ่านการร่วมเพศมากครั้งจนเกินไป มากจนเกินที่ร่างกายจะรับไหว และเป็นเหตุให้หัวใจวายเสียชีวิต

“…ร่างกายของเขา ผ่านการร่วมเพศอย่างหนัก น้ำอสุจิถูกดูดออกไปจากร่างกายจนไม่มีเหลือ และก็ไม่พบร่องรอยอื่นๆ แถวๆ นั้น  ไม่มีอะไรเลย บนร่างกายของเขาก็ไม่มีหลักฐานของคู่กรณีติดอยู่ด้วย”

มันน่าแปลกที่ศพและร่างกายเขาแสดงหลักฐานว่า เพิ่งผ่านการร่วมเพศมาอย่างหนัก  แต่ไม่มีคราบใดๆ ที่อวัยวะเพศของเขาเลย  ปกติต้องมีหลักฐานแสดงสิ่งอื่นๆ ที่เป็นผลจากการร่วมเพศ  แต่นี่ไม่มี

“…เราเลยไม่สามารถสืบค้นต่อได้ว่า เขาเป็นมาอย่างไร? หรือไปร่วมเพศกับใคร? เพราะไม่มีร่องรอยในส่วนนี้ติดอยู่ที่อวัยวะเพศ หรือส่วนใดของร่างกายทั้งนั้น”

ไม่นานก็มีผู้แสดงตัวว่า เป็นคนเห็นว่าผู้ชายคนนี้ออกไปที่ไหนกับใคร? เขาอธิบายถึงผู้หญิงคู่ขาคนนั้น ซึ่งมันตรงกับหญิงสาวสวยร่างระหงที่มากับกรุ๊ปทัวร์นั่นเอง

“…แต่ทว่า พอเราเข้าไปสอบถาม ก็ได้ความว่าเธอไปที่บาร์นั้นจริง แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ตายดังที่มีผู้แสดงตัวว่าพบเห็น  ครั้นสอบถาม เธอก็ให้การว่า เธอไปที่บาร์จริง แต่ก็กลับขึ้นมาที่ห้องในโรงแรมในเวลาเพียง 21.00 น. เท่านั้น”

และในที่นี่ก็มีพยานยืนยันตัวของเธอ ตั้งแต่พนักงานต้อนรับ บ๋อย และแขกที่พัก รวมไปถึงคนในคณะทัวร์ของเธอไม่ต่ำกว่า 20 คน ดังนั้น เธอจึงพ้นข้อสงสัย

แต่ทว่าเรื่องราวไม่จบแค่นั้น  ปรากฏว่าในคืนถัดมา และเช้าวันรุ่งขึ้น  ก็มีเรื่องประหลาดอีก เหตุการณ์เป็นในทำนองเดียวกันกับคดีเมื่อวานนี้  แต่ทว่าผู้เสียชีวิตครั้งนี้ กลับเป็นผู้ชายที่มาแสดงตัวเป็นพยานเมื่อวานนี้นั่นเอง

“…มันเหมือนกับการฆ่าปิดปาก  พยานรู้เห็น  และผู้ชายก็จำเพาะเจาะจงด้วยว่า เห็นหญิงสาวที่มากับกรุ๊ปทัวร์เป็นต้นเหตุ และพอมาวันนี้เขาก็กลับกลายเป็นศพอีกหนึ่งราย”

จากการชันสูตรพบว่า เขาตายด้วยอาการและมีลักษณะเดียวกัน คือผ่านการร่วมเพศอย่างหนัก และน้ำอสุจิทั้งหมดหายไปจากร่างกายของเขาไม่เหลือแม้แต่น้อย ซึ่งผิดปกติอย่างมาก

เรื่องราวอันน่าปวดหัวนี้ นำความฉงนมาสู่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก หนึ่งในนั้นคือ เจ้าหน้าที่ด้านข่าวกรอง  ที่เชื่อเหลือเกินว่า หญิงสาวคนนั้นเป็นต้นเหตุ

“ดังนั้น เพื่อความไม่ประมาท พวกเขาก็เลยส่งคนสะกดรอยตามเธอไปทุกหนทุกแห่ง แต่ปรากฏว่า เธอก็ไม่ได้ไปไหนพ้นจากกรุ๊ปทัวร์ของเธอเลย…จนตกค่ำ”

แล้วในเช้าวันต่อมา ก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่สะกดรอยเธอ รายนี้ไม่ถึงแก่ชีวิต แต่ก็เป็นอัมพาตชั่วคราว และไม่สามารถจดจำอะไรได้มากนัก

“…กว่าที่ทางการและเจ้าหน้าที่จะซักถามข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้ ก็ต้องรอเวลาให้เขาพอมีสติบ้าง แต่กระนั้นข้อมูลของเขาก็ไม่ปะติดปะต่อ และบางส่วนขาดหายไป”

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

เขาว่า เขาตามรอยเธอทั้งวัน จนเธอกลับขึ้นไปบนห้องเขาก็รอคอยนั่งเฝ้าอยู่…ตอนนี้เรื่องมาที่ว่า…แล้วผมก็เข้าไปในห้อง…ทางเจ้าหน้าที่ถามว่า เข้าไปกับใคร? เขาก็ส่ายหน้าว่าจำไม่ได้

“…เธอเปลือยกาย และเข้ามาร่วมรักกับผมครั้งแล้วครั้งเล่า โดยไม่เหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด …เจ้าหน้าที่ถามอีกว่า เธอเป็นใคร? จำหน้าตาลักษณะเธอได้มั้ย?”

เขาพยักหน้าและบอกเพียงว่า เธอสวยหุ่นดี หน้าอกใหญ่มาก และตั้งหน้าตั้งตาร่วมรักกับเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่หยุดยั้งทีเดียว

“…ผมเองก็ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน? มันไม่รู้สึกเหนื่อย เหมือนร่างกายมันจะทำงานของมันไปเอง เริ่ม ไปจบ และเริ่ม ไปจบ อยู่เรื่อยๆ…” จนครั้งสุดท้าย ผมมองหน้าเธอ  เธอคงรู้สึกว่าผมจะจดจำเธอได้ เธอเลยยื่นหน้าอกให้ผม หน้าอกที่อวบใหญ่นั้น  แล้วบอกว่า ให้ผมดูดดื่มหน้าอกนี้

ทีแรกผมปฏิเสธ  แต่เธอก็พยายาม และบอกผมว่า  ถ้าคุณไม่ทำมันจะมีผลเกี่ยวกับชีวิตของคุณเอง  และคุณคงไม่อยากมีผลลัพธ์เหมือนกับสองคนที่ผ่านมา…ใช่มั้ย ถึงตรงนี้เหมือนผมจะจำได้…เจ้าหน้าที่ว่า…แต่แล้วเธอก็ยื่นหน้าอกให้แล้วบอกว่า คุณจะต้องดื่มหน้าอกนี้ ไม่อย่างนั้นคุณจะถึงชีวิตอย่างช่วยไม่ได้

ผมพยายามขัดขืน เพราะไม่แน่ใจว่า เธอจะมีแผนอย่างไร หรือวางแผนอะไรไว้ ดีไม่ดีเธออาจจะเอายาพิษป้ายเอาไว้ที่หน้าอกเธอ หากผมไปแตะต้องมันเข้า พิษก็อาจจะเข้าถึงตัวผมก็ได้

“…แต่กระนั้นก็เหมือนกับมีอำนาจบางอย่างทำให้ผมต้องไปยุ่งกับหน้าอกเธอและดูดดื่มหน้าอกนั้น แล้วก็จริงอย่างที่ผมรู้สึก มันเหมือนมีสารอะไรบางอย่างออกมา ทำให้ผมเบลอและแทบจะประคองตัวไม่ได้”

ทันทีที่เธอเห็นว่าผมออกอาการ  เธอก็จัดแจงยื่นหน้าอกอีกข้างมาทางผมทันที ผมเองก็จำต้องเข้าไปที่หน้าอกอีกข้างหนึ่งนั้น  แต่ด้วยการที่เคยฝึกมา…ทำให้ผมพอจะครองสติได้

“…ผมแกล้งทำเป็นยุ่งกับหน้าอกอีกข้างหนึ่ง ทำเป็นหมดสติและร่วงลงมา จากนั้นผมก็แกล้งทำเป็นไม่รู้สึกตัว ซึ่งมันอาจจะตรงตามที่เธอต้องการก็ได้…”

ถึงตรงนี้เจ้าหน้าที่ก็รีบทะลึ่งลุกขึ้นยืน เหมือนความจำของเขากลับมาบางส่วนแล้ว เขาบอกว่า ผมจำได้ว่าเธอคือใครแล้ว…เธอคือผู้หญิงสาวสวยในกรุ๊ปทัวร์นั้น…ทันทีที่เขาหลุดปากออกมา เจ้าหน้าที่ก็ไปที่โรงแรมทันที…แต่ทว่า

“…ทั้งกรุ๊ปทัวร์ ทั้งหญิงสาวที่ว่านั้น  เช็กเอาท์ออกไปจากโรงแรมแล้ว และไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาไปที่ไหนกัน เจ้าหน้าที่ประสานงานกับตำรวจทางหลวง และด่านต่างๆ ให้สกัดรถทัวร์นั้นตลอดเส้นทาง แต่ก็ไม่ปรากฏว่าจะมีใครพบเห็นอีกเลย”

เจ้าหน้าที่ถูกส่งตัวมาฟื้นฟูความจำ และตรวจร่างกาย ก็พบว่าน้ำอสุจิของเขาถูกสูบออกไปจนหมด ส่วนสารที่ออกจากหน้าอกหญิงสาว และผ่านเข้าลำคอเขานั้น เป็นสารกดประสาทที่จะให้ความทรงจำของเขาลบเลือนไปชั่วขณะ บางทีถ้าเขาดื่มทั้งหมด เขาอาจจะจดจำอะไรไม่ได้เลยก็เป็นได้

และผู้ชายทุกคนที่เสียชีวิต อาจจะเพราะพวกเขาปฏิเสธที่จะดื่มสารนั้นจากหน้าอกของเธอ เพราะทุกคนคงระแวง เมื่อไม่ให้ความร่วมมือ เธอก็เลยจำเป็นที่จำต้องเอาชีวิตของพวกเขาเพื่อไม่ให้ความลับของเธอเปิดเผย

แต่ทุกคนก็คิดไม่ตกว่า เธอจะเอาน้ำอสุจิจำนวนมากจากผู้ชายเหล่านี้ไปทำไม? และทำไมต้องลบความทรงจำพวกเขาด้วยวิธีที่ประหลาดเช่นนี้ด้วย…และแน่นอน สุดท้ายพวกเขาก็สรุปว่า เธออาจจะไม่ใช่มนุษย์บนโลกใบนี้นั่นเอง

เรื่องโดย. ดิษฏึกษ์

ภาพโดย. crello.com, wallpapersafari.com, tvtropes.org, www.wallpaperflare.com, unsplash.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •