17 ตุลาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เรื่องราวของคนตาทิพย์ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่แต่อย่างใด เพราะเรื่องราวทำนองนี้มีมาหลายครั้งแล้ว

แต่ทว่าเรื่องราวของคนตาทิพย์ที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของเรื่องราวที่ไม่ธรรมดา และนับเป็นเรื่องแปลกที่ออกจะพิสดารอยู่สักหน่อย

เพราะเรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความพิสดารและถูกบันทึกไว้โดยนักบัญชีคนหนึ่ง คือ มร.เอเดรียน ริคานอการ์ (MR. ADRIEN RICARN0RKAR) ซึ่งในเรื่องนี้มร.เอเดรียนได้กล่าวถึงเรื่องราวที่เขาประสบพบมาด้วยตัวเองของสตรีรายหนึ่ง ที่มีพลังการมองเห็นเหนือคนทั่วไป

การมองเห็นของเธอนั้นมีความแปลกตรงที่สามารถพัฒนาไปได้เรื่อยๆ ไม่รู้จบ เริ่มจากมองผ่านวัตถุทุกชนิด มองทะลุวัตถุนานาชนิด และสามารถเลยไปยังอนาคตได้ด้วย

พรสวรรค์อันแสนวิเศษนี้ ว่ากันว่ามันติดตัวเธอมาตั้งแต่เกิด และเผอิญที่มร.เอเดรียนได้รู้จักกับเธอผู้นี้ เพราะบ้านอยู่ติดกัน และเขาเล่าว่ารู้จักเธอผู้นี้ตั้งแต่แรกเกิดเลยทีเดียว

เรื่องราวที่มร.เอเดรียนเล่าให้ฟังในต่อไปนี้ คือเรื่องราวของมิสมาเรีย โดโนแวน (MISS MARIA DONOVAN) ที่เรื่องราวของเธอไม่ธรรมดาตั้งแต่เด็ก และด้วยความที่มร.เอเดรียนพบเห็นมิสมาเรียมาตั้งแต่เด็ก จึงทั้งสังเกตและจดจําเรื่องราวของเธอ ทั้งบันทึกไว้โดยละเอียด เรื่องราวของมิสมาเรียโดยมร.เอเดรียนนั้นมีรายละเอียดดังนี้

“ด้วยความที่ผมพบเห็นเรื่องราวแปลกๆ มาหลายครั้ง แต่ละครั้งเกี่ยวข้องกับคนที่ผมรู้จักแทบทั้งสิ้น ผมเลยจดเรื่องราวพวกนี้และบันทึกเอาไว้ และหวังว่าเรื่องราวพวกนี้จะเป็นประโยชน์ในอนาคต”

 มร.เอเดรียนพูดถึงเรื่องราวของมิสมาเรียไว้ว่า มิสมาเรียเมื่อยังเด็กนั้นเธอเป็นเด็กผู้หญิงที่น่ารักและเติบโตอย่างรวดเร็ว

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

“พลังตาทิพย์ของเธอเริ่มฉายแววให้เห็นตั้งแต่อายุยังน้อย ด้วยความที่คุณพ่อของเธอชอบเล่นทายเหรียญกับเธอ เลยได้รู้กันว่าเธอมีพลังตาทิพย์ก็ตอนนี้เอง”

คุณพ่อของมิสมาเรีย คือ มร.มิลิน โดโนแวน (MR, MILIN DONOVAN) เขาเคยคุยกับผม และบอกความลับเรื่องแปลกๆ ให้ผมฟังว่า

“คุณจะเชื่อมั้ย ถ้าผมบอกลูกสาวของผมได้พรสวรรค์มาจากมนุษย์ต่างดาว” เรื่องนี้ทำเอาผมอึ้งไปชั่วขณะเพราะไม่คิดว่าเขาจะพูดอะไรแบบนี้ออกมา

“อย่างไรรึ?” ผมถาม ซึ่งเขาก็อธิบายว่า “…ก่อนที่ภรรยาผมจะตั้งท้องมาเรีย วันหนึ่งดึกมากแล้ว เธอออกไปยืนรับลมที่ระเบียง ทันใดนั้นก็มีแสงสว่างลอดออกมาจากก้อนเมฆ แสงสว่างนั้นส่องลงมาจากเมฆ และมาปรากฎบนระเบียงที่เรายืนอยู่ เราเห็นอะไรบางอย่างในแสงนั้น …แล้วเรื่องราวจากตรงนี้ผมก็จำอะไรไม่ได้อีก…ไม่นานแมรี่ก็ตั้งครรภ์ และคลอดมาเรียก่อนกำหนด”

มาเรียโตเร็วมากและออกจะแข็งแรง ไม่เป็นอะไรง่ายทั้งไม่ค่อยเจ็บป่วยด้วย เราเพิ่งรู้ว่าเธอมีพลังทางการมองทะลุก็เมื่อไม่นานมานี้

“ที่รู้เพราะวันนั้นผมเล่นกำเหรียญทายกับเธอ ก็ปรากฏว่า เธอทายถูกทุกครั้งว่าเหรียญที่ว่าอยู่ที่มือข้างไหน จากนั้นผมก็เอาเหรียญใส่กระป๋องแล้วให้เธอทาย ปรากฏว่าเธอทายถูกอีก”

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

ผมเล่นทายเหรียญกับเธออยู่นาน และสงสัยว่าเธอทายถูกทุกครั้งได้อย่างไร สมัยเด็กๆ เธอไม่ว่าอะไร พูดเพียงแค่ว่า…อ้าว ก็หนูมองเห็นนี่นา” จนเวลาผ่านมาเรื่อยๆ ผมก็เล่นทายกับเธอยากขึ้นเรื่อยๆ ผมนำข้าวของต่างๆ ใส่ภาชนะเอาไว้ แล้วให้เธอทายของที่อยู่ในนั้นว่ามีอะไรบ้าง…ปรากฏว่าเธอก็ทายถูกหมด

ครั้นเธออายุในราวห้าหกปี วันหนึ่งเธอนั่งๆ อยู่คนเดียว เธอก็เปรยๆ ขึ้นมาว่า

“มีผู้ชายสามคนอยู่ในรถสีแดง เขากำลังจะมาพักที่โรงแรมซัน…ในรถของเขามียาเสพติด เขากำลังจะเอามาขายที่เมืองนี้”

เราเลยถามเธอว่า ที่หนูเห็นนั้นเป็นความจริงหรือ? เธอบอกว่าจริง เธอไม่ได้พูดปด รถสีแดงคันนั้นคันใหญ่มีประทุน และมีอะไรแปลกๆ อยู่บนหลังคารถด้วย

ปรากฏว่า รถคันนี้ถูกจับขณะที่กำลังจะเข้ามาในเมือง และในรถเขามียาเสพติดจํานวนมาก และกำลังจะเอาไปค้าข้ามแดน แต่มาถูกจับได้เสียก่อน ทั้งที่รถของเขาไม่มีพิรุธอะไรเลย

“ยาเสพติดถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ตัวถังรถ ที่หากไม่รื้อค้นและงัดออกมาจะไม่มีวันตรวจได้พบ แต่มาเรียมาเห็นเข้าเสีย ก่อนด้วยพลังตาทิพย์ของเธอ”

ถัดมาอีกไม่นานนักสักปีสองปี พลังของเธอจากที่มองเห็น มองทะลุสิ่งของทั่วๆ ไปก็เริ่มเป็นมองทะลุวัตถุที่มีความหนามากขึ้น และจากที่มองเห็นจากระยะใกล้ๆ ก็เริ่มเห็นอะไรที่อยู่ใกลขึ้น แต่ทว่าไม่นานพลังการมองทะลุของเธอก็ข้ามขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

“วันนั้นพลังการมองเห็นของเธอเริ่มพัฒนาไปเป็นการมองที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม นั่นคือพลังของการมองอนาคตหรือพลังหยั่งรู้นั่นเอง” เธอมาได้พลังนี้เอาก็เมื่อครั้นที่เธออายุครบสิบสองขวบ และเหมือนเดิมวันนั้นเธอนั่งดูวิวในทุ่งใหญ่ที่อยู่ข้างๆ บ้าน ทุ่งใหญ่ที่ว่านี้เป็นทุ่งกว้างหลายร้อยเอเคอร์

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

ขณะที่เธอนั่งดูอะไรต่อมิอะไรเพลินๆ นั้น จู่ๆ เธอก็เปรยๆ ขึ้นมาอีกว่า

“อีกสองวันจากนี้เมืองเราจะเกิดเรื่องใหญ่ เพราะจะมีผู้ร้ายเข้ามาปล้นธนาคาร และผู้ร้ายที่ว่านั้นก็คือกลุ่มคนในรถแวนสีเขียวที่กำลังจะมาทางนี้ในวันพรุ่งนี้”

“แล้วเราจะลงมือในเรื่องปล้นธนาคาร และพวกเขาคือโจรปล้นธนาคาร”

ถึงตรงนี้ คนที่ฟังเธอพูดและเห็นผลงานของเธอมาแล้วในเรื่องของยาเสพติดเลยพากันเชื่อเธอทั้งหมด และถามรายละเอียดต่อว่าเธอเห็นอะไรบ้าง…

เธอบอกว่าเธอเห็นผู้ชายสามคน คนนึงใส่แว่นดำ อีกคนมีหนวด และอีกคนตัวใหญ่มาก มีลายสักรูปสมอเรือที่แขน และทั้งสามกำลังเดินทางมาจะถึงปากทางเข้าเมืองนี้แล้ว…ให้ทุกคนระวังไว้

คำปรารภเล่นๆ ของเธอที่กล่าวขึ้นมาในครั้งนั้น เป็นความจริงในอีกสองสามวันต่อมา

“ทุกอย่างเป็นตรงตามที่เธอเห็น เพราะไม่นานนักก็มีรถแวนสีเขียนคันใหญ่บรรทุกของและขายของทั่วไป โดยในรถมีผู้ชายสามคนเดินทางมาด้วยกัน”

ท่าทางและบุคลิกของพวกเขาทั้งสามคนช่างตรงและเหมือนกับที่มาเรียเห็น และบอกทุกคนเอาไว้ก่อน ไม่นานรถแวนสีเขียวพร้อมด้วยผู้ชายทั้งสามคนก็เข้ามาแวะหาที่พัก และแน่นอนว่า ตอนที่เขาตะลอนหาที่พักก็มีรถตำรวจคันใหญ่จับตาดูด้วยเหมือนกัน เขาทั้งหมดเข้าพักที่โรงแรมซัน ซึ่งอยู่กลางเมือง และด้วยรถแวนสีเขียวคันใหญ่นั้น ไม่นานก็วันก่อเหตุ และพวกเขาก็เข้าร่วมก่อเหตุปล้นธนาคารในเมืองอย่างอุกอาจตรงกับที่มาเรียบอก

“แต่ทว่าแผนการปล้นนี้แม้จะไม่มีใครรู้ แต่กระนั้นก็มีตำรวจรู้แผน และที่พวกเขาทราบความกันก่อนนั้นก็เพราะมาเรียนเป็นคนบอกรายละเอียดทั้งหมด”

แรก ๆ ที่เธอพูดนั้น ไม่มีใครเชื่อถือมากนัก แต่หลังจากเหตุการณ์ครั้งก่อน ทำให้ทุกคนเชื่อและวางแผนจับกุมคนร้ายก่อนที่จะลงมือได้โดยละมุนละม่อม

เรื่องราวการมองเห็นและพลังตาทิพย์ของเธอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

“จากที่เธอมองเห็นมองทะลุง่ายๆ มองเห็นอะไรต่อมิอะไรที่ถูกหลบซ่อน พอเธออายุมากขึ้นมองเห็นอะไรที่ใหญ่ขึ้นตามลำดับ”

แต่เรื่องที่เธอทำนายถึงอนาคต หมายถึงว่า นอกจากที่เธอจะมองเห็นทั่วไปแล้ว อนาคตอันใกล้และเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะมีการเตือนล่วงหน้า แต่ทว่าไม่นานจากนั้น มร.เอเดรียนก็บอกว่า ในที่สุดก็เกิดเรื่องประหลาดแก่เธอจนได้…เพราะพอเธออายุครบ 15 วันนั้น เธอไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แล้วจู่ๆ เธอก็ได้รับพลังประหลาดๆ อีก

พลังที่ว่านั้นมีสีเหลืองทอง มันส่องตรงลงมาจากท้องฟ้าและจับเข้าที่ร่างของเธอทันที ทำเอาเธอชะรักทีเดียว” เธอพยายามถอยห่างจากแสงนั้น แต่ก็ไม่สามารถออกไปได้ คือขยับตัวไม่ได้นั่นเอง

เธอยืนอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ ในขณะที่คนอื่นต่างทำอะไรกันไม่ได้ ทุกคนตัวแข็งกันไปหมด ต่างขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้เลย ครั้นแสงสีเหลืองทองที่ส่องกระทบร่างของเธอ จู่ๆ มันหดหายไป และไม่มีใครเห็นว่าลำแสงนั้นมาจากที่ไหน แต่พอกลับมาบ้าน มาเรียกก็ดูแปลกไปคนละคน เธอไม่มีพลังเหมือนเก่าอีกแล้ว เหมือนว่าพลังการหยั่งรู้ พลังตาทิพย์มองทะลุได้ทุกสิ่งทุกอย่างถูกดึงกลับออกไปทั้งหมด

เวลานี้เธอก็เป็นแค่เด็กคนหนึ่งที่ไม่ได้แตกต่างจากเด็กสาวคนอื่นๆ และพลังที่ว่านั้นสูญสลายไปหมดสิ้น หลายคนเชื่อว่า เรื่องนี้มีเบื้องหลังแน่นอน และนักมนุษย์ต่างดาววิทยาก็พบว่า ดีไม่ดีพลังเหล่านี้ถูกส่งเข้าตัวหญิงมีครรภ์ อย่างในกรณีนี้ก็คือ แม่ของมาเรีย และผู้ที่ได้รับพลัง ก็คือลูกในท้องนั่นเอง และเหมือนกับว่าผลการทดลองใช้พลังนี้กับคนได้

…และทั้งหมดเป็นเพียงแค่การทดลองเล็กๆ อีกบทหนึ่งของมนุษย์ต่างดาว ที่จ้องหาโอกาสที่ยึดครองโลกนี้ก็เป็นได้

เรื่องโดย. จุติ

ภาพโดย. www.AbleStock.com/Thinkstock, www.ventsmagazine.com, www.tarotroom2.wordpress.com, www.indiatvnews.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •