17 ตุลาคม 2021
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เรื่องดังกล่าวเริ่มต้นจากคุณแหวน สตรีวัย 40 ปี ซึ่งสุขภาพโดยทั่วไปของคุณแหวนนั้นนับว่าดีมาก คุณแหวนเป็นนักธุรกิจก็จริงอยู่ หากทุกๆ เย็นตัวคุณแหวนจะต้องออกกำลังกายไม่ว่าจะเป็นการเดินการขี่จักรยานเพื่อให้เลือดได้สูบฉีดไปหล่อเลี้ยงหัวใจ ทำให้นอนหลับสบาย เธอเปรยให้ฟังอยู่เสมอๆ

กระทั่งช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา คุณแหวนได้มีโอกาสติดตามไปเยี่ยมอาการป่วยของบิดาเพื่อนที่รักกันมาก โดยบิดาของเพื่อนคนนี้ป่วยจนเข้าขั้นตรีทูตแล้ว เรียกว่าหากญาติตัดสินใจถอดเครื่องช่วยหายใจวันใด ผู้ป่วยคงได้สิ้นลงวันนั้น งานนี้คุณแหวนได้อยู่เป็นเพื่อนสนิทแทบจะตลอดเวลาก็ว่าได้

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

กระทั่งวันที่ 3 เมษายนร่างของบิดาเพื่อนคุณแหวนก็สุดที่จะเยียวยาเนื่องจากผู้ป่วยมีอายุมากถึง 86 ปีแล้ว ทั้งนี้คุณแหวนเล่าว่าขณะที่ได้เวลาเคลื่อนศพ ซึ่งการเคลื่อนศพจะต้องใช้ลิฟต์ออกทางด้านหลังตึก ICU และตัวของคุณแหวนจะมีหน้าที่วางเหรียญเงินเพื่อซื้อที่ทาง (ตามความเชื่อ) ให้คนตายได้เดินทางไปปรโลกอย่างสะดวก ซึ่งคุณแหวนได้เล่าถึงสาเหตุต่อไป

ตกลงเมื่อเคลื่อนขบวนศพถึงทางแยกตึก หรือไม่ก็หน้าลิฟต์และในลิฟต์ แหวนเริ่มรู้สึกตัวตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่า เอ ทำไมขาเราเริ่มหนักๆ เหมือนจะก้าวขาไม่ออก แต่ก็พยายามทำจนนำร่างคุณพ่อเข้าห้องนิติเวชเพื่อรอรับเอกสารและแหวนก็ขอตัวกลับ เนื่องจากเรื่องเอกสารการตายลูกหลานต้องเป็นคนดูแล ส่วนเงินเหรียญที่เหลือแหวนได้มอบให้ลูกๆ คือเพื่อนทั้งเงินเหรียญสิบ แบงก์ก็ยี่สิบ แบงก์ร้อย ทั้งที่แหวนแตกสตางค์ของตัวเอง…คิดว่าทำบุญไปในตัวค่ะ

จากนั้นเมื่อขับรถถึงบ้าน พี่เชื่อไหมคะว่าแหวนลงจากรถไม่ได้ เหตุเพราะแข้งขามันดึงเส้นเอ็นเหมือนถูกยึดตั้งแต่ท้อง เอวถึงปลายเท้าทีเดียว…กว่าจะลงจากรถได้ต้องตะโกนเรียกพี่แม่บ้านให้มาช่วย ซึ่งตัวพี่เขาตกใจมากที่เห็นแข้งขาทั้งสองข้างมันบวม เนื้อแทบปริออกจากกัน อ้อ พี่แม่บ้านคนนี้เธอเป็นคนพม่าค่ะ ชื่อพี่ดา ซึ่งอยู่ ๆ พี่ดาแกก็ทัก…คุณโดนของไม่ดีตามมาแน่เลย เดี๋ยวจะขอถ่ายรูปส่งไลน์ไปให้ญาติของแกที่อยู่ อ.ทองผาภูมิดูว่าโดนของ โดนทำจริงหรือเปล่าซึ่งตอนนั้นแกพร่ำให้ฟังว่าคุณปู่ของแกเป็นคนมีวิชาและยังมีชีวิตอยู่ เดี๋ยวขอถ่ายรูปทั้งตัวคนทั้งขาที่บวมส่งไปให้ปู่เธอดู ก็จะรู้ทันทีว่าโดนอะไรมา…จะแก้อย่างไร?

หากตอนนั้นแหวนไม่เชื่อ เราอยู่ในยุคเทคโนโลยี เราก็ปล่อยให้แกพร่ำของแกไปค่ะ แต่หากเมื่อตะวันคล้อยตกดินนี่สิคะ ที่ท่อนขาของแหวนมันเหมือนมีตัวอะไรชอนไชในเนื้อขาเราที่บวม เมื่อเห็นว่ายาลดบวมยาแก้ปวดเอาไม่อยู่จริงๆ จึงได้ตัดสินใจไปโรงพยาบาลอีกครั้ง แต่อยู่ๆ พี่ดาเธอได้บอกขอให้เธอถ่ายรูปส่งไปให้ปู่เธอดูอีกครั้ง…ขอครั้งนี้ครั้งเดียวจริงๆ เพื่อชีวิตของคุณนาย เพราะดูอย่างไรเรื่องนี้ก็ไม่ปกติ พี่ดาแกเน้นย้ำอยู่อย่างนั้น

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

แหวนก็เอ้า ถ่ายก็ถ่ายนะพี่นะ เดี๋ยวหนูจะให้คนขับรถขับไปส่งที่โรงพยาบาลแล้ว พี่ดาแกก็รีบถ่ายรูปใบหน้าแหวนและท่อนขาที่บวมส่งไลน์ไปให้หลานสาวที่อยู่บ้านเดียวกันกับปู่ดูรูป ว่าโดนของ โดนทำตามอาการจริงรึเปล่า ซึ่งความคิดของแหวนที่มีลูกน้องเป็นคนพม่า คนกะเหรี่ยงเลี้ยงดูกันมาหลายรุ่น เขาเชื่อเรื่องพรรค์นี้กันมากค่ะ

ครั้นเมื่อถึงโรงพยาบาล เข้านอนในห้องฉุกเฉิน คุณหมอที่รู้จักกันได้เข้ามาตรวจดูอาการ ซึ่งท่านบอกว่าแหวนอาจโดนพิษของสัตว์ตัวเล็กๆ เช่น มดตะนอยหรือผึ้งโพรง ผึ้งตัวเล็ก แต่พิษเยอะนี่ล่ะค่ะ…บางคนแพ้อาจถึงตายได้ ตกลงแพทย์สั่งให้นอนโรงพยาบาลให้ยา แต่ยังไม่ทันออกจากห้องฉุกเฉิน พี่ดาแม่บ้านก็ได้โทร. มาหาค่ะ บอกเมื่อวานนี้แหวนได้ไปทำอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับคนตายหรือความตายมาหรือเปล่า ผีเลยตามมาเกาะขอส่วนบุญจากแหวนเต็มขาทั้งสองข้างเลย ซึ่งเรื่องนำเงินส่วนตัวไปทำพิธีซื้อที่ทางโลกหลังความตายให้คุณพ่อเพื่อนนี้ แหวนเองก็ไม่ได้เล่าให้คนที่บ้านรับรู้เลยค่ะ คือทั้งแม่ แฟน และลูก แหวนไม่ได้พูดให้ใครฟังเลย และไม่เจอใครอยู่บ้านด้วยนอกจากพี่ดาแม่บ้าน ซึ่งพี่ดาแกพูดได้ตรงเป๊ะนะคะ ใจแหวนเริ่มเชื่อขึ้นมานิดหน่อย แต่ก็บอกพี่เขาไป นี่หมอให้นอนโรงพยาบาลอีกจะให้ทำอย่างไร…ตกลงฉันจะไปทางไหนดี

คุณแหวนหัวเราะเบาๆ ก่อนคุยต่อ

คราวนี้พี่ดาเธอร้องเสียงดังเลย ไม่ได้ๆ กลับบ้านเถิดค่ะ ปู่บอกพี่ให้บอกคุณนายให้จัดข้าวแช่กับปลาสลิดไปใส่บาตรพระ 9 ชุด แค่นี้รับรองหายแน่ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาลหรอก เชื่อพี่ดาสิ

แหวนก็เอ๊ะ ให้ตักบาตรถวายพระด้วยข้าวแช่กับปลาสลิดทอดแค่ 9 ชุดนี่นะ แล้วอาการขาบวมจะไม่บวมมาก และกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ช้าไม่นาน

คุณแหวนทำอย่างไรต่อไปคะ

ก็ลองเลยค่ะพี่ บอกให้พี่ดาเธอเตรียมของ ซึ่งข้าวแช่ก็เป็นข้าวหอมแช่น้ำแข็งใส่ดอกมะลิ ส่วนปลาสลิดก็เป็นปลาสลิดทอดธรรมดานี่ล่ะค่ะ ตีห้าของอีกวัน พี่ดาก็จัดแจงมาให้ถึงโรงพยาบาล ซึ่งในตอนนั้นขาแหวนยังบวมไม่ยุบ ยังเจ็บปวดอยู่เลย ซึ่งพี่ดาเธอก็เข็นแหวนลงมาตักบาตรพระด้วยข้าวแช่ปลาสลิดที่อาคารชั้นล่าง เพราะด้านหลังโรงพยาบาลจะมีพระเดินบิณฑบาตอยู่สองสามวันค่ะ

ส่วนคำอุทิศบุญคือ ขออุทิศบุญกุศลนี้แก่ตัวข้าพเจ้าเอง และสองอุทิศส่วนบุญให้แก่บิดา-มารดา ผู้มีพระคุณ ญาติสนิทมิตรสหายผู้ล่วงลับ และสาม อุทิศบุญแก่เจ้ากรรมนายเวรที่อาจติดตามมาในช่วงที่ข้าพเจ้าดวงตก ข้อสุดท้ายคือวิญญาณสัมภเวสีเร่ร่อนทั่วไปค่ะ

ซึ่งแหวนเองได้มีคำถาม ทำไมปู่ของพี่ดาถึงระบุว่า ให้ตักบาตรทำบุญด้วยข้าวแช่ ปลาสลิดทอด หรือย่างอังไฟ เธอให้คำตอบว่า อาหารพวกนี้จะเป็นของคนยุคเก่า คนเราเกิดมาไม่รู้ต่อกี่ยุคกี่สมัย สิ่งของพวกนี้จะถูกใจ“เจ้ากรรมนายเวร” ค่ะ ใครที่ปวดแข้งปวดขาก็ลองทำดูค่ะรับรองว่าได้ผลจริง

ซึ่งขณะที่นั่งคุยกับคุณแหวนคือเย็นวันที่ 4 เมษายน พบว่าอาการที่คุณแหวนเล่าว่าเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่มิได้มีร่องรอยให้เห็นในวันนี้แต่อย่างใดนะคะ…น่องขาเธอเป็นปกติดี จึงร้องขอให้คุณแหวนเล่าย้อนเรื่องต่างๆ ต่อไป และเมื่อเช้าที่ผ่านมาหลังจากทำบุญกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลตามคำบอกของคุณปู่ผ่านพี่ดาไปแล้วเสร็จ แหวนรู้สึกได้ภายในเวลาไม่นานแข้งขาเราก็รู้สึกเบาลง ไม่ปวดไม่คันและลงเดินเองได้ จากปกติอาการของมันคือเจ็บปวด ไล่ตามเส้นเอ็นไม่ปวดก็คัน เสียวแปล๊บๆ สารพัดอาการเลยค่ะ จะเป็นจากช่วงบั้นเอวลงจรดปลายเท้า อาการทรมานจากหมุนเวียนสลับไปมา หากอยู่ๆ เอ๊ะ เมื่อตัวเริ่มเบา น่องเริ่มยุบ ก็ขอนางพยาบาลบอกอยากกลับบ้าน ไม่อยากเจาะตรวจเลือดที่นัดเจาะช่วง 7.30 น. แล้ว และแหวนก็หิวมากด้วย เพราะต้องอดอาหาร อดน้ำตั้งแต่เที่ยงคืน พอคุณพยาบาลได้โทรศัพท์แจ้งคุณหมอแล้ว คุณหมอบอกอย่างนั้นก็แล้วแต่คนไข้ ซึ่งคุณหมอท่านจะลงตรวจตอน 8.30 น. และเมื่อดูอาการดีขึ้นจริง ท่านได้อนุญาตให้กลับบ้านค่ะ

ตกลงนี่แหวนเข้าโรงพยาบาลแบบไม่รู้ต้นปลายสาเหตุ คือเข้าแอดมิตแบบงงๆ หากพี่ดาแม่บ้านแกบอก มันเป็นอาการผีเกาะขามาขอส่วนบุญจากเรา เขาคงเห็นแหวนโปรยเงินทานอธิษฐานจิตคิดในเรื่องดีๆ ไม่ว่าผีหรือคนเราต่างเกิดมาต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อาจเป็นเพราะคำพูดเราผีหยั่งรู้ได้เลยติดตามเรามา

ซึ่งพี่ดาบอก ผีเองคงไม่ได้ตั้งใจให้เราเจ็บป่วย แต่คงเป็นเพราะมีจำนวนมากต่างจิตต่างใจ เลยทำให้แหวนปวดขามาก ส่วนที่เขาแฝงเราเต็มตัวไม่ได้นั้น เพราะปกติแหวนจะคล้องพระติดตัวตลอดเวลาค่ะ คือเส้นนี้ไงคะ ไม่เคยถอดจากคอเลย

ผู้เขียนเห็นสร้อยคอทองคำพร้อมหลวงพ่อโสธรองค์จิ๋วเลี่ยมทองที่คุณแหวนสวมติดคอก็ให้นึกอนุโมทนาศรัทธา อย่างน้อยบุญกุศลเก่าของเธอก็สามารถช่วยปัดเป่าสิ่งเลวร้ายให้ผันผ่านชั่วข้ามคืนได้

ส่วนผู้อ่านท่านใดจะเอาเคล็ดการทำบุญด้วยอาหารคนรุ่นเก่า คือ ข้าวแช่ลอยดอกมะลิ และปลาสลิด 9 ตัว แยกถวายใส่ถุงรวม 9 ชุด เพื่อแก้กรรมแก่เจ้ากรรมนายเวร จะลองใช้วิธีนี้ดู คงเป็นการดีนะคะ อย่างน้อยเราก็ได้ความสบายใจเบื้องต้นนะคะ เหตุเพราะอดีตชาติตื้นลึกหนาบาง ชีวิตคนเกิดดับไม่รู้ต่อกี่สิบชาติ เราไม่อาจรู้ได้ว่าเคยก่อกรรมทำเข็ญอะไร…แก่ใครบ้าง? ดั่งที่เรียนบอก คนเราเมื่อมีโอกาสก็ทำไปเถิดค่ะ ทุกบุญทานการกุศลได้ความสบายใจกลับมาทั้งนั้นค่ะ

ส่วนการพูดคุยระหว่างคุณแหวนกับผู้เขียนได้ปิดท้ายไว้ดังนี้

ใช้เพื่อเป็นภาพประกอบเท่านั้น

อย่างศพของคุณพ่อเพื่อนคนนี้ ตัวแหวนเองเพิ่งมาทราบทีหลังว่า เรื่องนำศพคนตายออกโรงพยาบาลหรือเคลื่อนย้ายศพตรงไหนก็ตามแต่ เขาต้องให้ลูกให้เมียเป็นคนช่วยทำพิธี ไม่ใช่ใครสะดวกอะไร…ขอให้ช่วยแรง ในกรณีอย่างแหวนเนี่ยไม่ได้นะคะ ไม่ปลอดภัยจากสิ่งที่ไม่เป็นตัวตนค่ะ ซึ่งพี่ดาเธอว่าตามความเชื่อของคนทางโน้น

ในงานศพลองไปจุดธูปดอกเดียวเพื่องานคนตาย ผีตัวอื่นก็มารุมล้อมเพื่อแย่งบุญกันแล้ว อย่างวันนั้น เพื่อนถือกระถางธูป ส่วนแหวนวางเงินให้ตามทางด้วย ศพคุณพ่อที่เข็นตามมา ซึ่งไม่รู้ทำไปได้อย่างไร ทำชนิดที่ไม่ได้กลัวอะไรด้วยนะคะ อีกตัวของแหวนนั้นเป็นคนเกิดวันพุธ เป็นเรื่องห้ามของคนที่เกิดวันพุธ ว่าถ้าไม่จำเป็นแล้วก็อย่าไปงานศพใคร เพราะเป็นวันที่อ่อนไหว จิตอ่อนที่สุดใน 7 วันค่ะ โดยส่วนตัวนั้นแหวนก็กลัวๆ อยู่ด้วย หากแต่เพื่อนคนนี้ครอบครัวเราสนิทกันมากไงคะ ก็คิดไม่ถึงว่าเรื่องอะไรต่อมิอะไรจะเกิดขึ้นได้

เรื่องโดย. ลุงเฒ่า

ภาพโดย. www.kevindillon.artstation.com, www.historicdetroit.org, www.health.clevelandclinic.org, www.burst.shopify.com


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •