22 เมษายน 2024
แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

                ยุคดิจิทัลที่อะไรๆ ก็ดูเหมือนจะทันสมัยและรวดเร็วทันใจไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการดูดวง ผูกดวง แก้กรรม ทำคุณไสย แม้กระทั่งของขลังต่างๆ ที่เปิดขายกันอย่างโจ่งครึ่ม มีทั้งให้ค้นหาและเรียนรู้วิธีการใช้

                สิ่งของทุกอย่างมีทั้งคุณและโทษ หรือบางทีอาจมีแต่โทษอย่างเดียวถ้าเราเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน…

                ช่วงเวลาพักเที่ยง ร้านขายอาหารทุกร้านแน่นขนัดไปด้วยผู้คน ยิ่งร้านไหนขายถูกและอร่อยคนก็จะแน่นขนัด แล้วเวลาพักภายในหนึ่งชั่วโมง บางทีแทบไม่ทันต้องรีบกลับเข้าไปทำงาน ฉันมีเพื่อนร่วมงานที่สนิทสองคนคือป้อมกับนุช เราเลยหาซื้อข้าวซื้อขนมมาไว้กินตอนกลางวันบนออฟฟิศ ไม่ต้องลงไปแย่งกัน แถมยังมีเวลาเหลือเฟือให้นั่งเล่นนั่งเมาท์กันด้วย

                “นี่ใกล้ประเมินแล้ว แกว่าแผนกเราจะได้ขั้นกันมั่งไหม..อย่าเสียงดัง เดี๋ยวกลุ่มนั้นได้ยิน”

                ป้อมพูดกระซิบๆ ธรรมดาของระบบราชการ มักแบ่งเป็นกลุ่มเป็นก้อนชิงดีชิงเด่น ทำงานเอาหน้าเอาตากันก็เยอะ

                “ชะเลียไม่เก่งวุ้ย..ท่าทางยัยหนูจะขึ้นแท่น เห็น ผอ. เรียกหาทั้งวัน” นุชพูดเบรกปนขำๆ

                “เรียกไปด่านะสิไม่ว่า ทำอะไรพลาดก็ไม่รู้”

                “แต่พี่ตี้เขาดันอยู่นะ พี่ตี้เขาซี้ ผอ. ไม่รู้ล่ะยังมีเวลา ปีนี้ฉันต้องได้ขั้น ฉันไม่ได้มาสองปีแล้วนะ แกสองคนยังได้มั่ง…เออนี่ มีของดี…ไปเจอมา สนใจกันไหม”

                “เอาจริงดิ อะไรวะของดี” ฉันสงสัย

                “ก็ฉันไปเจอเว็บไซต์หนึ่งเขาขายของออนไลน์ เกี่ยวกับพวกเครื่องรางของขลัง แบบให้เจ้านายเมตตา การงานรุ่งพุ่งแรง มีแบบทำให้รักได้ด้วยนะ จะเรื่องแฟนมีกิ๊กหรืออะไรแบบนั้นก็ทำให้ได้โดยที่เราไม่ต้องไปด้วยตัวเองเลย ฉันอ่านคอมเมนต์ มีเป็นร้อยคนเลยนะแกที่สำเร็จ เขามาขอบคุณกันเยอะเลย น่าสนใจ ว่าจะลอง”

                ป้อมเล่าเป็นฉากๆ ตอนนั้นฉันกับนุชก็แค่ฟังไปงั้นแบบขำๆ แต่หลังจากนั้นไม่ถึงอาทิตย์ หัวหน้าแผนกพี่ตี้เขามาพูดคุยกะยัยป้อมอย่างสนิทสนม แถมมีขนมนมเนยมาฝากด้วย…นี่ดีนะว่าพี่ตี้เป็นผู้หญิง ถ้าเป็นผู้ชายฉันคงคิดอะไรเลยเถิดไปแล้ว นับเป็นเรื่องฮือฮาในกลุ่มเราสามคนว่าเครื่องรางมันดีขนาดนั้นเลยเหรอ เพราะเห็นผลทันใจ

                ยัยป้อมดีใจได้สองวัน เช้ามาทำงานเริ่มทำหน้าหงอยเซ็งๆ เหมือนเบื่อโลก จนเที่ยงถึงได้คุยถามไถ่กัน

                “ป้อมเป็นอะไรอีกล่ะ พี่ตี้เขายังเดินมาหาแกเมื่อกี้เลยนี่นา หรือได้ข่าวว่าไม่ได้ขั้น เห็นแกทำหน้าแบกโลก”

                “เรื่องนั้นไม่มีอะไร แต่มีเรื่องใหม่เซ็งเลย”

                “เรื่องอะไรอีก เล่ามาๆ” ฉันกับนุชรีบถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น แล้วป้อมก็เล่าเรื่องแฟนให้ฟังว่า จับได้ว่าไปติดผู้หญิงที่ทำงานเดียวกัน

                “เขายังไม่รู้หรอกว่าฉันรู้แล้ว เพิ่งแอบดูโทรศัพท์เขาเมื่อคืน ก็ไม่เชิงแอบดู ผู้หญิงมันไลน์มา พอดีแฟนอาบน้ำ เขานัดเจอกันเรียกที่รักๆ ฉันนับหนึ่งถึงร้อยมาปรึกษาพวกแก แต่ฉันยังทำเป็นไม่รู้นะ”

                “เอ่อ แล้วเอาไง…ลองพูดคุยกะแฟนแกดูดีๆ ไหม แบบถามเลย”

                ฉันกับนุชออกความเห็น

                “ไม่…ที่ฉันปรึกษาแกสองคนก็คือ ไอ้เว็บนั้นน่ะ เขามีแบบทำให้แฟนกลับมาได้ ฉันว่าจะลองปรึกษาดู”

                “เฮ้ย…แกถึงขนาดจะทำเสน่ห์เลยเหรอ จะดีเหรอของแบบนี้”

                “อ้อย นุช แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง มันคงไม่ถึงกับเรียกว่าทำเสน่ห์หรอก แบบแค่ไม่ให้เขานอกลู่นอกทาง…ฉันว่าจะลองปรึกษาดู เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังแล้วกัน ไปโทรหาเขาก่อนนะ”

                ฉันกับนุชพยายามห้ามแต่คงไม่เป็นผล สักพักใหญ่ๆ ป้อมเดินหน้าระรื่นเข้ามาหาเรา

                “นี่แก ได้เรื่องแล้ว…อาจารย์เขาบอกให้ฉันส่งผมกับเล็บของแฟนไปให้เขา แล้วก็ให้ซื้อเครื่องรางของเขามาบูชา แต่ให้ฉันส่งของที่เขาจะเอาไปก่อน”

                “สรุปเอาจริง แกอย่าไปอะไรกับของพวกนี้มากนะป้อม”

                ป้อมไม่ตอบ ได้แต่อมยิ้มในหน้าอย่างมีความหวัง หลังจากวันนั้นป้อมเหมือนจะนิ่งๆ กับเรา เหมือนจะเริ่มปิดบัง ไม่บอกอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้นและไม่พูดถึง ฉันกับนุชแอบคุยกันว่ารู้สึกห่วง แต่ก็ช่างเถอะ ป้อมคงรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

                “ยังไงก็ไม่รู้ ว่าจะถามมันเรื่องนั้น มันเสไปพูดเรื่องอื่น คงกลัวเราห้าม เออ…แล้วแต่แล้วกัน แค่ห่วงเพื่อนเนอะเรา”

                เวลาผ่านไปเพียงแค่หนึ่งอาทิตย์เท่านั้น ป้อมหายไปไม่มาทำงาน แต่ให้สามีโทรมาแจ้งว่าขอลาป่วย เดี๋ยวจะมาเขียนใบลาทีหลัง ซึ่งฉันกับนุชแปลกใจมากๆ พี่ตี้เองยังมาถามหาป้อมกับพวกเราทุกวัน จนเช้าวันรุ่งขึ้น เห็นสามีของป้อมเขามาหาพี่ตี้หัวหน้าแผนก ความสอดรู้สอดเห็นของพวกเราในแผนกหลายคนอยากรู้ ฉันกับนุชถลาเข้าไปหาสามีของป้อมทันทีตอนที่เขาไปยืนรอลิฟต์เพื่อที่จะกลับ

                “ขอโทษค่ะ…แฟนป้อมใช่ไหมคะ นี่อ้อยกับนุชนะคะเพื่อนของป้อม เอ่อ อยากรบกวนถามว่าป้อมเป็นไงคะ เห็นว่าป่วย ไม่มาหลายวันแล้ว เราเป็นห่วงค่ะ อยากไปเยี่ยม”

                “ครับ เคยได้ยินชื่อคุณสองคนเหมือนกัน…จะบอกไงดี เอาอย่างนี้ ไปเยี่ยมไหมครับ ผมจะพาไป…ตอนนี้เลย เพราะถ้าวันอื่นผมเกรงว่าจะไม่มีเวลา เพราะวันนี้ผมลางานมาแล้ว”

                “โอเคค่ะ ไปได้เลย ไปลาหัวหน้าแป๊ปนะคะ…ขอบคุณมาก”

                “งั้นผมไปรอด้านล่างนะครับ”

                ฉันกับนุชตัดสินใจไปเยี่ยมป้อมที่บ้าน เราลางานครึ่งวัน ซึ่งพี่ตี้แกให้ไปเพื่อไปดูป้อมด้วยว่าป่วยเป็นอะไร โดยนั่งรถไปกับสามีของป้อม ระหว่างที่นั่งบนรถมาด้วยกัน เราได้พูดคุยกัน

                “ป้อมเค้า…อาการเป็นยังไงบ้างคะ” ฉันยิงคำถามทันที

                “ผมจะเล่ายังไงดี คือเขาแปลกไปไม่เหมือนเดิม สองสามคืนมานี่ ผมตกใจตื่นกลางดึก เขาจะลุกขึ้นมานั่งคร่อมอยู่บนตัวผม…ถามว่าจะทำอะไรก็ไม่ยอมพูด พอเขย่าให้รู้สึกตัวก็บอกว่าไม่รู้ ทีแรกผมก็คิดว่าเขาละเมอ…แต่มันเป็นติดๆ กันสามวัน ผมเริ่มจะทนไม่ไหว แถมยังพูดกูมึงใส่ผมอีก ผมก็งงๆ นะ”

                “แล้วที่หนักมากๆ ก็เมื่อคืนวาน…ผมไปกินเหล้ากับเพื่อนกลับมาก็เมาหนัก ผมก็นอนหลับไป…อยู่ๆ รู้สึกเย็นๆ ตามเนื้อตามตัว ตามหน้าตา พอตื่นมาผมตกใจมาก ป้อมเขาขึ้นมาขี่บนตัวผมยังไม่พอ เขาเอาลิ้นเลียตามหน้าตามตัว ผมตกใจมาก…ผมก็บอกป้อมอย่าทำแบบนี้ เขาตอบมาว่า…กูไม่ใช่มัน…กูไม่ใช่มัน แล้วหน้าตาน่ากลัวมาก ผมเลยผลักกระเด็นไป”

                “เชื่อไหมครับ เขากระโดดจากพื้นเหมือนกบเลย…กระโดดขึ้นมาบนเตียง แล้วพยายามจะมีอะไรกับผม ซึ่งตอนนั้นไม่รู้เอาแรงมากมายมหาศาลนั่นมาจากไหน เหมือนบ้าคลุ้มคลั่ง ผมกลัวมาก แล้วที่แย่กว่านั้น เขากัดแขนตัวเองเป็นจ้ำๆ เต็มไปหมด…แล้วก็ร้องว่าหิวๆ เมื่อคืนผมเลยโทรบอกแม่เขาให้มา แม่เขาก็มาแต่เช้า นี่ผมให้แม่เขาดูอยู่กับน้องชาย”

                “เมื่อเช้าอาละวาดเลยต้องมัดแขนมัดขาเอาไว้ ปากก็ร้องด่าหยาบคาย แม่เขาให้ผมมาลางานผมก็เลยมา…ตอนนี้ผมงงทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้สาเหตุ จะว่าเขาเครียดแต่ก็ไม่น่าจะเป็นขนาดนั้น เหมือน…เหมือนเขาไม่เป็นตัวของตัวเอง พูดจาก็หยาบคาย ขอกินของสดๆ ด้วยนะ…แปลกเหมือนผีเข้าเลยครับ”

                สามีป้อมเล่าอย่างยืดยาว…ฉันมาสะดุดใจตรงที่ว่าเหมือนกับผีเข้า หรือว่า…ของขลังที่ป้อมไปหามาบูชาจะทำพิษให้แล้ว

                พอเราไปถึง เห็นสภาพเพื่อนแล้วงงมาก ตาขวาง สองมือถูกมัดติดไว้กับเตียง ปากก็พร่ำด่าท หยาบคาย พูดแต่เรื่องอยากร่วมเพศ เป็นอะไรที่น่าสลดหดหู่ เหมือนไม่ใช่ป้อม เพียงไม่กี่วันเป็นได้ขนาดนี้ หรือว่าพวกนั้นจะเข้าตัว ฉันกับนุชมองหน้ากัน ตัดสินใจเล่าเรื่องเท่าที่รู้ให้สามีและแม่ของป้อมฟัง เพราะเราจะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ พวกเขาตกใจมากที่ได้ยินเรื่องราว

                “ต้องเอาไปวัดที่ใกล้ที่สุดแถวนี้” แม่ของป้อมเอ่ยขึ้นซึ่งทุกคนเห็นด้วย แต่กว่าจะลากป้อมขึ้นรถได้ก็เล่นเอาเหนื่อยไปตามๆ กัน เพราะนางไม่ยอม ทั้งถีบทั้งดิ้นทั้งด่า

                “กูไม่ไป…กูไม่ไป…ผัวขา…ผัวขา…มานอนกับเมียเร็วๆ …มาๆๆ”

                พอไปถึงวัด เจอพระรูปหนึ่งท่านยังดูอายุไม่มาก สั่งให้เด็กวัดมาช่วยกันอุ้มป้อมที่ถูกมัดมือมัดเท้านำตัวขึ้นไปบนศาลา

                “ไอ้พระ…กูไม่กลัวมึงหรอก เดี๋ยวเถอะ กูจะเอามึงทำผัวอีกคน…มาๆๆ ปล่อยกู…ปล่อยกู…”

                พระท่านไปจุดธูปจุดเทียนแล้วนั่งหลับตาสักพัก ท่านก็พูดขึ้นมาว่า “สีกา….ออกไปเถอะ อย่าเพิ่มบาปให้ตัวเองอีกเลย แค่นี้ยังไม่พออีกเหรอ ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดมากี่ร้อยปีแล้ว”

                “เออ…เรื่องของกู ไอ้นี่มันก็ผัวกู มึงอย่าเสือก…กูจะเอาร่างนี้ อีนี่มันยอมให้กูเข้ามาใช้ร่างมันเอง ฮ่าๆๆๆ”

                แล้วหลวงพี่ท่านก็กวักมือเรียกสามีของป้อมให้เข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบอะไรบางอย่าง ซึ่งเรามารู้ทีหลังว่า ท่านบอกว่ามีห่อผ้าสีแดงที่อยู่ในหมอนที่หนุน ให้เอามาด่วน แต่อย่าไปแตะต้อง ให้เอามาทั้งหมอนเลย

                สักพักสามีของป้อมก็เอามาให้ ท่านก็จัดการผ่าหมอนออก ในขณะที่ท่านกำลังเอาของออกจากหมอน ป้อมก็ส่งเสียงด่าและร้องโหยหวน มันเป็นถุงผ้าสีแดง ท่านแกะออกมาเป็นรูปปั้นผู้หญิงแก้ผ้าแล้วพันด้วยด้ายสีแดง พระท่านเอาน้ำมนต์ราดลงไป…

                ป้อมดิ้นพราดๆ แล้วก็ชักกะตุกเกร็ง ตาค้างแล้วก็แน่นิ่งไป พระท่านเอาสายสิญจน์ทำเป็นเส้นแล้วคล้องคอ

                “เอ้าโยม คราวนี้เอาไปโรงพยาบาลได้ แต่อย่าถอดสายสิญจน์ออกนะ”

                “เขาจะเป็นอะไรไหมคะท่าน” แม่ป้อมถาม

                “สุดแต่กรรม เขาคงมีกรรมต่อกันด้วย..ไปเถอะรีบไป”

                คราวนี้ต้องช่วยกันหอบหิ้วป้อมไปโรงพยาบาล ซึ่งก็พักรักษาตัวอยู่ประมาณสามสี่วันก็กลับบ้าน ฉันกับนุชเลยลองโทรหา “เป็นไงมั่งแก ว่าจะไปหา ยังไม่มีเวลา เป็นห่วงนะ”

                “ขอบใจพวกแกนะ…ฉัน…ฉันไม่น่าเลย”

                “ช่างมันเถอะ คนเรามีพลาดกันได้ เริ่มใหม่…สวดมนต์ไหว้พระให้คุ้มครอง”

                “นกแฟนฉันเขาก็ดีนะ…ทีแรกคิดว่าเป็นแบบนี้เขาคงเลิกกับฉันแน่ๆ แต่ก็ไม่ เขาก็ดูแลดี…ฉันว่าแบบนี้ยิ่งกว่าถูกหวยอีกนะ ฉันว่าวันหยุดนี้จะไปทำบุญ”

                “ดีแล้ว…หายไวๆ จะได้กลับมาทำงาน วันลาแกจะหมดแล้วนะ แล้วไม่ต้องห่วงนะ เรื่องของแกทั้งหมดที่ทำงานไม่มีใครรู้นอกจากฉันกับนุช ใครถามก็บอกว่าแกป่วยแค่นั้น”

                “ขอบใจนะอ้อย…นุชด้วย รักแกนะ…ฉันโชคดีจังที่มีเพื่อนร่วมงานดีๆ แบบนี้”

                “จ้า พักผ่อน แล้วเจอกัน เราก็รักแกนะเพื่อน”

                ของบางอย่างที่เราไม่ควรเข้าใกล้เพราะมันอันตราย โดยเฉพาะเรื่องลึกลับเครื่องรางของขลังและมนต์ดำ…โชคบางครั้งก็ไม่ได้เข้าข้างเราเสมอไป ตราบใดที่ยังมีชีวิตและลมหายใจอยู่ก็ถือว่ามีโชคมากมายแล้ว…เพราะเรายังสามารถสร้างสะสมบุญไว้ภพภูมิหน้าได้…

                ท้ายนี้ เราต้องกล่าวลากันเหมือนเช่นเคย อย่าลืมติดตามเราได้ใหม่ในนิตยสารสุสานผีฉบับต่อไปนะคะ ขอให้ทุกท่านใช้ชีวิตอย่างมีสติ มีโชคมีลาภ และมีความสุขมากๆ ด้วยรักจากใจจากเราชาวสุสานผี สวัสดีค่ะ

                **โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

                เรื่องโดย. กฤตยา อยู่ประเสริฐ

                ภาพโดย. Ai


แชร์เรื่องนี้:
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •