17 ตุลาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

คุณประยงค์ศรี หรือเรียกในหมู่เพื่อนฝูงว่าคุณยงค์ เล่าถึงความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นในครอบครัวของเธอ อันเป็นลางร้ายที่เกิดขึ้นก่อนบุตรชายคนโตจะเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 25 ปีเท่านั้น

เรื่องนี้ย้อนกลับไปปี พ.ศ.2561 คุณยงค์เล่าว่าครอบครัวของเธอมีกันอยู่ 4 คน คือเธอ สามี และบุตรชายคนโตพร้อมบุตรสาวคนเล็ก ด้านความสัมพันธ์ในครอบครัว ตัวของคุณยงค์จะสนิทกับลูกๆ มากกว่าผู้เป็นพ่อ นานๆ ครั้งที่ลูกจะเข้าหาพูดคุยกับพ่อสักที เรื่องทุกอย่างในบ้าน คุณยงค์เป็นคนตัดสินใจ ส่วนสามีจะเป็นคนคอยหาเงินเข้าบ้า“เพราะความที่เป็นหัวเรือใหญ่ของครอบครัว แฟนจึงไม่มีเวลาให้กับลูกๆ นัก เขาต้องการสร้างครอบครัวให้เป็นปึกแผ่น ไม่ให้ลูกเมียน้อยหน้าใคร สาเหตุเพราะเขาถีบตัวเองมาจากครอบครัวที่ยากจน…”

ก่อนที่ลูกคนโตจะจากไปอย่างไม่มีวันกลับ จู่ๆ ลูกเรียกฉันไปแอบคุยตามลำพัง พูดว่า “แม่ ที่พ่อเขาทำงานหามรุ่งหามค่ำ อะไรก็อ้างว่าทำโอทีนั้น แท้จริงแล้วพ่อมีเมียน้อยไว้ในที่ทำงาน ผู้หญิงคนนี้เป็นแม่บ้านในที่ทำงานของพ่อ เรื่องนี้ผมติดตามดูพฤติกรรมพ่อมาหลายเดือนแล้ว และมันเป็นเรื่องจริง ตอนนี้พ่อได้เช่าบ้านแทนโรงแรมไว้หลังหนึ่ง ที่ตรงนี้ๆ นะ”

เมื่อฟังลูกเล่าจบ เราก็เอาสิ เลือดนี่ขึ้นหน้าเป็นริ้วๆ พอแฟนกลับถึงบ้านก็ใส่ทันที และสารภาพว่าได้คบหากับแม่บ้านคนนี้จริง…แถมอ้างว่าที่ทำลงไปไม่ใช่เพราะหมดความรักให้คนในครอบครัว แต่มันเป็นโชคชะตา ท้ายที่สุดเขาขอให้ฉันทำใจยอมรับนังเมียน้อยคนนี้ไว้อีกคน เพราะอย่างไรแล้วเขาก็เลิกกันไม่ได้

ซึ่งจากจุดจุดนี้ ทำให้ทุกคนในครอบครัวเริ่มทำตัวไม่อยากเข้าบ้าน ลูกชายฉันเริ่มดื่มเหล้า ส่วนลูกสาวนั้นติดเที่ยว ติดเพื่อน แต่อะไรไม่ว่า ตัวฉันเองนี่ล่ะ เมื่อเห็นหน้าสามีตัวดีเมื่อไร มันเกิดอาการย้ำเขี้ยวคอยแต่จะหาเรื่องทุบตีแฟน เหตุเพราะมันน้อยใจ…ตัวเราบกพร่อง ไม่ดีตรงไหน เขาถึงต้องหาเมียใหม่ และอยากให้มันเข้ามาอยู่ในบ้านตะพึดตะพือ!

คุณยงค์เล่าไปถอนหายใจถึงเรื่องราวในอดีตไปพลาง

“ดั่งที่เคยเล่า ก่อนที่ลูกชายจะเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ มันมีสัญญาณมาเตือนถึงสองครั้งสองคราว”

ครั้งแรกเขาขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ดีๆ รถเกิดอาการกระตุกๆ แล้วพลิกคว่ำ และเคราะห์ยังดีที่ไม่มีรถขับติดตามมา ไม่อย่างนั้นลูกคงเสียชีวิตไปตั้งแต่คืนนั้นแล้ว และจากที่รถอยู่ๆ มันเสียอาการครั้งนี้ ทำให้ลูกชายแขนขวาหัก ต้องนอนรักษาตัวนานสองเดือน และเมื่อหายดีแล้ว ตอนนั้นลูกชายอายุ 23 ปี เขายังไมได้บวชพระ ลูกก็บอก

“แม่ พรรษานี้ลูกขอบวชให้แม่สักพรรษาก็แล้วกัน ขอโต๊ะจีนสัก 10 โต๊ะ เลี้ยงที่วัดเลยแม่จะได้ไม่เหนื่อย”

แต่ตอนนั้นพูดตรงๆ ใจของฉันมันสับสนว้าวุ่นแต่เรื่องผัว แถมเราคือตัวฉันนี่ล่ะ เริ่มหันหน้ามาดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ กินให้คลายเครียด…มันทำให้เงินทองร่อยหรอ จับเงินก้อนไม่ติด เพราะตกเย็นก็ต้องดื่มไม่เบียร์ก็เหล้าเป็นกลมๆ ลองนึกดู จะเอาเงินที่ไหนมาจัดงานบวชให้ลูกได้

ส่วนของแฟน เมื่อฉันดื่มเหล้าในทุกเย็น เขาก็ไม่อยากกลับบ้าน คือเจอหน้าเมื่อไหร่ ไม่ด่ารึก็ตีกันเมื่อนั้น ต่อมาเขาก็ไม่ยอมให้ฉันทุบตีสถานเดียวหรอก แอบมีผลักมีตบสวนกลับมา ข้าวของในบ้านแทบไม่เหลืออะไร เพราะแตกหัก พังเสียหาย ชีวิตหาดีไม่ได้ในเวลานั้น กระทั่งผ่านไปอีกหนึ่งปี ลูกชายได้ประสบอุบัติเหตุอีกครั้ง ลูกก็พูดอีก “แม่ ผมอยากบวชพระ” แต่เวลานั้นพ่อเขาเก็บข้าวของไปอยู่กับเมียน้อยเป็นการถาวรแล้ว นานๆ ครั้งเขาถึงมาเยี่ยมลูกสาวคนเล็ก เอาค่าน้ำ ค่าไฟมาช่วยจ่ายให้ เขาจะเลือกเวลาที่จะไม่ให้เจอฉันกับลูกชาย เพราะเจอกันก็ต้องทะเลาะกันอยู่ดี เสมือนว่าเรายังมีเวรมีกรรมกันอยู่ค่ะ จนระยะ 7-8 วัน ก่อนที่ลูกชายจะเสียชีวิต เล่าถึงตรงนี้ คุณยงค์อึ้งอยู่พักใหญ่

ตอนนั้นจู่ๆ แฟนได้กลับมานอนค้างที่บ้าน กลับมาทำตัวดี ชวนลูกๆ ออกไปนั่นไปนี่ โดยเฉพาะกับลูกชาย จากที่พ่อลูกไม่เคยพูดคุยกัน แถมเคยตีกัน ตัวพ่อเขาจะกอดลูก ถามลูกอยากได้อะไร ส่วนลูกชายก็จะพูดย้ำว่า “พ่อ ผมจะอายุ 25 ปีแล้ว แม่ยังไม่คิดจะให้ผมเข้าบวชเลย หรือจะให้เข้าทีเดียวตอนตายก็ไม่รู้!”

เมื่อฟังแล้วรู้สึกสะกิดใจนะคุณ และตั้งแต่คำพูดของลูกชายที่หลุดปากในวันนั้นที่ว่า…หรือจะให้ผมเข้าวัดทีเดียวตอนตาย ตกกลางคืนจะมีนกแสกมาเกาะที่หลังคาบ้าน ร้องแสกๆ จนฟ้าสางมันถึงไป ที่ฉันรู้ว่ามีนกแสกมาเกาะที่หลังคา เหตุเพราะบ้านพี่สาวฉันอยู่ห่างกันราว 20 เมตร พี่เล่าว่า ตกมันตัวขาวโพลน ตัดกับความมืดดูน่ากลัว ส่วนเวลานั้นหลานของพี่สาว ลูกของลูกสาวแก เด็กมีอายุ 10 เดือน เคยเลี้ยงง่าย หากตลอด 5-6 คืน เด็กที่เป็นหลานจะร้องกวนโยเย ไม่หลับไม่นอนแต่พี่ฉันเขารู้ทัน ตกรุ่งเช้าเมื่อพระมารับบิณฑบาต เขาจะให้หลวงตานั้นเป่ากระหม่อมเด็กทุกวัน ไล่เสนียดจัญไร ไม่ให้เจ็บ ไม่ให้ไข้…

“แต่ทางฟากของบ้านฉัน ตอนนั้นแฟนกับลูกชายเขาทำกับข้าว ตั้งวงเหล้าดื่มกันสองพ่อลูก เหมือนปรับความเข้าใจกัน”

อ้อ มีเรื่องแปลกอีกประการคือ ตัวของแฟนกับลูกชายนั้นเขาเกิดวัน เดือน ปีเดียวกันเลย แต่คนละรอบปี คือเกิดวันที่ 1 เมษายน ปีมะเส็ง เล่าให้ใครฟังเขาก็ว่าเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ เพราะโบราณเชื่อกันว่า คนสองคนที่เกิดในวัน เดือน ปีเดียวกัน…เกิดในครอบครัวเดียวกัน สายเลือดเดียวกันจะถือว่าเป็นตัวตายตัวแทนก็ว่าได้

ก่อนที่ลูกชายจะขี่รถไปหลุดโค้งเพียงหนึ่งวัน ตัวของพ่อเขาได้รถมอเตอร์ไซค์ล้มค่ะ เนื้อตัวถลอกปอกเปิก ซึ่งบาดแผลนั้นไม่ลึกถึงกับเย็บ แต่ต้องนอนเจ็บแสบทรมาน เขาได้กลับไปนอนรักษาตัวที่บ้านเมียน้อย ฉันตัดใจนึกเลยจะไม่ให้เขากลับมาอีก เพราะเราไม่ชอบคนจิตใจโลเล อยู่ใกล้ใครก็ดีกับคนนั้นแล้วลืมอีกคน ผู้ชายประเภทนี้ฉันไม่เอากลับมาอีก

จนเช้าวันที่ลูกชายจะเสียจากไปก็ได้มีลางบอกเหตุอีกครั้ง นั่นคือรุ่งเช้าก่อนที่ลูกจะไปทำงาน เมื่ออาบน้ำแล้วเสร็จ เขายืนส่องกระจก…ปากก็พูดว่า “แม่ๆ รึว่าผมตาฝาด ส่องกระจกกลับมองไม่เห็นหัวตัวเอง” เราได้ยินถึงกับสะดุ้ง จึงพูดกับลูกออกไป “ตาฝาดรึเปล่าลูก?” พูดออกไปรู้สึกใจคอไม่ปกติแล้ว ส่วนลูกตอบออกมาว่า “อ๋อ หัวกลับมาแล้ว ผมคงตาฝาดไปจริงๆ แต่เอ๊ะ…ทำไมพักนี้ วันนี้หน้าผมถึงดำปี๋เลยล่ะแม่” ส่วนเราได้แข็งใจพูดตอบลูกไป ให้ทาแป้งให้หน้าขาวๆ เข้าไว้สิ ลูกเขาก็คงหยอกเรา คือพอกแป้งเสียขาวโพลน แล้วเดินมาให้เราดู ซึ่งคุณเชื่อไหม แวบแรกที่เห็นหน้าลูกชายในเช้าวันนั้น คือคุณเคยเห็นคนตายที่เขาเตรียมลงโลงไหม ญาติพี่น้องจะทาแป้งให้หน้าขาวสวย ลูกฉันในเช้าวันนั้น ฉันมองดูแล้วไม่ได้ต่างกัน ใจฉันเริ่มสังหรณ์อะไรบางอย่าง ก็ได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนให้ลูกสบายใจ ซึ่งเมื่อลูกแต่งตัวเสร็จ เขาเดินมากอด มาหอมแก้มฉัน จากปกติที่ไม่เคยทำ แล้วเขาพูดกระซิบว่า “แม่ต้องดูแลตัวเองนะ ไม่มีใครรักเราเท่าตัวเราหรอก…ลูกคงหมายถึงพ่อที่มาทำเป็นแกล้งดีได้ 5-6 วัน แล้วมาทอดทิ้งพวกเราไปอีก”

จนเวลา 8 โมงกว่า ตำรวจได้มาตามตัวฉัน บอกลูกชายรถชนต้นไม้ ตอนนี้อยู่ในโรงพยาบาล ใจหนึ่งคิดว่าลูกคงแค่บาดเจ็บ เพราะตำรวจบอกว่า เขานอนโรงพยาบาล แต่เมื่อไปถึงโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่กลับพาเดินอ้อมไปห้องดับจิตที่อยู่ด้านหลัง และกำลังแต่งศพลูกชายพอดี

ถามว่าฉันตกใจไหม ขอตอบตามความจริง คือพอทำใจไว้บ้างแล้ว เพราะลูกชายคนนี้ฉันเอาดวงไปดูพระที่ไหน หรือหมอดูเก่งๆ เขาจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหนีเกิด อายุจะไม่ยืน เมื่อฟังน้ำเสียงของคุณยงค์นั้น เธอยังเศร้าสลดอยู่ เมื่อพูดถึงลูกชายคนเดียว ก่อนจบคำสนทนา เธอได้กล่าวทิ้งท้ายไว้

“เมื่อคนใกล้ตาย อะไรที่ไม่เคยทำเขาก็จะทำ อย่างเช่นลูกชาย ก่อนที่พ่อเขาจะรถล้มวันเดียว พ่อลูกเขาทำกับข้าวสู่กันกิน เชื่อหรือไม่ว่าต้มยำไก่บ้านสองตัว สองคนพ่อลูกพากันกินเกลี้ยง ปกติลูกชายจะเป็นคนที่กินไม่เก่ง แต่คืนนั้นเขากินเอาๆ เหมือนกินสั่งลา และตัวพ่อไม่เคยตักป้อนอาหารใส่ปากลูก เขาก็ทำค่ะ ตัวฉันนั่งแอบดูอยู่ห่างๆ คือภาพในอดีตมันกลับมาให้เราเห็น เพราะลูกชายคนโตนี้แฟนเป็นคนเลี้ยง ดูแลเสียส่วนใหญ่ เพราะตอนนั้นฉันต้องดูแลน้องสาวเขาอีกคน”

ตั้งแต่ที่ลูกชายจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ฉันทำใจได้กับหลายๆ เรื่อง…ปล่อยวาง เพราะสุขก็ตัวเรา ทุกข์ก็ตัวเรา กายใจควรอยู่นิ่งๆ ไม่เพิ่มบาปให้ตัวเราและผู้อื่น เท่าที่เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ ก็เพื่อรอความตายเท่านั้นนะคะคุณ

**โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

เรื่องโดย. ปรัศนียา

ภาพโดย. steven jaremko, 7thaishock.blogspot.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •